ของแพงพุ่งกระฉูดชาวบ้านบ่นระงม เจ้าของฟาร์ม ไข่ไก่โวยของแพงเพราะนายทุน ส่วนเจ้าของฟาร์ม หมูงงขายหน้าฟาร์ม 60 บาทต่อ กก. แต่ถึงผู้บริโภคพุ่ง 220 บาท มะละกอแพงกระทบร้านส้มตำ ด้านพาณิชย์จังหวัดต่างจัดกิจกรรมขายหมูถูก ขณะที่ ครม.อนุมัติ 1,480 ล้านบาท จัดโครงการลดราคาสินค้า กรมการค้าฯเชือดร้านขายไข่แพงตลาดประชานิเวศน์ 1 ส่วนผู้ผลิตยังตรึงราคาน้ำอัดลม

ประชาชนรับผลกระทบจากปัญหาหมูแพง ส่งผลให้สินค้าประเภท ไก่ ไข่ไก่ น้ำมันปาล์มราคาสูงขึ้นตามกันรวมไปถึงสาธารณูปโภค ทำให้ค่าครองชีพพุ่งสูงขึ้น หน่วยงานภาครัฐเร่งหาแนวทางแก้ไขปัญหาปากท้องของชาวบ้าน

ชี้ไข่แพงเพราะนายทุน

ช่วงสายวันที่ 18 ม.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังมีข่าวการขึ้นราคาไข่ไก่จากปกติฟองละ 3-4 บาท เพิ่มเป็น 5 บาท ส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการ ร้านค้า ร้านอาหาร รวมถึงความเป็นอยู่ค่าครองชีพของชาวบ้าน ในพื้นที่ ต.บ้านกลาง อ.เมืองนครพนม เนื่องจากเป็นพื้นที่มีเกษตรกรเลี้ยงไก่ไข่มากที่สุดของ จ.นครพนม กว่า 20 ฟาร์ม รวมกว่า 1 แสนตัว ผลผลิตไข่ไก่ออกสู่ตลาดวันละกว่า 1 แสนฟอง สอบถามเกษตรกรส่วนใหญ่ยืนยันว่า ขายในราคาเดิมไม่ปรับขึ้นราคา ส่วนการปรับขึ้นราคามาจากพ่อค้าคนกลางที่เป็นนายทุนกำหนดเอง และกดราคาเกษตรกรเพื่อขายเก็งกำไร ส่วนเจ้าของฟาร์มยังขายส่งราคาเดิม เพราะไม่สามารถปรับขึ้นราคาได้ เนื่องจากมีการควบคุมจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ อยากสะท้อนไปยังรัฐบาลให้มีการแก้ไขปัญหาราคาวัตถุดิบ หัวอาหาร แม่พันธุ์ที่มีราคาแพง แทนการควบคุมราคาไข่ไก่ให้เกษตรกรอยู่ได้ เป็นการแก้ปลายเหตุ เพราะปัจจุบันเกษตรกรหลายรายต้องหยุดเลี้ยงไก่ไข่ เพราะแบกภาระต้นทุนไม่ไหว แต่ไม่สามารถปรับขึ้นราคาไข่ไก่ได้ ตามกลไกของตลาด

...

มะละกอแพงกระทบร้านส้มตำ

น.ส.บังอร คำสี อายุ 30 ปี เจ้าของร้านส้มตำบังอรตำแซ่บ จ.กำแพงเพชร เปิดเผยว่า ราคามะละกอปรับตัวสูงขึ้นมากจากเดิม 10 กก. ราคา 70-80 บาท หลังจากช่วงเทศกาลปีใหม่ราคาปรับขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็น กก.ละ 200 บาทแล้ว ปรับขึ้นมาหลายเท่าตัว ทำให้ร้านขายส้มตำได้รับผลกระทบโดยตรง จำเป็นต้องลดปริมาณมะละกอลงเพิ่มส่วนประกอบอื่นเข้าไปทดแทน ส่วนบางเมนูที่ใช้มะละกอเป็นหลักขึ้นราคาอีก 10 บาท ไม่เพียงแต่มะละกอเท่านั้นที่ขึ้นราคา ส่วนประกอบในการทำส้มตำหลายอย่างขึ้นราคาด้วยเช่นกัน ร้านต้องแบกรับภาระต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้น ส่วนสาเหตุคาดว่าเป็นเพราะการขนส่งจากพ่อค้าคนกลาง เพราะราคาน้ำมันแพงมากขึ้นด้วย ทำให้ต้องมีการปรับราคาสูงขึ้นในบางเมนูดังกล่าว วอนประชาชนผู้นิยมบริโภคส้มตำและเมนูแซ่บ เห็นใจเจ้าของร้านขายส้มตำที่ต้องแบกรับภาระต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้นด้วย

หน้าฟาร์มขายหมู 60 บาทต่อ กก.

