ตำรวจเร่งสอบคดีค้ามนุษย์ เตรียมส่งสำนวนความผิดรองอธิบดีกรมกิจการเด็กและเยาวชนและพี่เลี้ยงภายในสัปดาห์นี้ พร้อมเร่งขยายผลเครือข่ายแก๊งค้ากามอีกหลายจังหวัด ส่วนอ้วน-แสงโรจน์ กาญจนะ ลูกอดีตนักการเมืองชื่อดัง จ.สุราษฎร์ธานี ติดต่อตำรวจขอมอบตัวแล้ว พ่อเมืองสุราษฎร์ตั้งทีมเชิงรุกป้องกันเด็กค้ากาม ขณะที่ “รังสิมันต์” จี้นายกฯสอบสวนถึง รมต.
จากปฏิบัติการกวาดล้างจับกุมขบวนการค้ามนุษย์ (ค้าประเวณีเด็ก) ของศูนย์พิทักษ์เด็ก สตรี ครอบครัว ป้องกันปราบปรามการค้ามนุษย์และภาคประมง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศพดส.ตร) ในพื้นที่ จ.สุราษฎร์ธานี ตั้งแต่วันที่ 7 พ.ย.2564 และดำเนินคดีผู้ใช้บริการอีก 11 ราย รวม 16 ราย พนักงานอัยการยื่นฟ้องผู้ต้องหาแล้ว แต่ยังมีผู้เสียหายที่ถูกบังคับค้าประเวณีเพิ่มเติม ตำรวจสอบสวนขยายผลและออกหมายจับผู้ต้องหาเพิ่มเติมทั้งสิ้น 41 ราย แบ่งเป็นแม่เล้า 12 ราย ผู้ซื้อบริการ 28 ราย และผู้สนับสนุน 1 ราย คุ้มครองเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี รวม 10 คน มีผู้ต้องหาเป็นบุคคลทั้งข้าราชการครู นายแพทย์ ทหาร และตำรวจ รวมทั้งนายแสงโรจน์ หรืออ้วน กาญจนะ ลูกชายนายชุมพล กาญจนะ อดีตนักการเมืองชื่อดัง จ.สุราษฎร์ธานี ที่ไปซื้อบริการเด็กหญิง นอกจากนี้ นายแสงโรจน์ยังถูกดำเนินคดีในข้อหาเดียวกันอีก 2 คดี พฤติกรรมต่างกรรมต่างวาระ อยู่ระหว่างหลบหนี ตำรวจเร่งติดตามจับกุมผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องในคดีนี้อย่างต่อเนื่อง
ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 8 พ.ค. พ.ต.อ.กิตติพงษ์ ทองทิพย์ รอง ผบก.ภ.จ.สุราษฎร์ธานี ในฐานะหัวหน้าชุดปฏิบัติการ ศพดส.ตร.ภาค 8 และหัวหน้าชุดปฏิบัติการปราบปรามการล่วงละเมิดต่อเด็กทางอินเตอร์เน็ต ภาค 8 กล่าวว่า ตำรวจและสหวิชาชีพสอบปากคำพยานเป็นเด็กอยู่ในความคุ้มครองของบ้านพักเด็กและครอบครัวสุราษฎร์ธานีจำนวน 8 ราย เด็กทั้งหมดให้การว่า นายสุวัฒน์ หรือเอ็ม เผ่าพันธุ์ มีหน้าที่เป็นครูพี่เลี้ยงใช้กำลังทำร้ายร่างกาย บังคับขู่เข็ญไม่ให้เด็กบอกชื่อลูกค้าที่มาใช้บริการเด็กหญิง ขณะนี้ตำรวจเรียกตัวนายเอ็ม พนักงานราชการ ตำแหน่งพี่เลี้ยงมารับทราบข้อกล่าวหา ทำร้ายร่างกายผู้อื่นไม่ถึงกับเป็นอันตรายแก่กายและจิตใจ กระทำการอันเป็นการทารุณกรรมเด็ก และเป็นผู้ปฏิบัติงานในสถานแรกรับทำร้ายร่างกาย หรือลงโทษด้วยวิธีการรุนแรงไม่เป็นไปตามที่ระเบียบกำหนดตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก คุมตัวนายเอ็มไปฝากขังที่ศาลแขวงสุราษฎร์ธานี ขณะนี้อยู่ระหว่างควบคุมตามอำนาจศาล คาดว่าพนักงานสอบสวนจะสรุปสำนวนส่งพนักงานอัยการ เพื่อพิจารณาฟ้องต่อศาล เมื่อพนักงานสอบสวนได้รับผลการตรวจร่างกายผู้เสียหาย
