จากการถกเถียงกันเรื่อง “หมูแพง” ในขณะนี้ ทำให้นึกถึงเพลง “ผู้ใหญ่ลี” ที่มีเนื้อร้องว่า “พ.ศ.สองพันห้าร้อยสี่ ผู้ใหญ่ลีตีกลองประชุม ชาวบ้านต่างมาชุมนุม มาประชุมที่บ้านผู้ใหญ่ลี ต่อไปนี้ผู้ใหญ่ลีจะขอกล่าว ถึงเรื่องราวที่ได้ประชุมมา ทางการเขาสั่งมาว่า ให้ชาวนาเลี้ยงเป็ดและสุกร ฝ่ายตาสีหัวคลอน ถามว่าสุกรนั้นคืออะไร ผู้ใหญ่ลีลุกขึ้นตอบทันใด สุกร นั้นไซร้ คือหมาน้อยธรรมดา หมาน้อยๆ ธรรมดา”ผู้ใหญ่ลีเป็นเพลงเสียดสีการเมือง ที่ดังระเบิดในยุค 2504 เมื่อ 60 ปีมาแล้ว ถ้าเรื่องนี้เป็นเรื่องจริง การประชุมวันนั้นคงจะไม่จบลงแค่นั้น รับรองว่าจะมีการเถียงกันอีกนาน “สุกรคือหมาน้อยจริงหรือ?” ถ้าผู้ใหญ่ลียืนยัน ก็จะต้องทำผิดนโยบายของ “ทางการ” ด้วยการสั่งให้ชาวบ้านเลี้ยง “หมาน้อยทั้งหมู่บ้าน”ในการประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา นายประภัตร โพธสุธน รมช.เกษตรและสหกรณ์ ผู้กำกับดูแลกรมปศุสัตว์ รายงานว่า ไทยผลิตหมูได้ปีละ 19 ล้านตัว บริโภคภายใน 18 ล้านตัว ส่งออก 1 ล้านตัว หมูไม่ได้ขาดแคลนแต่ไม่รู้หายไปไหนนายประภัตรอาจสงสัยว่าหมูมีอภินิหารหรือ จึงหายตัวไป ทำให้ราคาพุ่ง และถูกนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม ท้วงติงว่าข้อมูลของนายประภัตรไม่สอดคล้องกับข้อมูลที่รับทราบกัน ต้องตอบคำถามให้ได้ว่า ทำไมไม่พบโรค ระบาดเลย น่าจะเป็นข้อผิดพลาด ทำให้นายกรัฐมนตรีชี้แจงว่าตรวจเจอโรคระบาดแค่ในบางพื้นที่รมช.เกษตรฯยอมรับว่าข้อมูลของตนไม่ตรงกับของสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งประเทศไทย นายกสมาคมเคยให้สัมภาษณ์ “ไทยรัฐ” ว่าฟาร์มแห่งหนึ่งที่สามพราน เดิมเลี้ยงหมูเกือบพันตัว ในช่วงกว่า 2 ปี แต่เมื่อโรคอหิวาต์แอฟริกาเข้ามาหมูเริ่มตายวันละ 10-20 ตัว ตายทุกวันจนหมดเกลี้ยง แบบนี้เรียกว่าโรคระบาดหรือไม่?ไม่เฉพาะแต่รัฐมนตรีกับสมาคมผู้เลี้ยงหมูที่มีข้อมูลต่างกัน แม้แต่เจ้าของฟาร์มก็มีข้อมูลต่างจากผู้ค้าหมู เจ้าของฟาร์มรายหนึ่งที่ระยอง แสดงความสงสัย ทำไมหมูที่หน้าฟาร์มราคาแค่ กก.ละ 60 บาท จึงไม่มีคนซื้อ แต่เมื่อถึงผู้บริโภคราคากลับพุ่งเป็นกว่า 220 บาท ทั้งที่ระยอง จันทบุรี และตราดอภินิหารของหมูไทยมีจริงหรือ? แม้แต่นายกรัฐมนตรีก็ยังสงสัย ทำไมโรคระบาดแค่ 20% แต่หมูแพงทั้งประเทศ ส่วนเจ้าของฟาร์มไก่ไข่ที่นครพนม บอกนักข่าวอย่างตรงไปตรงมาว่า โดยปกติราคาไข่ไก่ฟองละ 3-4 บาท แต่พุ่งขึ้นเป็นฟองละ 5 บาท เพราะนายทุนเป็นผู้กำหนด และกดราคาเกษตรกร เพื่อเก็งกำไร.