ตำรวจสอบเพิ่ม 20 ประเด็นคดี “แตงโม” เรียบร้อยหอบสำนวนส่งคืนอัยการจังหวัด นนทบุรี “อัจฉริยะ” วืดพบอัยการ ไม่ได้นัดล่วงหน้าแค่มาขอคำปรึกษาให้ชะลอคำสั่งฟ้อง รอให้คดีที่แจ้งความแซนให้การเท็จจบก่อนหากพิสูจน์ได้ว่าแตงโมไม่ได้ตกท้ายเรือ อาจเป็นตัวแปรสำคัญที่พลิกคดีหลักให้กลับมานับหนึ่งใหม่ เตรียมส่งหลักฐานสำคัญให้ชุดสืบสวนวันที่ 17 พ.ค. ที่ สภ.พระประแดง ด้านอัยการจังหวัดนนทบุรีแจงพิจารณาสำนวนคดีตามกรอบระยะเวลาที่กำหนด จะชะลอหรือไม่ขึ้นกับดุลพินิจ “ทนายเดชา” ส่งตัวแทนแจ้งความอัจฉริยะหมิ่นประมาท กล่าวหาแย่งทำคดีแตงโม

ปมปริศนาคดีการเสียชีวิตของดาราสาวแตงโม-ภัทรธิดา หรือนิดา พัชรวีระพงษ์ ที่พลัดตกเรือสปีดโบ๊ตจมแม่น้ำเจ้าพระยากลับมาเป็นที่สนใจของผู้คนในสังคมอีกครั้ง หลังจากนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ออกมาเปิดหลักฐานใหม่แฉพิรุธการทำงานของตำรวจชุดคลี่คลายคดีรวมถึงแพทย์สถาบันนิติเวช มีทั้งข้อความทางไลน์ คลิปเสียงสนทนา รวมทั้งคลิปการนำใบพัดเรือมาทดสอบกับบาดแผลบนศพ โดย ผบก.สถาบันนิติเวช รพ.ตำรวจ ออกมายอมรับว่าเป็นคลิปจริง แต่ถูกตัดตอนมาเพียงบางส่วนทำให้เกิดความเสียหายกับองค์กร

...

ที่สำนักงานอัยการจังหวัดนนทบุรี เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 11 พ.ค. นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม เดินทางมาขอเข้าพบอัยการจังหวัดนนทบุรีเพื่อสอบถามเรื่องคดีแตงโม นายอัจฉริยะกล่าวว่าจะมาขอปรึกษาเกี่ยวกับคดีที่ตนแจ้งความแซน-วิศาพัช มโนมัยรัตน์ ข้อหาให้การเท็จ เนื่องจากคดีของตนจะเป็นตัวแปรที่ทำให้สามารถพลิกคดีได้ หากพิสูจน์ได้ว่าแซนให้การเท็จจะทำให้ผลของคดีหลักมีการเปลี่ยนแปลง อยากปรึกษาอัยการจังหวัดนนทบุรีว่าจะชะลอคำสั่งฟ้องเพื่อรอคดีตนได้หรือไม่เพราะยังมีเวลาอยู่ นอกจากนี้ยังติดใจประเด็นการตรวจแอลกอฮอล์และเลือดของแซนเพื่อหาสารเสพติด ตำรวจสามารถบังคับใช้ตามกฎหมายมาตรา 131/1 แต่กลับละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ รวมทั้งยังเจาะจงว่าสาเหตุของบาดแผลเกิดจากใบพัดเรือ แต่ไม่โฟกัสเรื่องที่เปิดขวดไวน์ รวมถึงบาดแผลที่เพิ่มขึ้นด้วย