นางปริญทิพย์ ศึกษา อายุ 50 ปี เจ้าของฟาร์มหมู “บรรทมฟาร์ม” อ.แกลง จ.ระยอง เปิดเผยว่า ไม่เข้าใจว่าทำไมหมูขึ้นราคาขนาดนี้ ทั้งที่คนเลี้ยงหมูไม่มีคนมาซื้อ ซ้ำยังขายราคาหน้าฟาร์มแค่ 60 บาทต่อกิโลกรัม แต่ไปถึงผู้บริโภคราคากลับพุ่งสูงกว่า 220 บาท ไม่รู้ไปแพงจุดไหน คนเลี้ยงขายได้ราคาถูกแต่ผู้บริโภคซื้อแพง เรื่องหมูฟาร์มไม่มีคนซื้อประสบปัญหากันหลายฟาร์ม ทั้ง จ.ระยอง จ.จันทบุรี และ จ.ตราด หมูครบอายุขายคงค้างอยู่ฟาร์มหลายหมื่นตัว ทำให้ผู้เลี้ยงต้องแบกรับภาระค่าอาหารจนแทบจะรับไม่ไหวแล้ว เมื่อสอบถามไปยังผู้ซื้อคือ พ่อค้าคนกลางอ้างว่าเป็นไปตามกลไกตลาด ยิ่งแปลกใจเพราะหมูขาดตลาดอยู่จนราคาหน้าเขียงพุ่งกระฉูด แต่หมูฟาร์มกลับขายไม่ออก แถมราคายังคงที่ 60 บาทต่อกิโลกรัม ไม่ใช่ราคา 100-110 บาทตามราคากลาง ยิ่งเลี้ยงนานวันยิ่งเพิ่มต้นทุนมากขึ้น

พาณิชย์จังหวัดแห่ช่วยชาวบ้าน

นายประมวล นิลนาค พาณิชย์จังหวัดชัยนาท เปิดเผยว่า สำนักงานพาณิชย์จังหวัดชัยนาท เปิดจุดจำหน่ายตามโครงการ “หมูพาณิชย์...ลดราคาช่วยประชาชน” ครั้งที่ 3 ณ ตลาดสดภาษีซุง และตลาดสดเทศบาลเมืองชัยนาท อ.เมืองชัยนาท จำหน่ายหมูเนื้อแดงในราคา กก.ละ 150 บาท ไปจนถึงสิ้น ม.ค.นี้ เช่นเดียวกับที่ จ.ลพบุรี และ จ.อุทัยธานี พาณิชย์จังหวัดจัดพื้นที่ช่วยเหลือชาวบ้านบรรเทาความเดือดร้อน

...

ครม.อนุมัติงบ 1,480 ล้านบาท

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบอนุมัติงบประมาณรายจ่ายงบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉิน หรือจำเป็นวงเงิน 1,480 ล้านบาท ตามที่กระทรวงพาณิชย์เสนอ เพื่อนำไปดำเนินโครงการพาณิชย์...ลดราคา! ช่วยประชาชนปี 2565 เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในสถานการณ์การระบาดของเชื้อโควิด-19 เพิ่มช่องทางในการเลือกซื้อสินค้าที่จำเป็นต่อการ ดำรงชีพในราคาประหยัดให้แก่ประชาชนได้อย่างทั่วถึง รวมทั้งเพื่อให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก และการบริโภค ซึ่งจะก่อให้เกิดการหมุนเวียนทาง เศรษฐกิจเพิ่มขึ้น

