สิ่งที่คาดไม่ถึงสำหรับใครหลายคน คือ การได้เห็นแบรนด์สินค้าเครื่องดื่มของไทยโลดแล่นบนเวทีระดับโลก เช่น “คาราบาวแดง” ที่ถือเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจของแบรนด์คนไทยที่คนทั่วโลกรู้จัก การไปถึงจุดนี้ได้ ต้องอาศัยความมุ่งมั่นของคาราบาวกรุ๊ป และคุณเสถียร เศรษฐสิทธิ์ ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท คาราบาว กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ที่ผลักดันวิสัยทัศน์ “สินค้าระดับโลก แบรนด์ระดับโลก” ผลักดันให้สินค้าเครื่องดื่มชูกำลังของไทยกลายมาเป็นแบรนด์ระดับโลก ให้เป็นจริง โดยมีกลยุทธ์สำคัญคือ “Sport Marketing” อย่างการใช้กีฬาฟุตบอล กีฬายอดฮิตเพื่อสร้างการรับรู้และเข้าถึงผู้คนได้อย่างครอบคลุมในหลากหลายพื้นที่

จุดเริ่มต้นที่พาแบรนด์คาราบาวก้าวไปสู่ตลาดสากล

การใช้ 'Sport Marketing' ถือเป็นก้าวแรกที่สำคัญเพื่อสร้างการรับรู้ต่อแบรนด์คาราบาวให้เป็นที่ต้องการในตลาดสากล โดยย้อนกลับไปในปี 2015 ที่มีการนำเครื่องดื่มชูกำลัง "คาราบาว" ส่งออกสู่ตลาดโลกภายใต้หัวใจของแบรนด์อย่าง นักสู้ผู้ยิ่งใหญ่ โดยเลือกปักธงไปที่อังกฤษ ซึ่งเป็นตลาดเครื่องดื่มชูกำลังที่ใหญ่มหาศาลเป็นอันดับหนึ่งในยุโรปเป็นประเทศแรก

บันไดครั้งสำคัญที่นำไปสู่เส้นทางในการเป็นผู้สนับสนุน

คาราบาวกรุ๊ปใช้กลยุทธ์ 'Sport Marketing' อย่างจริงจังในประเทศอังกฤษ ด้วยการพาแบรนด์เครื่องดื่มชูกำลังของคนไทยไปเป็นผู้สนับสนุนให้กับสโมสรเชลซี ในการแข่งขันศึกพรีเมียร์ลีกระหว่างฤดูกาล 2016-2019 สิ่งนี้เปรียบเสมือนบันไดแห่งแสงสว่างทำให้คาราบาวกรุ๊ปก้าวขึ้นเป็นผู้สนับสนุนของ EFL Cup ได้สำเร็จ พร้อมปลุกกระแสลีกคัพอันเก่าแก่ให้กลับมาให้น่าสนใจได้อีกครั้ง รวมถึงได้เปลี่ยนชื่อรายการฟุตบอลเป็น "คาราบาว คัพ" ด้วยระยะเวลา 3 ปี ตั้งแต่ฤดูกาล 2017-2020 โดยมีค่าลิขสิทธิ์ปีละ 6 ล้านปอนด์ หรือประมาณ 260 ล้านบาท

การแข่งขันฟุตบอลอันเก่าแก่ที่เต็มไปด้วยนักสู้ผู้ไม่ยอมแพ้

ความน่าสนใจที่ทำให้ EFL Cup โดดเด่นในทุกด้าน เพราะเป็นการแข่งขันฟุตบอลที่ยิ่งใหญ่และเก่าแก่ที่สุดเป็นอันดับสามของประเทศอังกฤษ รองมาจากการแข่งขันพรีเมียร์ลีกและเอฟเอคัพ โดยการชิงแชมป์ลีกคัพจะมีสโมสรทั้งหมด 92 ทีม เข้าร่วมแข่งขัน แบ่งเป็น 20 ทีมจากพรีเมียร์ลีก และ 72 ทีมจากฟุตบอลลีกอื่นที่ต่ำกว่า ทำให้การแข่งขันเต็มไปด้วยอรรถรสที่คาดไม่ถึง เพราะการรวบรวมทีมเล็กและทีมใหญ่ไว้ด้วยกัน ทำให้หลายครั้งเกิดปรากฏการณ์ “แจ็กผู้ฆ่ายักษ์” ให้ได้ชมกันอย่างเป็นประจำ โดยทีมที่มีชื่อชั้นเบอร์รองมักจะแข่งขันกับทีมยักษ์ใหญ่กันอย่างเต็มที่ ด้วยเลือดนักสู้ผู้ไม่เคยยอมแพ้จนถึงวินาทีสุดท้าย เรียกได้ว่าเป็นสิ่งที่ช่วยสร้างสีสันให้กับวงการฟุตบอลอังกฤษได้ดีทีเดียว