เมื่อถามว่าอะไรที่เชื่อว่าเป็นหลักฐานสำคัญที่จะสามารถพลิกคดีได้ นายอัจฉริยะตอบว่า หากแตงโมไม่ได้จับขาแซนและไม่ได้ตกท้ายเรือจริง ตรงนี้คือการให้การเท็จต่อเจ้าหน้าที่ ดังนั้นโจทย์ที่ตำรวจตั้งไว้ว่าแตงโมตกท้ายเรือก็ไม่เป็นความจริง คดีนี้ก็ต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่ สาเหตุที่ไม่ได้นำหลักฐานให้ตำรวจภูธรภาค 1 มันยาก มุ่งเน้นรวบรวมพยานหลักฐานส่งให้อัยการจังหวัดนนทบุรี โดยเราเองก็มีผู้เชี่ยวชาญหลายคนมาเป็นพยาน

นายอัจฉริยะกล่าวต่อไปว่า สิ่งที่ออกมาร้องเรียนไม่คิดว่าจะไปกระทบใคร เพราะต้องการค้นหาความจริง และทำทุกวิถีทางที่จะทำได้ตามกรอบกำลังที่มี และตนไม่ได้มีอำนาจอะไร ได้แต่รวบรวมพยานหลักฐานมอบให้กับพนักงานสอบสวน พนักงานสอบสวนจะมีความเห็นอย่างไรก็ต้องไปว่ากันต่อที่ชั้นพนักงานอัยการ ยังเชื่อมั่นว่าสิ่งที่เราจะนำหลักฐานทั้งหมดเข้าสู่สำนวนของพนักงานสอบสวนจะทำให้มาคานอำนาจของตำรวจ และพนักงานอัยการให้รอความเห็นในคดีของตนที่กล่าวหาแซนก่อน เพราะหากฟ้องไปแล้วและพิสูจน์ได้จะทำให้คดีมีปัญหา ยังยืนยันว่ามีพยานสำคัญรวมถึงผู้เชี่ยวชาญต่างๆ มั่นใจว่าแตงโมไม่ได้ตกท้ายเรือ

ส่วนการที่นายเดชา กิตติวิทยานันท์ ทนายความของแม่แตงโมออกมาโพสต์ว่า หากออกมาเคลื่อนไหว จะมีหมายศาลจำนวนมาก นายอัจฉริยะกล่าวว่า เรื่องนี้เชื่อว่าตำรวจหรือ ผบ.ตร.ไม่ทำแน่นอนเพราะตนทำงานเพื่อแผ่นดิน ไม่มีอะไรแอบแฝง ไม่กังวลที่นำหลักฐานมาเปิดเป็นหลักฐานที่ตำรวจไม่มีและสามารถพิสูจน์กับอัยการได้ว่าเป็นเรื่องเท็จ จึงต้องการเอามาหักล้าง ยังเชื่อว่าความเห็นวันนี้จะทันก่อนคำสั่งของอัยการที่มีกรอบระยะเวลาถึง 7 ผลัด โดยวันที่ 17 พ.ค. จะนำหลักฐานที่มีทั้งหมดไปมอบให้ชุดสืบสวนคลี่คลายคดีที่ สภ.พระประแดง ก่อนถึงวันนั้นตนจะแถลงเปิดหลักฐานให้ประชาชนได้ทราบก่อน ทั้งทรายตัวอย่างที่เก็บมา รวมถึงในช่วงสัปดาห์หน้าจะจำลองโดยใช้นักประดาน้ำลงไปถ่ายภาพใต้แม่น้ำเจ้าพระยาว่ามีทรายอยู่ตรงจุดที่พบศพหรือไม่ และพยานที่พบเห็นศพในคืนวันเกิดเหตุเป็นพยานที่ตำรวจยังไม่เคยเอาเข้าสำนวนคดี

หลังให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน นายอัจฉริยะขึ้นไปติดต่อเจ้าหน้าที่บนสำนักงานเพื่อขอเข้าพบ น.ส.สุภาภรณ์ นิปวณิชย์ อัยการจังหวัดนนทบุรี ใช้เวลาราว 15 นาที ก่อนเดินลงมาเผยกับผู้สื่อข่าวว่า วันนี้ไม่ได้นัดหมายล่วงหน้ามาขอพบอัยการจังหวัดนนทบุรีเพราะแวะมาปรึกษาเท่านั้น เจ้าหน้าที่แจ้งว่าอัยการจังหวัดนนทบุรีไม่อยู่ ต้องนัดหมายล่วงหน้าก่อน วันนี้จึงยังไม่ได้พูดคุยกันในเรื่องนี้ ก่อนที่นายอัจฉริยะจะขอตัวเดินทางไปขึ้นศาลที่ต่างจังหวัด

