- หมอเตือนยิ่งมีคนติดเชื้อโควิดมาก โอกาสเจอผู้ป่วยภาวะผิดปกติในระบบต่างๆ ของร่างกายหลังหายป่วย หรือ "ลองโควิด" ยิ่งพุ่ง ผู้หญิงเสี่ยงเป็นมากกว่าชาย ส่อเป็นปัญหาระยะยาวกระทบสังคม
- สถานการณ์โควิดไทยเริ่มดีต่อเนื่อง ยอดติดเชื้อ-ตายลดลง พื้นที่ "อีสาน" ยังน่าเป็นห่วง เหตุคนฉีดวัคซีนน้อย ส่วนใหญ่กลุ่มสูงวัย คาด 2-3 สัปดาห์นี้ ยอดผู้ติดเชื้อเพิ่ม
- เร่งทุกจังหวัดเตรียมพร้อมเข้าสู่โรคประจำถิ่น ยังไม่ระบุวันประกาศแน่ชัด จ่อปรับเกณฑ์รักษาใหม่ เผยการพัฒนาวัคซีนใบยาของไทย คืบหน้าอีกขั้น
สัญญาณโควิดฯ ไทยส่อแววดีขึ้นต่อเนื่อง ยอดผู้ติดเชื้อต่ำหลักหมื่นวันแรก ยอดตายต่ำร้อย 3 วันต่อเนื่อง รับปรับหลักเกณฑ์ใหม่ในการเดินทางเข้าประเทศ ด้วยการยกเลิกระบบเทสต์ แอนด์ โก ไม่มีการตรวจหาเชื้อด้วยวิธี RT-PCR ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค.ที่ผ่านมา หวังดึงนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าประเทศ โกยเงินจากกระเป๋ากระตุ้นเครื่องยนต์เศรษฐกิจ ขณะที่ภาพรวมโควิดฯ ในประเทศเริ่มดูดีขึ้น แต่ "ภาคอีสาน" ยังน่าเป็นห่วง มีหลายพื้นที่ยอดผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตเพิ่มสูงติดอันดับต้นๆ ของประเทศ เหตุเพราะคนฉีดวัคซีนน้อย โดยเฉพาะ "กลุ่มผู้สูงวัย" ดังนั้นยังต้องจับตาสถานการณ์อย่างใกล้ชิด คาดว่าน่าจะมีการติดเชื้อเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในอีก 2-3 สัปดาห์ต่อจากนี้ ขณะที่หมอออกมาเตือน ยิ่งมีคนติดโควิดฯ จำนวนมากเท่าไร โอกาสเจอผู้ป่วยภาวะผิดปกติในระบบต่างๆ ของร่างกายหลังหายป่วย หรือ "ลองโควิด (Long Covid)" ยิ่งเพิ่มสูงขึ้น และส่อเป็นปัญหาระยะยาวกระทบทั้งสังคม!!!
หมอเตือนติดโควิดมาก ป่วย "ลองโควิด" พุ่ง
รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์ จากคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า ภาวะผิดปกติหลังจากติดเชื้อโควิด-19 ที่เรียกว่า Long COVID หรือ Post-COVID Syndrome จะเป็นปัญหาระยะยาว ทั้งต่อคนในครอบครัว คนรัก คนใกล้ชิด ที่ทำงาน และสังคม เกิดขึ้นได้ทั้งคนที่เคยติดเชื้อแบบไม่มีอาการ มีอาการน้อย หรือมีอาการรุนแรง โอกาสเกิดราวร้อยละ 20-40 ถือเป็นตัวเลขที่สูง ยิ่งหากประเทศใดมีคนติดเชื้อมาก โอกาสเจอผู้ป่วยที่เป็นลองโควิดยิ่งมากเป็นเงาตามตัว