จัดพื้นที่ขายสินค้าถูก 3,000 จุด

สำหรับรูปแบบของโครงการฯ จะเป็นการจำหน่าย สินค้าที่จำเป็นต่อการครองชีพให้แก่ประชาชนในราคา ประหยัด ระยะเวลาดำเนินการ 90 วัน ประกอบด้วย 1.กิจกรรมบริหารจัดการจำหน่ายสินค้าผ่านช่องทางจำหน่าย จัดหาสถานที่จำหน่ายและสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆเพื่อจำหน่ายสินค้าที่จำเป็นต่อการครองชีพ ผ่านช่องทาง อาทิ การจำหน่ายผ่านบริเวณร้านสะดวกซื้อ ห้างท้องถิ่น หรือตลาด พื้นที่สาธารณะหรือลานอเนกประสงค์และสถานีบริการน้ำมันรวมจำนวนไม่น้อยกว่า 3,000 จุด ตามแหล่งชุมชนในพื้นที่ กรุงเทพมหานครและภูมิภาค 76 จังหวัด และการ จำหน่ายผ่านรถโมบาย จำนวนไม่น้อยกว่า 50 คัน ตามแหล่งชุมชนในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล 2.กิจกรรมการส่งเสริมการจำหน่ายสินค้าที่จำเป็นต่อ การครองชีพ และ 3.จัดกิจกรรมรณรงค์กระตุ้นการบริโภค

ตรวจตลาดเชือดแผงไข่ไก่แพง

ร้อยตรีจักรา ยอดมณี รองอธิบดีกรมการค้า ภายใน เปิดเผยว่า ลงพื้นที่ร่วมกับ พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ คณะที่ปรึกษา รมว.พาณิชย์ พร้อมชุด เจ้าหน้าที่กรมการค้าภายใน ตรวจสอบการจำหน่ายไข่ไก่ ณ ตลาดประชานิเวศน์ 1 กรุงเทพฯ เพื่อตรวจสอบ การจำหน่ายไข่ไก่ หลังจากได้รับร้องเรียนจากประชาชน ว่า มีแผงขายไข่ไก่ 1 ร้าน ขายไข่ไก่ในราคาสูงกว่า ร้านอื่นในตลาดเดียวกัน และแพงกว่าตลาดอื่นๆ เช่น ไข่ไก่เบอร์ 0 ฟองละ 4.80 บาท เบอร์ 3 ฟองละ 4.0 บาท พบว่าร้านค้าขายราคาเกินจริงตามการร้องเรียน แจ้งข้อกล่าวหาการกระทำความผิดตามมาตรา 29 พ.ร.บ. ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการมีโทษ จำคุกสูงสุดไม่เกิน 7 ปี หรือปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีแล้ว สำหรับไข่ไก่ กรมขอความร่วมมือผู้ผลิตตรึงราคาไข่ไก่คละหน้าฟาร์มไว้ที่ฟองละ 2.90 บาท ไปจนกว่าสถานการณ์ราคาจะคลี่คลาย

...

ผู้ผลิตยังตรึงราคาน้ำอัดลม

นายวัฒนศักย์ เสือเอี่ยม อธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวว่า เมื่อวันที่ 17 ม.ค. ประชุมกับผู้ผลิต น้ำอัดลมรายใหญ่ เช่น โค้ก เป๊ปซี่ มิรินด้า เซเว่น-อัพ แฟนต้า สไปร์ส เอส อาเจบิ๊กโคล่า และ RC (โคล่า) เพื่อขอความร่วมมือตรึงราคาขายตามนโยบาย ของนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ หลังจากผู้ผลิตเตรียมปรับขึ้นราคาขาย ผู้ผลิตยืนยันให้ความร่วมมือเต็มที่ ดังนั้น เมื่อผู้ผลิตและจำหน่ายน้ำอัดลมต้นทางไม่ปรับราคาแล้ว หากผู้ค้ารายใดปรับขึ้นราคาจะถือว่าเป็นการฉวยโอกาสขึ้นราคา และจะมีโทษตามมาตรา 29 พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ และหากประชาชนพบเห็น การขายสินค้าราคาไม่เป็นธรรม แจ้งได้ที่สายด่วน โทร. 1569 หรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ

ม.เกษตรเสนอแก้หมูแพง

ที่คณะเศรษฐศาสตร์ ม.เกษตรศาสตร์ ผศ.ดร.เออวดี เปรมัษเฐียร และทีมงานร่วมนำเสนอผลการคาดการณ์ทางวิชาการในหัวข้อ “ทางเลือกทางรอดหมูแพง ผู้เลี้ยงอยู่รอด ผู้บริโภคอยู่ได้” ใช้หลักทางเศรษฐศาสตร์ในการวิเคราะห์ปัญหาและเสนอแนวทางเลือกในการแก้ไข นำเสนอแก้ปัญหาหมูแพง 3 แบบ คือ 1.ปล่อยให้เป็นไปตามกลไกตลาดราคาจะสูงขึ้นเรื่อยๆ มากกว่า 8 เดือน คนจะหันไปบริโภคเนื้ออื่นแทน ในช่วงกลางปีราคาเนื้อหมูขึ้นสูงไปได้ถึง กก.ละ 300 บาท ราคาหน้าฟาร์มจะสูง 150-160 บาท 2.ภาครัฐใช้นโยบายตรึงราคาและอุดหนุนราคาเพื่อให้ถูกลงต้องใช้เงิน 1,500 ล้านบาทต่อเดือน 3.เปิดให้นำเข้าจากต่างประเทศเป็นแนวทางช่วยบรรเทาปัญหาได้ แต่ต้องคำนวณถึงปริมาณที่เหมาะสมไม่กระทบเกษตรกรในประเทศ

อัปเกรดผู้เลี้ยงสุกรรายย่อย

นายสรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ เปิดเผยว่า กรมปศุสัตว์มีนโยบายให้มีการขับเคลื่อนฟาร์มที่มีระบบการป้องกันโรคและการเลี้ยงสัตว์ที่เหมาะสมในสุกร (GFM) เพื่อยกระดับการเลี้ยงสุกรของเกษตรกรรายเล็ก และเกษตรกรรายย่อย ให้มีการจัดการที่มีระบบความปลอดภัยทางชีวภาพ (Biosecurity) โดยระบบ GFM ประกอบด้วยการจัดการ 8 หัวข้อ คือการจัดพื้นที่เลี้ยงและโครงสร้างการจัดการโรงเรือนหรือเล้าและอุปกรณ์ การจัดการยานพาหนะ การจัดการบุคคล การจัดการด้านสุขภาพ การจัดการอาหาร น้ำ และยาสัตว์ การจัดการข้อมูล และการจัดการสิ่งแวดล้อม เกษตรกรสามารถปฏิบัติตามได้ง่าย ไม่ซับซ้อน และใช้ต้นทุนต่ำ สามารถป้องกัน และลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคระบาด ที่อาจทำให้เกิดความสูญเสียที่เกิดขึ้นเมื่อเกิดโรคระบาดได้

...

ม็อบประท้วงของแพง

ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า เครือข่ายแรงงานเพื่อสิทธิประชาชน เครือข่ายคนรุ่นใหม่นนทบุรี องค์การบริหารองค์การนิสิต ม.เกษตรศาสตร์ กลุ่มทะลุฟ้า และกลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย นำโดยนายสมยศ พฤกษาเกษมสุข นัดรวมตัวกันยื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม เจ้าหน้าที่ตำรวจปิดถนนพิษณุโลกจากแยกพาณิชยการถึงแยกสวนมิสกวัน ไม่ให้มวลชนประชิดรั้วทำเนียบฯ มวลชนขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเปิดทางจนกระทบกระทั่งวุ่นวายกันเล็กน้อย ก่อนไปรวมตัวกันที่บริเวณสะพานชมัยมรุเชฐ จากนั้นแกนนำยื่นข้อเรียกร้องให้รัฐบาลตรวจสอบการแพร่ระบาดโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกรทำให้มีการผูกขาดหรือไม่ ขอให้ลดภาษีมูลค่าเพิ่มจาก 7% เป็น 5% ลดค่าเทอม ลดค่ารถไฟฟ้า เพิ่มเงินยังชีพผู้สูงอายุและผู้พิการจากเดือนละ 600 บาท เป็น 3,000 บาท เพิ่มค่าจ้าง ขั้นต่ำวันละ 425 บาท เพิ่มเงินเดือนปริญญาตรีเดือนละ 20,000 บาท และอาชีวะเดือนละ 18,000 บาท ต่อมานายสมพาศ นิลพันธ์ ที่ปรึกษาสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ออกไปรับหนังสือ กลุ่มผู้ชุมนุมสั่งยุติการชุมนุม