ปรากฏการณ์ที่ว่ายังสอดคล้องกับหัวใจหลักของแบรนด์ "คาราบาวแดง" ภายใต้จิตวิญญาณ “นักสู้ผู้ยิ่งใหญ่” ที่มีมากว่า 20 ปี คือการไม่ยอมพ่ายแพ้ต่ออุปสรรคใดๆ รวมถึงความมุ่งมั่นที่จะพาองค์กรก้าวไปสู่ความเป็นแบรนด์ระดับโลกในอนาคต

จากข้อมูลของ EFL Cup ในปี 2019 ได้เผยว่าลีกคัพนี้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายราว 1.2 ล้านคน จากจำนวนผู้ชมฟุตบอลคาราบาวคัพในสนามตลอดฤดูกาล และกว่า 700 ล้านคน จากการรับชมถ่ายทอดสดตลอดฤดูกาล นับเป็นช่องทางสำคัญที่ช่วยให้คาราบาว และคาราบาวคัพเป็นที่รู้จักมากขึ้น ทั้งในฐานะลีกการแข่งขันฟุตบอลระดับโลก และแบรนด์สินค้าระดับโลก

ความมุ่งมั่นที่นำแบรนด์คาราบาวก้าวไปสู่โกลบอลแบรนด์

ปัจจุบันคาราบาวกรุ๊ปได้ขยายสัญญาเป็นผู้สนับสนุนหลักต่ออีก 2 ปี ทั้งในปี 2021 และปี 2022 จากผลสำรวจการตลาดผ่านแพลตฟอร์มฟุตบอลอีเอฟแอล (EFL) ในเดือนมีนาคมช่วงฤดูกาล 2017-2018 ระบุไว้ว่ามีการรับรู้แบรนด์คาราบาวเพิ่มขึ้น 106%

นับเป็นปีที่ 5 ของคาราบาวกรุ๊ปที่สนับสนุนแบรนด์ให้ก้าวไกลสู่ตลาดอังกฤษ และตลาดยุโรปมากกว่าที่ผ่านมา โดยเป็นสิ่งที่สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นขององค์กรที่ใช้ 'Sport Marketing' ต่อยอดปูทางสู่ความเป็นแบรนด์ระดับโลก ยิ่งไปกว่านั้นการเป็นผู้สนับสนุน EFL Cup ยังส่งผลดีในแง่การจัดจำหน่าย เพราะทำให้โมเดิร์นเทรดรายใหญ่ในอังกฤษมีความเชื่อมั่นในแบรนด์ และมีความเชื่อใจในเครื่องดื่มชูกำลังมากขึ้นกว่าที่ผ่านมา ส่งผลให้สินค้ามียอดขายที่เพิ่มขึ้นในปัจจุบัน

สิ่งที่ห้ามพลาดสำหรับการแข่งขันปี 2021-2022 คือนัดชิงชนะเลิศฟุตบอลคาราบาวคัพ ซึ่งมีโปรแกรมฟาดแข้งในวันที่ 27 กุมภาพันธ์ที่จะถึงนี้ เวลา 23.30 น. โดยเป็นการพบกันระหว่างสองทีมดังจากพรีเมียร์ลีก "ลิเวอร์พูล" และ "เชลซี" ทำให้แมตช์การแข่งขันครั้งนี้ได้รับความสนใจจากแฟนบอลมาก ซึ่งงานนี้คุณเสถียร เศรษฐสิทธิ์ และทีมผู้บริหารระดับสูงของคาราบาวกรุ๊ป มั่นใจว่าจะช่วยให้การรับรู้แบรนด์คาราบาวสูงขึ้นไปอีกในระดับโลก และในส่วนของผู้บริโภคชาวไทยก็คาดหวังได้ว่าปีนี้จะสามารถจุดกระแส และปลุกความสนใจให้กับแฟนบอลคนไทยในวงกว้างได้ด้วย ตามวิสัยทัศน์ที่แบรนด์ตั้งไว้ คือ การผลักดันแบรนด์เครื่องดื่มชูกำลังของไทยให้เป็นเครื่องดื่มระดับโลกอย่างแท้จริง