"ผู้หญิง" มีความเสี่ยงเป็นมากกว่า "ผู้ชาย"
รศ.นพ.ธีระ ระบุต่อว่า ล่าสุดมีงานวิจัยจาก Taquet M และทีมงานเผยแพร่ในวารสารการแพทย์ Brain, Behavior and Immunity วันที่ 22 เม.ย. 65 โดยศึกษาแบบเปรียบเทียบย้อนหลังในประชากรของสหรัฐอเมริกาที่ติดเชื้อโควิดฯ ในช่วงเดือน ม.ค.-ส.ค. 2564 ที่มีประวัติได้รับและไม่ได้รับวัคซีน จำนวนราวกลุ่มละ 10,000 คน พบว่าอัตราการเกิดลองโควิดไม่ได้แตกต่างกัน อย่างไรก็ตามคงต้องมีการวิจัยขนาดใหญ่ที่ทำการศึกษาเรื่องนี้ให้ชัดเจนยิ่งขึ้น ทั้งนี้ การป้องกันตัวไม่ให้ติดเชื้อถือเป็นเรื่องสำคัญ ไม่ว่าจะได้รับวัคซีนมาแล้วหรือไม่ก็ตาม ลองโควิดเกิดได้กับทุกเพศทุกวัย ทั้งเด็กเล็ก เด็กโต วัยทำงาน และคนสูงอายุ เพศหญิงเสี่ยงกว่าเพศชาย ผู้ใหญ่เสี่ยงกว่าเด็ก ป่วยปานกลางและรุนแรงเสี่ยงกว่าป่วยน้อยและไม่มีอาการ แต่ทุกประเภทจะเกิดลองโควิดได้ทั้งสิ้น
ยังไม่มี "วิธีป้องกัน-รักษา" แบบเฉพาะเจาะจง
รศ.นพ.ธีระ ระบุอีกว่า ลองโควิดเป็นความผิดปกติที่เกิดขึ้นกับร่างกายแทบทุกระบบ ตั้งแต่สมอง/ระบบประสาท มีตั้งแต่ความจำเสื่อม คิดวิเคราะห์ลำบากหรือสมรรถนะถดถอยลงกว่าปกติ ปวดศีรษะ วิงเวียนศีรษะ ปัญหาการนอนหลับ และความผิดปกติทางจิต เช่น โรคซึมเศร้า เครียดวิตกกังวล อารมณ์แปรปรวน ไปจนถึงระบบอื่น ที่หนักหนาและไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น คือ ปัญหาด้านหัวใจและหลอดเลือด ตั้งแต่กล้ามเนื้อหัวใจและเยื่อบุหัวใจอักเสบ หัวใจเต้นผิดจังหวะ หัวใจขาดเลือด หัวใจหยุดเต้น รวมถึงโรคหลอดเลือดสมอง และการอุดตันของหลอดเลือดตามที่ต่างๆ ระบบหายใจมีปัญหา ทำให้เหนื่อยง่าย หอบเหนื่อย เพราะมีความผิดปกติของสมรรถนะของปอดและการแลกเปลี่ยนออกซิเจน ระบบต่อมไร้ท่อจะเกิดความผิดปกติ ได้แก่ การเกิดโรคเบาหวานในคนที่ไม่เคยเป็นมาก่อน รวมถึงคนที่เคยเป็นเบาหวานมาก่อน ก็ประสบปัญหาคุมโรคได้ยากมากขึ้น และปัญหาเกี่ยวกับฮอร์โมนเพศ อาการทางระบบอื่นของร่างกาย ได้แก่ อ่อนเพลียอ่อนล้าจนทำงานไม่ไหว ออกกำลังกายไม่ไหว ผมร่วง และอาการปวดที่ต่างๆ ตามร่างกายทั้งกล้ามเนื้อ กระดูกและข้อ อาการเกิดขึ้นได้ตั้งแต่หลายเดือนไปเป็นปี หรือเป็นแบบถาวร ขึ้นอยู่กับความผิดปกติที่เกิดขึ้น ยังไม่มีวิธีป้องกันหรือรักษาแบบเฉพาะเจาะจง นอกจากการป้องกันตัวเองและครอบครัวไม่ให้ติดเชื้อ การป้องกันที่พิสูจน์แล้วว่าได้ผลคือใส่หน้ากากเสมอ เว้นระยะห่างจากคนอื่น พบปะคนเท่าที่จำเป็น ใช้เวลาสั้นๆ เลี่ยงการกินดื่มหรือแชร์ของกินของใช้ร่วมกับผู้อื่น
