โควิด! โรคประจำถิ่น ลองโควิดคือมรสุมใหญ่

ข่าว

โควิด! โรคประจำถิ่น ลองโควิดคือมรสุมใหญ่

ไทยรัฐฉบับพิมพ์

    16 พ.ค. 2565 11:09 น.

    บันทึก

    13 พฤษภาคม 2565 บันทึกไว้ “ประเทศไทย” รายงานพบผู้ติดเชื้อ “โควิด-19” เพิ่ม 7,779 ราย ATK 7,893 รวม 15,672 จำนวนผู้ป่วยปอดอักเสบ 1,277 คน สัปดาห์ก่อน 1,622 คน ลดลง 21.27% จำนวนผู้ป่วยใช้ท่อช่วยหายใจ 644 คน สัปดาห์ก่อน 778 คน ลดลง 17.22%

    จำนวนติดเชื้อรวม ATK ของวันนี้ “มากกว่า” สัปดาห์ก่อน 20.61% แต่น้อยกว่าสองสัปดาห์ก่อน 40.37% บุคลากรทางการแพทย์ติดเชื้อ 148 คน (ชาย 30, หญิง 116, ไม่ระบุ 2)

    มองกราฟการระบาดที่เปรียบเทียบจำนวนการติดเชื้อรวม RT-PCR และ ATK ระหว่างระลอกสี่โอมิครอนกับระลอกสามจากอัลฟา...เดลตาแล้ว ไทยเรามีระบาดหนักขึ้นราว 3 เท่า ซึ่งสอดคล้องกับสถานการณ์จริงตลอดช่วงที่ผ่านมามากกว่าการดูเพียงกราฟการระบาดที่รายงานเฉพาะจำนวน RT-PCR

    ซึ่งทราบกันดีว่า...ยอด “ต่ำ” กว่าสถานการณ์ “จริง”

    จนถึงวันนี้...รายงานจำนวนติดเชื้อ RT-PCR อยู่ที่ 4,361,016 คน เป็นอันดับ 24 ของโลก อันดับ 9 ของเอเชีย แต่หากดูสถิติ ATK จะมีจำนวนคนติดเชื้อตั้งแต่ 31 ก.ค.64 จนถึงปัจจุบันอีก 2,040,447 คน รวมทั้งสิ้น 6,401,463 คน จะขยับขึ้นมาเป็นอันดับ 18 ของโลก อันดับ 7 ของเอเชีย

    ด้วยจำนวนติดเชื้อดังกล่าว แม้จะมี overlap...ทับซ้อนกันของคนที่ตรวจ ATK แล้วมาตรวจ RT–PCR แต่จะอยู่ในสัดส่วนที่น้อย

    เนื่องจากศักยภาพของระบบ RT–PCR มีจำกัด มีปัญหาในการเข้าถึง ราคาแพง และการใช้ ATK ที่รายงานนั้นเพิ่งเริ่มมาในช่วงหลังจากระบาดระลอกสามมาแล้ว

    ตลอดจนมีการปรับให้เข้าสู่ระบบดูแลรักษาทันทีโดยไม่ตรวจ RT-PCR ในช่วงระบาดหนัก ดังนั้น ตัวเลขจึงไม่น่าจะแกว่งมาก โดยยังไม่นับรวมคนที่ตรวจ ATK ซึ่งไม่รายงานเข้าสู่ระบบ

    ยังไงก็คงหนีไม่พ้น 5.5–6 ล้านคนขึ้นไป...

    ตอกย้ำประเด็นภาวะลองโควิด (Long COVID) ซึ่งจะพบได้ราว 20-40% และเกิดได้ในทุกกลุ่มอาการ ทั้งที่ไม่มีอาการ อาการน้อย และอาการรุนแรง ทุกเพศ ทุกวัย

    “การฉีดวัคซีนแม้เคยมีวิจัยว่า ลดความเสี่ยงลงได้ราว 41% ขึ้นอยู่กับชนิดวัคซีน แต่ก็มีวิจัยอื่นมาหักล้างว่า อาจไม่ได้ช่วยลดโอกาสเกิดลองโควิด ทำให้ต้องรอการศึกษาขนาดใหญ่มาพิสูจน์ยืนยันในอนาคต”

    มองในฉากที่ดีที่สุด หากคิดว่าฉีดวัคซีนแล้วช่วยลดความเสี่ยงลงได้จริง ยังไงจำนวนผู้ป่วยที่จะประสบปัญหาลองโควิดก็อาจมีมากถึง 600,000–1,200,000 คนขึ้นไป

    นี่คือเรื่องท้าทายที่เราควรตระหนัก เตรียมรับมือ ป้องกันตนเองและครอบครัวให้ดี...หากใครติดเชื้อมาก่อน ก็ควรป้องกันไม่ให้ติดเชื้อซ้ำ รวมถึงควรหมั่นประเมินสุขภาพตนเอง หากผิดปกติไปจากอดีต ควรปรึกษาแพทย์เพื่อทำการตรวจรักษาตั้งแต่เนิ่นๆ

    พุ่งเป้าไปที่มูลค่าทางเศรษฐกิจที่สูญเสียจาก “ลองโควิด (Long COVID)”... Culter D ได้เผยแพร่บทความวิชาการวิเคราะห์เรื่องนี้ใน JAMA Forum วันที่ 12 พฤษภาคม 2565 ที่ผ่านมา คาดประมาณว่า...สหรัฐอเมริกาจะมีผู้ป่วยที่ประสบปัญหาลองโควิด โดยมีอาการผิดปกติตั้งแต่ 3 อาการขึ้นไป อย่างน้อย 9.6 ล้านคน