พ.ต.อ.กิตติพงษ์กล่าวว่า ส่วนการสอบสวนนายพิสิฐ พูลพิพัฒน์ รองอธิบดีกรมกิจการเด็กและเยาวชน ข้าราชการระดับสูงในกระทรวงการพัฒนา สังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เป็นผู้ถูกกล่าวหาในความผิดตามมาตรา 157 ฐานความผิดเป็นพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ความผิดมาตรา 139 ฐานความผิดข่มขืนใจเจ้าพนักงานให้ปฏิบัติการอันมิชอบด้วยหน้าที่ หรือให้ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามหน้าที่ โดยใช้กำลังประทุษร้ายหรือขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย และขัดขวางการสืบสวนการฟ้องร้อง หรือการดำเนินคดีความผิดฐานค้ามนุษย์ เพื่อมิให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยถ้าเป็นการทำอย่างหนึ่งอย่างใดตาม พ.ร.บ.ค้ามนุษย์ พนักงานสอบสวนสอบปากคำพยานบุคคลไปแล้ว 3 ปาก และพยานแวดล้อมอีกจำนวนหนึ่ง รอเพียงพยานเอกสารจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คาดว่าจะสามารถส่งสำนวนสอบสวนให้ ป.ป.ช.ประจำจังหวัดสุราษฎร์ธานี ภายในสัปดาห์นี้
ด้าน พ.ต.อ.พัลลภ สุริยะกุล ณ อยุธยา รอง ผบก.สำนักเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ/ฝ่ายอำนวยการศูนย์ปฏิบัติการปราบปรามการล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็กทางอินเตอร์เน็ต กล่าวว่า คดีนี้ตำรวจชุดสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐานในขบวนการค้าประเวณีเด็กที่มี น.ส.รุ่งฤดี หรือเจ๊น้ำ เป็นแม่เล้า พบความเชื่อมโยงไปยังบุคคลอื่นๆในขบวนการอีกหลายคน แต่เป็นลักษณะเครือข่ายเฉพาะภายในพื้นที่ ส่วนกลุ่มผู้ซื้อบริการมีหลากหลายในหลายจังหวัด
“ขณะนี้ชุดทำงานยังคงเดินหน้าสืบสวนหาตัวผู้เกี่ยวข้องมาดำเนินคดีไม่มียกเว้น เพื่อเป็นการคุ้มครองและช่วยเหลือเหยื่อ ในช่วง 5 เดือน การทำงานอย่างต่อเนื่องของเจ้าหน้าที่สามารถออกหมายจับผู้เกี่ยวข้องแล้วจำนวน 42 หมาย ติดตามจับกุม 36 คน และยังไม่สามารถจับกุมได้ 5 หมาย ผู้ต้องหา 4 คน คาดว่าในสัปดาห์นี้จะขออนุมัติหมายจับผู้ต้องหาเพิ่มเติมเป็นชุดที่ 4” พ.ต.อ.พัลลภกล่าว จากแหล่งข่าวชุดสืบสวนคลี่คลายคดีระบุว่า ผู้ต้องหาที่ยังคงหลบหนีการจับกุมมีจำนวน 4 ราย มีผู้สนับสนุนเป็นผู้หญิง 1 ราย และผู้ซื้อบริการทางเพศ 3 ราย 1 ในนั้นคือนายแสงโรจน์ หรืออ้วน กาญจนะ ลูกชายนายชุมพล กาญจนะ อดีตนักการเมืองชื่อดัง จ.สุราษฎร์ธานี มีกระแสข่าวว่าจะติดต่อตำรวจเพื่อขอมอบตัวแล้ว
ด้านนายวิชวุทย์ จินโต ผวจ.สุราษฎร์ธานี กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ไม่ได้ละเลยปัญหา พอจะมีเบาะแสเกี่ยวกับพฤติกรรมการรวมกลุ่มเด็กๆเหล่านี้มาบ้าง แต่ที่ผ่านมามีเพียงหน่วยงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) จ.สุราษฎร์ธานี เท่านั้นที่ค่อยสอดส่องดูแลและให้ความช่วยเหลือ ยอมรับว่าทำงานไม่ทั่วถึง ในส่วนของคดีอาญาให้เป็นหน้าที่ของฝ่ายกฎหมาย ตนจะเข้าไปดูแลเพื่อป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคตด้วยการบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประกอบด้วย พม.จังหวัด ศึกษาธิการจังหวัด (ศธ.) สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) เขต 1-3 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา (สพม.) สุราษฎร์ธานี ติดตามและปรับทัศนคติเยาวชน รวมถึงปรับวิถีชีวิต และวิธีเลี้ยงดูเยาวชน โดยเฉพาะการให้ความรู้กับผู้ปกครองในการเลี้ยงดูบุตรหลานในยุคโซเชียล มีเดีย ผู้ใหญ่ต้องเรียนรู้ให้เท่าทันเด็ก รวมถึงหาทางป้องกันไม่ให้บุตรหลานหลงผิด