โควิดฯ เริ่มแผ่ว "ติดเชื้อ-ตาย" ลดลงต่อเนื่อง
ส่วนสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิดฯ ขณะนี้นั้น นพ.จักรรัฐ พิทยาวงศ์อานนท์ ผอ.กองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค กล่าวว่า ยอดผู้ติดเชื้อรายใหม่ที่ยืนยันด้วยผลตรวจ RT-PCR ลดลง ประกอบกับการรายงานตัวเลขข้อมูลของ สปสช.ที่รับลงทะเบียนผลตรวจจากชุด ATK ที่มีผลเป็นบวก และขอรักษาตัวในระบบผู้ป่วยนอก รับยา และกลับไปแยกกักตัวที่บ้านหรือรับยาทางไปรษณีย์ ยอดผู้ป่วยที่ลงทะเบียนกับ สปสช.ช่วงวันที่ 24-30 เม.ย.ที่ผ่านมา มีจำนวน 498,578 คน หรือเฉลี่ยวันละ 40,000-60,000 ต่อวัน ลดลงอย่างต่อเนื่องเช่นกัน แต่ยังคงระดับเตือนภัยอยู่ที่ระดับ 4 ทุกจังหวัด ประชาชนยังจำเป็นต้องหลีกเลี่ยงสถานที่ที่มีการรวมกลุ่ม ส่วนผู้ป่วยปอดอักเสบและใส่ท่อช่วยหายใจทรงตัว แต่มีแนวโน้มลดลงต่อเนื่องอย่างช้าๆ สำหรับการรายงานยอดผู้เสียชีวิตจะเน้นที่ผู้ป่วยที่ติดเชื้อโควิดและเสียชีวิตจากโควิดเป็นหลัก คือ ติดเชื้อและมีอาการปอดอักเสบรุนแรงและเสียชีวิต เป็นที่มาของการรายงานผู้เสียชีวิตในวันนี้อยู่ที่ 84 คน และจะเพิ่มรายงานโรคที่ตามมาหลังการติดเชื้อโควิด-19 ในกลุ่มเด็ก หรือ MIS-C และอาการลองโควิดในผู้ใหญ่ หรือ MIS-A
จับตา "อีสาน" น่าห่วง เหตุฉีดวัคซีนน้อย คาดติดเชื้อพุ่ง
นพ.จักรรัฐ กล่าวต่อว่า วัคซีนมีความสำคัญในการช่วยลดความรุนแรงของโรคโควิดและป้องกันการเสียชีวิต ต้องเน้นย้ำให้กลุ่ม 608 มารับวัคซีนให้ครบรวมทั้งเข็มกระตุ้น ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (อีสาน) จะมีผู้เสียชีวิตมากที่สุด รวมทั้งยอดผู้ติดเชื้อรายใหม่ในแต่ละวันที่ภาคอีสานจะเพิ่มสูงเป็นอันดับต้นๆ ของประเทศ ต้องติดตามสถานการณ์การระบาดในพื้นที่ภาคอีสานอย่างใกล้ชิด คาดว่าน่าจะมีการติดเชื้อเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในอีก 2-3 สัปดาห์ พื้นที่นี้มียอดผู้ติดเชื้อรายวัน ยอดผู้ป่วยปอดอักเสบ และยอดผู้เสียชีวิต ทั้ง 3 ส่วนมียอดสูงเป็นอันดับต้นๆ ของประเทศ สาเหตุเนื่องมาจากคนมารับวัคซีนน้อย ทั้งเข็ม 1 เข็ม 2 และเข็มกระตุ้น เพราะมองว่าเชื้อโอมิครอนไม่รุนแรง ติดเชื้อแล้วมีอาการไม่มาก ฉีดวัคซีนแค่ 2 เข็ม ขอยืนยันว่าวัคซีน 2 เข็ม ไม่เพียงพอต่อการป้องกันโอมิครอน ต้องฉีด 3 เข็มขึ้นไป โดยเฉพาะผู้สูงอายุ