ในช่วงบ่าย น.ส.สุภาภรณ์ นิปวณิชย์ อัยการจังหวัดนนทบุรี ชี้แจงว่า กรณีที่มีกลุ่มหรือบุคคลภายนอกมาขอเข้าพบปกติจะต้องยื่นหนังสือแจ้งมาเป็นลายลักษณ์อักษรเท่านั้น ส่วนจะอนุญาตหรือไม่นั้นไม่ขอตอบ ที่ผ่านมามีบุคคลพยายามเข้าพบเป็นจำนวนมาก ส่วนใหญ่จะไม่อนุญาต เนื่องจากต้องรับผิดชอบสำนวนคดีความเป็นจำนวนมากก็ยิ่งต้องระมัดระวังตัว ส่วนเรื่องการชะลอระยะเวลาของสำนวนทำได้หรือไม่ อยู่ในดุลพินิจและอำนาจการพิจารณาไปตามสำนวนและกรอบระเบียบระยะเวลาที่กำหนดของสำนักงานอัยการที่วางไว้

...

ต่อมาเวลา 15.00 น. พ.ต.ท.อุเทน หงษ์ทอง สว. (สอบสวน) สภ.เมืองนนทบุรี เดินทางมาที่สำนักงานอัยการจังหวัดนนทบุรี โดยหอบแฟ้มสำนวนคดีการเสียชีวิตของดาราสาว “แตงโม-นิดา” ที่เสร็จสมบูรณ์ หลังได้สอบปากคำบุคคลที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมในบางประเด็นที่ยังขาดและยังไม่สมบูรณ์ประมาณ 20 ประเด็นตามที่อัยการสั่งให้สอบเพิ่มเป็นที่เรียบร้อยมาส่งมอบคืนให้กับอัยการจังหวัดนนทบุรี เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบเอกสารที่นำมาส่งมอบ ใช้เวลาประมาณ 10 นาที ก่อนที่ พ.ต.ท.อุเทน จะเดินทางกลับไปโดยไม่ได้ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าว

ที่ สภ.พระนครศรีอยุธยา ช่วงบ่ายวันเดียวกัน น.ส.อำนวยพร มณีวรรณ์ ทนายความผู้รับมอบอำนาจจากนายเดชา กิตติวิทยานันท์ ทนายความแม่แตงโม นำเอกสารหลักฐานเข้าแจ้งความต่อ ร.ต.อ.สามารถ รักษาศักดิ์ รอง สว. (สอบสวน) ให้ดำเนินคดีนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา เหตุเกิดเมื่อวันที่ 10 พ.ค. นายอัจฉริยะไปออกรายการโหนกระแสทางช่อง 3 พูดข้อความอันเป็นเท็จในทางร้ายว่านายเดชาไปแย่งคดีแตงโมจากนายกฤษณะ ศรีบุญพิมพ์สวย อดีตทนายความของแม่แตงโม ทำให้บุคคลทั่วไปเข้าใจว่านายเดชาเป็นคนไม่ดี ทำผิดจรรยาบรรณวิชาชีพทนายความ ความจริงนายอัจฉริยะรู้อยู่แล้วว่านายเดชาไม่ได้แย่งคดีจากนายกฤษณะ เนื่องจากแม่แตงโมเลิกจ้างทนายความคนเดิมและแต่งตั้งนายเดชาเป็นทนายความต่อหน้าสื่อมวลชน การกระทำของนายอัจฉริยะจึงเป็นการหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ผู้แจ้งพบเห็นการกระทำความผิดที่ร้านอาหารในเขต สภ.พระนคร ศรีอยุธยา จึงมาร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนให้ดำเนินคดีให้ถึงที่สุด

...