ได้เวลา “Back to School”

ข่าว

ได้เวลา “Back to School”

ซูม

    16 พ.ค. 2565 06:57 น.

    บันทึก

    ที่พระภิกษุทั้งหลายท่านเทศนาโปรดพวกเรามาตลอดว่า “เดี๋ยวมันก็ผ่านไป” นั้น...กำลังจะเกิดขึ้นแก่ประเทศไทยของเราแล้วครับ เพราะทุกสิ่งทุกอย่างกำลังจะค่อยๆผ่านไป

    แม้คำว่า “เดี๋ยว” ในครั้งนี้จะยาวนานกว่า “เดี๋ยว” ตามปกติทั่วไปอยู่สักหน่อย แต่ในที่สุด “มัน” ก็จะผ่านไปจนได้

    ผมหมายถึง 2 ปีเต็มๆ ที่เราต้องเผชิญกับความทุกข์ยากสารพัดสารพันจากการระบาดใหญ่ของโควิด-19 นั่นแหละครับ ที่กำลังจะค่อยๆ ผ่านไปทีละนิด...ทีละนิด...ณ บัดนี้

    ประเทศไทยเริ่มเปิดประตูต้อนรับนักท่องเที่ยว ในขณะที่กฎกติกาความเข้มงวดด้านสาธารณสุขก็เริ่มคลี่คลาย และเริ่มมีข่าวว่าอาจมีการทดลองซักซ้อมในบางจุดของประเทศ เพื่อเตรียมการประกาศให้โควิด-19 เป็นโรคประจำถิ่น

    แต่ที่แน่ๆ พรุ่งนี้ (17 พฤษภาคม) จะเป็นวัน “เปิดเทอมใหม่” 2565 แล้วครับ...นักเรียนทั่วประเทศจะกลับคืนสู่ห้องเรียนอีกครั้ง...หลังจากที่ต้องปิดโรงเรียน หันมาใช้วิธีการเรียนการสอนทาง “ออนไลน์” อย่างน้อยก็ปีครึ่งในห้วงเวลาที่ผ่านมา

    ก่อให้เกิดผลเสียแก่เด็กไทยที่เรียกว่า “ภาวะการถดถอยทางการเรียนรู้ (Learning Loss)” อย่างใหญ่หลวง เพราะการเรียนหรือการสอนทางไกลนั้น อย่างไรเสียก็สู้การไปนั่งเรียนในชั้นเรียนอย่างใกล้ชิดกับคุณครูไม่ได้อย่างแน่นอน

    ซึ่งจากการประเมินผลของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานพบว่า การเรียนการสอนทาง “ออนไลน์” ที่ผ่านมานั้นทำให้เด็กๆชั้นประถม 1-6 มีภาวะถดถอยทางการเรียนด้าน “ทักษะการอ่าน” และ “คณิตศาสตร์” อย่างเห็นได้ชัด

    นอกจากนี้ คุณลักษณะของเด็กนักเรียนก็เปลี่ยนไป เช่น ไม่กล้าตอบคำถาม ไม่อยากพูดคุย และไม่อยากมีส่วนร่วมในการเรียนรู้...เป็นต้น

    ส่วนชั้น ม.1 ถึง ม.6 นั้นก็เกิดภาวะการถดถอยทางการเรียนรู้ด้านทักษะทางวิทยาศาสตร์ทักษะการปฏิบัติ เจตคติต่อการเรียน และวิชาที่เรียน ตลอดจนมีสภาวะทางอารมณ์และความรู้สึก เช่น เครียด กังวลใจ รวมไปถึงการมีสัมพันธภาพกับคนอื่นๆก็พลอยลดลงไปด้วย

    แต่ผมก็เข้าใจดีว่า ปัญหาทั้งหมดที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องที่เหนือคาดหมาย เป็นเรื่องร้ายแรงของโลก ซึ่งทุกประเทศในโลกต่างก็เจอเหมือนกันหมด...และก็จะเป็นเรื่องชั่วคราวเท่านั้น

    คุณภาพการเรียนการรับรู้ของเด็กจะถดถอยไปบ้างก็ต้องยอมรับและไปหาทางแก้ไขปรับปรุงเมื่อทุกอย่างสงบลงแล้ว

    เหมือนอย่างในภาวะ “สงครามโลก” เมื่อ 70 กว่าปีที่ผ่านมา ประเทศไทยโดยเฉพาะกรุงเทพฯ โดนทิ้งระเบิดต้องปิดโรงเรียน ต้องย้ายนักเรียนไปเรียนต่างจังหวัด มีปัญหาเรื่องขาดครู ขาดอุปกรณ์การเรียน...เด็กๆเรียนไม่เต็มที่ ฯลฯ

    แต่พอสงครามยุติก็กลับมาตั้งหลักใหม่...แผล็บเดียวความรู้ของเด็กๆก็กลับคืน...ผมเคยอ่านเรื่องราวของเด็กนักเรียนที่เจอพิษสงครามโดนย้ายไปโน่นนี่หลายๆคน ซึ่งในที่สุดก็กลับมาเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีชื่อเสียง เป็นกำลังสำคัญของประเทศทั้งสิ้น

    ดังนั้น เมื่อการศึกษาของเรางวดนี้จะหย่อนไปเพราะ “สงครามโรค” (โควิด-19) ผมก็เชื่อในความสามารถของกระทรวงศึกษาธิการและของคุณครูทั้งหลายที่จะช่วยกันติว ช่วยกันเติม ช่วยกันสอนให้เด็กๆ ของเราที่ความรู้และทัศนคติบางประการถดถอยลงไปนั้น...กลับมาสู่ความเป็นปกติหรือดีขึ้นไปอีกในเวลาอันไม่นานนักได้เช่นกัน

    แม้การเปิดเทอมวันนี้จะยังไม่ถึงขั้น “เต็มร้อย” เพราะยังต้องมีกฎเกณฑ์ มีความระมัดระวังตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุขอีกหลายข้อ รวมทั้งก็ยังเปิดโอกาสด้วยว่า หากโรงเรียนไหนไม่พร้อมก็สามารถจะใช้วิธีการสอนทางออนไลน์ต่อไปได้

    แต่เท่าที่ติดตามข่าวก็ดูเหมือนว่า โรงเรียนส่วนใหญ่ต่างก็พร้อมใจที่จะเปิดและพร้อมที่จะแก้ปัญหาแบบวันต่อวัน

    ก็ขอต้อนรับการกลับสู่โรงเรียนหรือ Back to school ในวันพรุ่งนี้นะครับ และขอให้กำลังใจคุณครูทุกท่านตลอดจนเด็กๆ ทั่วประเทศไทย โดยเฉพาะครู “ตรีนุช เทียนทอง” ขอให้สู้เต็มที่––ที่นี่เอาใจช่วย 100 เปอร์เซ็นต์อยู่แล้วครับครู.

    “ซูม”

    อ่านเพิ่มเติม...

    วิดีโอแนะนำ

    เช็กดวงครึ่งปีหลัง !! 3 ราศี ครองสัมปทาน งานเฮง: ดูดวงกับหมอไก่ พ.พาทินี
    03:29

    เช็กดวงครึ่งปีหลัง !! 3 ราศี ครองสัมปทาน งานเฮง: ดูดวงกับหมอไก่ พ.พาทินี

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    วันอังคารที่ 28 มิถุนายน 2565 เวลา 09:51 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์