เร่งทุกจังหวัดเตรียมพร้อมเข้าสู่ประจำถิ่น
นพ.จักรรัฐ กล่าวอีกว่า ขณะนี้จังหวัดส่วนใหญ่ เริ่มมีแนวโน้มพบผู้ติดเชื้อลดลง ในช่วงนี้เป็นระยะเปลี่ยนผ่านของประเทศเพื่อเข้าสู่การเป็นโรคประจำถิ่นในช่วงเดือน พ.ค.-มิ.ย.นี้ ดังนั้นในช่วงขาลงนี้ทุกจังหวัดจะต้องจัดทำแผนปฏิบัติการเตรียมความพร้อมเข้าสู่โรคประจำถิ่นตามเกณฑ์ ทั้งเรื่องอัตราการฉีดวัคซีน อัตราการป่วย อัตราการตาย เพื่อให้มั่นใจว่าถ้าเชื้อโควิดมีการกลายพันธุ์ที่แพร่ระบาดได้ง่ายขึ้น หรือรุนแรงขึ้น จังหวัดจะมีศักยภาพรองรับได้ ทั้งเตียง ยา และหมอ มีเพียงพอรักษาตามมาตรฐาน โดยเฉพาะจังหวัดท่องเที่ยว ยึดมาตรการสำคัญคือ 2U ได้แก่ การป้องกันส่วนบุคคล และการฉีดวัคซีนให้ครบ กับ 3 พอ คือ เตียงพอ ยาพอ หมอพอ รวมถึงจำเป็นที่ต้องเร่งฉีดเข็มกระตุ้นให้ได้ร้อยละ 60 ส่วนข้อสงสัยที่ว่ายอดติดเชื้อลดลงเพราะตรวจน้อยลงหรือตรวจพบเชื้อแล้วไม่เข้าระบบการรายงานนั้น ต้องยอมรับว่าเชื้อโอมิครอนเป็นเชื้อที่ติดแล้วไม่มีอาการ หรือมีอาการคล้ายไข้หวัด ทำให้หลายคนพบเชื้อจะรักษาตัวเอง ไม่ได้รายงานเข้าระบบแตกต่างจากการติดเชื้อเดลตา ที่คนกังวล เมื่อตรวจพบก็รีบไปรับการรักษาที่โรงพยาบาล อย่างไรก็ตาม จากการติดตามตัวเลขผู้ตรวจด้วย ATK และรายงานเข้าระบบของ สปสช. พบว่าลดลงเช่นกัน เป็นตัวเลขที่สะท้อนสถานการณ์จริงได้
เชื่อไทยผ่านวิกฤติโควิดไปได้ด้วยดี
ด้าน นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข กล่าวถึงการเปิดประเทศ วันที่ 1 พ.ค.ที่ผ่านมาว่า สถานการณ์ทุกอย่างเป็นไปได้ด้วยดี รับทราบจากอธิบดีกรมควบคุมโรคว่ามีผู้ลงทะเบียนไทยแลนด์พาสและทยอยเข้ามาในประเทศจำนวนมาก การเข้าประเทศแล้วสามารถเดินทางออกได้เลย ไม่มีการติดขัดใดๆ ที่สนามบิน ขอให้ทางผู้ที่เดินทางเข้ามาได้ตรวจ ATK และแจ้งในคิวอาร์โค้ดในไทยแลนด์พาสผ่านมา 2 วัน ก็ยังดีอยู่ ตอนนี้จะเห็นว่ามีการพยายามควบคุมเรื่องการติดเชื้อ น่าจะผ่านวิกฤตการณ์ได้ด้วยดี อย่างช่วงสงกรานต์ก็ผ่านมาได้ อัตราการเสียชีวิตมีแนวโน้มลดลง พิจารณาได้จากเครื่องมือฉุกเฉินใน รพ. การใช้เครื่องช่วยหายใจลดลงการใช้ยาต้านไวรัสในแต่ละวันก็เริ่มลดลง