นายวิชวุทย์กล่าวว่า นอกจากนี้ยังแต่งตั้งคณะทำงานร่วมของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดชุดติดตามกลุ่มเป้าหมายที่เป็นกลุ่มเตร็ดเตร่ ไม่มีอาชีพเป็นหลักแหล่งและอยู่นอกระบบการศึกษา แต่มีความเป็นอยู่หรูหราฟุ่มเฟือย โดยเฉพาะกลุ่มที่ใช้ชีวิตอยู่กับสถานบันเทิง เช่น ผับ บาร์ เพื่อแก้ไขปัญหาเป็นรายๆ และมอบหมายให้หน่วยงานด้านการศึกษาในทุกระดับชั้นเร่งติดตามให้เด็กและเยาวชนในกลุ่มเสี่ยงกลับเข้าสู่ระบบการศึกษา ทั้งภาคบังคับและภาคสมัครใจ และการนำเด็กเข้าสู่กระบวนการฝึกอาชีพ รวมถึงทางจังหวัดจะทำหนังสือขอความร่วมมือของหน่วยงานระดับชาติ โดยเฉพาะหน่วยงานในสังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ให้ตรวจจับและบล็อกโทรศัพท์มือถือ หรือ IP Address ที่เข้าถึงเว็บไซต์ หรือกลุ่มเพจที่เสี่ยงอันตรายเรื่องเพศและยาเสพติด
ด้านนายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อและโฆษกพรรคก้าวไกล แถลงถึงกรณีการขยายผลจับกุมขบวนการค้ามนุษย์ที่ จ.สุราษฎร์ธานี มีบุคคลที่มีความสัมพันธ์กับพรรคประชาธิปัตย์เข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องหรือไม่ว่า เหตุใดคนระดับรองอธิบดีมีสถานะในกลไกราชการสูงถึงกล้าเข้าไปเกี่ยวข้องลักษณะนี้ และมีคนให้ท้ายกับสิ่งที่เกิดขึ้นหรือไม่ น่าสังเกตว่ากรณีนี้นายจุติ ไกรฤกษ์ รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม. ) ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีมาตั้งแต่ปี 2562 ควรรู้ว่าแต่ละคนที่ทำงานด้วยเป็นอย่างไร น่ากังวลคือการที่นายจุติเป็นแกนนำคนสำคัญของพรรค ปชป. เป็นถึงอดีตเลขาธิการพรรคมาหลายปี จะนำไปสู่กระบวนการช่วยเหลือกันอย่างเป็นระบบให้ผู้กระทำความผิดรอดพ้นจากกระบวนการยุติธรรมหรือไม่ สิ่งที่เกิดขึ้นคือคนที่เป็นลูกของอดีต ส.ส.พรรค ปชป. มีพี่สาวเป็น ส.ส.ปชป. คนที่มาช่วยเคลียร์เป็นคนที่อยู่ในกระทรวงที่พรรค ปชป.ครองอยู่ รัฐมนตรีที่สอบสวนเรื่องนี้ เป็นรัฐมนตรีโควตาของพรรค ปชป. และเคยเป็นเลขาธิการพรรค ปชป.มาเป็น เวลานาน จะมั่นใจในกระบวนการตรวจสอบได้จริงๆหรือ ตนไม่มั่นใจกระบวนการตรวจสอบที่เกิดขึ้น
นายรังสิมันต์กล่าวต่อว่า สังคมกำลังเป็นห่วงว่าถ้าไม่เร่งดำเนินการจะจับใครไม่ได้ หรือจับได้แค่ปลาตัวเล็กเหมือนที่เคยเป็นมา พรรคก้าวไกลขอใช้โอกาสนี้เรียกร้องต่อนายกฯให้มีมาตรการตรวจสอบที่ครอบคลุมไปถึง รมว.พม.ด้วย อย่ากังวลว่าถ้ามีการปลด เปลี่ยนแปลง ตั้งกรรมการสอบแล้วจะทำให้พรรค ปชป.ไม่สนับสนุนรัฐบาลอีกต่อไป
...