    ซึ่งมากกว่าจำนวนคนที่เสียชีวิตจากโควิด-19 ถึง 10 เท่า

    น่าสนใจด้วยว่าเคยมีการสำรวจชิ้นหนึ่งพบว่า ผู้ที่ประสบปัญหานี้มีถึง 44% ที่ไม่สามารถทำงานได้ และ 51% ต้องจำกัดระยะเวลาทำงานลง เมื่อประเมินภาพรวมของระบบเศรษฐกิจ

    คาดว่า...จะทำให้แรงงานต้องออกไปจากระบบมากกว่า 1 ล้านคน ทำให้สูญเสียรายได้ไปอย่างน้อยปีละ 50,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

    ย้ำว่า ภาวะลองโควิดมีหลากหลายอาการ ซึ่งยังไม่สามารถประเมินได้อย่างครบถ้วนในเวลาอันสั้น แต่หากดูอาการที่พบบ่อย เช่น อ่อนเพลีย...เหนื่อยล้าอย่างเรื้อรัง

    ซึ่งหากพิจารณาค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาเทียบเท่ากับโรค Chronic fatigue syndrome (CFS) อาการอ่อนล้าเรื้อรังก็จะยังมีค่าใช้จ่ายสูงราวคนละ 9,000 ดอลลาร์ต่อปี

    แต่...หากเป็นโรคอื่นที่รุนแรง ทั้งโรคหัวใจและหลอดเลือด โรคเบาหวาน โรคทางระบบประสาท ก็จะมีค่าใช้จ่ายสูงกว่านี้มาก

    ทั้งนี้จึงเห็นได้ว่า ผลกระทบจะไม่หยุดอยู่แค่การขาดแคลนแรงงาน การขาดรายได้จากการทำงานของแต่ละคน แต่จะส่งผลกระทบต่อผลิตภาพโดยรวมของประเทศ รวมถึงค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาภาวะลองโควิด และค่าชดเชยหรือสวัสดิการสังคมต่างๆที่ต้องช่วยเหลือ

    ทำให้มีการประเมินมูลค่าความสูญเสียทางเศรษฐกิจจาก “ลองโควิด” ที่อาจสูงถึง 2.6 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

    ข้อมูลทั้งหมดข้างต้นนี้ รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว “Thira Woratanarat (ป๊ามี้คีน)” พร้อมตอกย้ำมุมมองสำหรับประเทศไทยว่า

    ส่วนตัวแล้วประเมินว่า หากพิจารณาจำนวนผู้ติดเชื้อที่รายงานทางการ (RT-PCR) รวมกับจำนวนที่ตรวจ ATK แล้ว จะมีจำนวนผู้ติดเชื้อสูงราว 5-6 ล้านคน แม้จะมีการฉีดวัคซีนไปแล้ว และหวังว่าจะมีผลในการลดความเสี่ยงที่จะเกิดลองโควิดได้บ้าง ก็ยังอาจมีผู้ป่วยที่ประสบปัญหานี้ราว 600,000-1,200,000 คน

    ซึ่งเป็นจำนวนที่สูงมาก และจำเป็นต้องมีการเตรียมระบบรองรับ ทั้งเรื่องการดูแลรักษา ให้คำปรึกษา และระบบสนับสนุนทางสังคมต่างๆ

    “การให้ความรู้อย่างทันท่วงทีแก่ประชาชนเป็นเรื่องสำคัญมาก เพื่อให้ตระหนักว่าปัญหาลองโควิดนั้นมีอาการมากมาย หลายๆระบบของร่างกายเรื้อรัง แนะนำวิธีประเมินสถานะสุขภาพของตนเอง และแนวทางการเข้าถึงบริการ”

    ควรมีระบบเก็บรวบรวมข้อมูล เพื่อนำมาใช้วางแผนนโยบายและมาตรการในอนาคตและที่สำคัญที่สุดคือ การทำให้ประชาชนรู้เท่าทันสถานการณ์ระบาดว่ายังเป็นไปอย่างต่อเนื่อง กระจายทั่ว การป้องกันตัวอย่างสม่ำเสมอระหว่างใช้ชีวิตประจำวัน...ทำงาน ค้าขาย ศึกษาเล่าเรียน เป็นเรื่องที่ต้องทำอย่างเป็นกิจวัตร

    “ใส่หน้ากากนะครับ เลี่ยงกิจกรรมเสี่ยง พฤติกรรมเสี่ยง สถานที่เสี่ยง ไม่ติดเชื้อย่อมดีที่สุด โควิด...ติด...ไม่ใช่แค่คุณ โควิด...ไม่จบที่หายและตาย แต่ที่ทรมานระยะยาวคือ ลองโควิด (Long COVID)”

    รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์ ฝากทิ้งท้ายว่า ตอนนี้แต่ละวันมีคนที่รู้จักติดกันรัวๆไม่ได้แผ่วลง ขอให้ป้องกันตัวให้ดีนะครับ ทั้งการใช้ชีวิตส่วนตัว ครอบครัว สถานศึกษา และที่ทำงาน

    ...มีทั้ง “ติดเชื้อใหม่” และ “ติดซ้ำ”

    ข้อมูลทางการแพทย์ในปัจจุบัน การติดซ้ำจะมีแนวโน้มรุนแรงกว่าเดิม สำคัญคือ...ไม่จบแค่หายหรือเสียชีวิต แต่จะเป็นลองโควิดระยะยาวได้.

    อ่านเพิ่มเติม...

    วิดีโอแนะนำ

    อดีตครูร้อง "หญิงไก่" หลอกเงิน 19 ล้าน
    04:53

    อดีตครูร้อง "หญิงไก่" หลอกเงิน 19 ล้าน

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    วันอังคารที่ 28 มิถุนายน 2565 เวลา 09:13 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์