ยังอุบวันประกาศโรคประจำถิ่น
ส่วนข้อกังวลการเข้าสู่โรคประจำถิ่นเต็มรูปแบบนั้น นายอนุทิน กล่าวว่า โรคประจำถิ่นเป็นสิ่งจำเป็นหากจะให้ประเทศเข้าสู่ภาวะปกติ แต่เราต้องมีความรอบรู้ด้านสุขภาพมากพอ จะใช้ชีวิตอย่างไรให้อยู่กับโควิดที่จะเป็นโรคประจำถิ่นให้ได้ ซึ่งคำบัญญัติโรคประจำถิ่น คือทำให้เป็นอีกโรคของประเทศและต้องรู้วิธีป้องกันรู้วิธีทำตัวเองให้ปลอดภัย วันนี้เรามีวิกฤตการณ์ค่าครองชีพสูงขึ้นมาก กระทรวงสาธารณสุขก็อยากจะผ่อนคลายความกดดันหลายๆ อย่าง หากสามารถดำเนินการให้ประชาชนใช้ชีวิตได้ด้วยมาตรการผ่อนคลายมากขึ้น ก็จะมีหนทางในการประกอบอาชีพ หาเลี้ยงตัวเองในสภาวการณ์เช่นนี้ อย่างไรก็ตาม เราต้องเตรียมทุกอย่างด้วยความพร้อม 3 พอ คือ หมอพอ เตียงพอ และยาพอ วันนี้ได้พบทั้งหมอ ผู้ผลิตยา องค์การเภสัชกรรม ผู้นำเข้ายา ยังยืนยันว่าเพียงพอ ทั้งนี้ยังไม่ได้ประกาศว่าวันไหน เวลาไหน ไทยจะเป็นโรคประจำถิ่น ส่วนกลุ่มร้านเหล้าคาราโอเกะก็จะเดินหน้าผ่อนคลายมากขึ้นหากทุกคนให้ความร่วมมือ
สถานการณ์เริ่มทรงตัว รพ.ทยอยยุบวอร์ดรักษาโควิดฯ
ด้าน นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ ให้สัมภาษณ์ว่า ขณะนี้สถานการณ์เริ่มทรงตัว ผู้ป่วยรักษาที่บ้านมากขึ้น ทำให้หลายสถานพยาบาลทยอยยุบวอร์ดรักษาโควิดฯ ลง และกลับมารักษาผู้ป่วยโรคอื่นๆ และรักษาผ่าตัดมากยิ่งขึ้น เช่น รพ.เลิดสิน ได้รับรายงานว่าผู้ป่วยโควิดน้อยลง รพ.สนามที่เตรียมเตียงรักษาผู้ป่วยเหลือง-แดงไว้ 200 เตียง เหลือรักษาผู้ป่วยเพียง 30-40 คน เมื่อวันที่ 1 พ.ค.ที่ผ่านมา รพ.เลิดสินได้งดรับผู้ป่วยโควิดฯ ที่เข้า รพ.สนาม และใช้รูปแบบการส่งต่อการรักษาผู้ป่วยตามสิทธิ์ คาดว่าภายใน 1-2 สัปดาห์นี้ จะมีการปรับการรักษาเข้าสู่ระบบปกติ แต่อยู่ภายใต้เงื่อนไขไม่มีการระบาดโควิดที่รุนแรงหรือพบเชื้อกลายพันธุ์ปะทุขึ้นมาอีก เช่นเดียวกับสถานพยาบาลอื่นๆ คงมีการปรับลดการดูแลผู้ป่วยโควิด-19 ในโรงพยาบาลลง อย่างไรก็ตาม ยังมีการติดตามสถานการณ์โควิดอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากตอนนี้ในบางประเทศเริ่มพบโควิดสายพันธุ์ย่อยระบาด
เตรียมปรับหลักเกณฑ์การรักษาใหม่สู่โรคประจำถิ่น
นอกจากนี้ นพ.สมศักดิ์ ยังกล่าวด้วยว่า ขณะนี้มีการประชุมหารือกับฝ่ายการรักษาในการจัดทำเกณฑ์ ควบคุมป้องกันและการดูแลรักษาหลังปรับโควิดสู่โรคประจำถิ่น ที่ผ่านมาโควิดยังถูกระบุให้เป็นโรคติดต่ออันตราย แต่เมื่อโควิดไม่เป็นโรคติดต่ออันตรายแล้ว ต้องมีการปรับเกณฑ์การดูแลรักษาใหม่ เป็นหลักการที่เตรียมพร้อมอยู่แล้ว
เผยการพัฒนาวัคซีนใบยาของไทยคืบหน้าอีกขั้น
ด้านความคืบหน้าการพัฒนาวัคซีนสัญชาติไทยนั้น ผศ.ภญ.ดร.สุธีรา เตชคุณวุฒิ อาจารย์คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และคณะวิจัยและพัฒนาวัคซีนใบยา ของบริษัทใบยา ไฟโตฟาร์ม จำกัด ซึ่งเป็นสตาร์ทอัพของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยถึงการพัฒนาวัคซีนใบยาว่า วางเป้าหมายที่จะผลิตและนำมาใช้ปลายปี 2565 หรือ ต้นปี 2566 ขณะนี้ทุกอย่างเป็นไปตามแผนที่วางไว้ โดยวัคซีนรุ่นที่ 1 นำเชื้อต้นแบบจากอู่ฮั่นมาพัฒนา มีการทดสอบในมนุษย์ระยะที่ 1 แล้ว ตั้งแต่ต้นเดือน มี.ค. 65 ผลการทดสอบเบื้องต้นพบว่ากระตุ้นภูมิคุ้มกันได้ดี ขณะนี้อยู่ระหว่างการปรับขนาดที่เหมาะสม โดยจะทดสอบปริมาณโดสที่ต่างกันในอาสาสมัคร เพื่อหาปริมาณโดสที่เหมาะสมและปลอดภัย คาดว่าจะเริ่มทดสอบในมนุษย์เพื่อหาโดสที่เหมาะสม ประมาณเดือน ก.ค.-ส.ค.นี้
ทำรุ่น 2 เพิ่มสารกระตุ้นภูมิ ภาพรวมได้ผลดี
ผศ.ภญ.ดร.สุธีรา กล่าวอีกว่า ขณะเดียวกันทีมวิจัยมีการพัฒนาวัคซีนรุ่นที่ 2 นำเชื้อต้นแบบจากอู่ฮั่นเช่นกัน แต่เพิ่มสารกระตุ้นภูมิ ซึ่งเป็นสารกระตุ้นที่พบว่ากระตุ้นภูมิในสัตว์ได้ดี จึงนำมาพัฒนาในมนุษย์ว่าสารนี้กระตุ้นภูมิในสัตว์ได้ดี แล้วจะกระตุ้นภูมิในมนุษย์ได้ดีด้วยหรือไม่ ในภาพรวมดูแล้วได้ผลดี แต่กำลังหาขนาดโดสที่เหมาะสมกับมนุษย์ เพื่อความปลอดภัย และให้ภูมิอยู่ได้นานที่สุด เพราะคนคงไม่อยากจะฉีดวัคซีนบ่อยๆ ทั้งนี้ การทดสอบวัคซีนใบยา จะรับอาสาสมัครที่มีสุขภาพแข็งแรง และไม่เคยติดเชื้อโควิด-19 มาก่อน เราสามารถหาอาสาสมัครมาช่วยทดสอบวัคซีนของเราได้ ส่วนตัวคิดว่าการที่คนไม่มารับวัคซีน ไม่ใช่เพราะเข้าไม่ถึง แต่ต้องการวัคซีนที่ดีและปลอดภัยที่สุด ซึ่งวัคซีนที่ผลิตจากพืชอาจเป็นทางเลือกหนึ่ง เชื่อว่าเชื้อโควิด-19 คงจะอยู่กับเราไปอีกนาน ดังนั้นการผลิตวัคซีนในขณะนี้ต้องปรับตามสถานการณ์ ทีมวิจัยทำงานตลอดเวลาไม่หยุดพัก ส่วนตัวมองถึงความยั่งยืนในระยะยาว คือผลิตวัคซีนที่ปลอดภัย ต้องใช้เวลาเพื่อที่จะมั่นใจว่าได้วัคซีนที่ปลอดภัยและดีที่สุด.
ผู้เขียน : หงเหมิน
กราฟิก : Jutaphun Sooksamphun