สมองพัฒนา ความเจริญก็ตามมา

ข่าว

    สมองพัฒนา ความเจริญก็ตามมา

    เพลิงสุริยะ

      8 ธ.ค. 2564 05:33 น.

      ในฐานะเคยเป็นเด็กที่ต้องใช้รถไฟเป็นเส้นทางคมนาคมหลัก บ้านผมอยู่ติดกับสถานีรถไฟชุมทางบ้านภาชี เป็นเด็กต่างอำเภอที่ต้องเดินทางไปกลับด้วยรถไฟ เพื่อเข้ามาเรียนหนังสือในตัวเมืองอยุธยา เลยพูดได้ว่าตั้งแต่เกิด ชีวิตมีความรู้สึกผูกพันกับรถไฟมาตลอด

      มันเลยเคยชินกับระบบการให้บริการของการรถไฟฯ โดยเฉพาะเรื่องเสียเวลาบางทีล่าช้ากันครึ่งค่อนวัน

      จนวันนี้ในฐานะ “เด็กรถไฟ” อย่างพวกเรา ยังพูดอำกันในหมู่เพื่อนๆว่า ถ้าการรถไฟฯ ส่งประกวดรางวัลในฐานะองค์กรอนุรักษ์ดีเด่น น่าจะครองรางวัลชนะเลิศได้ไม่ยากเย็น

      นับตั้งแต่ที่ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินมาทรงประกอบพระราชพิธีเปิดการเดินรถไฟระหว่าง สถานีกรุงเทพฯ-อยุธยา ระยะทาง 71 กิโลเมตร เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2439

      ถือเป็นเฟสแรกของโครงการก่อสร้างทางรถไฟสายกรุงเทพฯ- นครราชสีมา

      เปิดให้ประชาชนเดินทางไปมาระหว่างกรุงเทพฯ-อยุธยา ตั้งแต่วันที่ 28 มีนาคม 2439 เป็นต้นมา ระยะแรกเดินขบวนรถขึ้นล่องวันละ 4 ขบวน รวม 9 สถานี

      การรถไฟฯ จึงถือเอาวันที่ 26 มีนาคม เป็นวันสถาปนากิจการรถไฟมาจนปัจจุบัน

      นี่ผ่านมาแล้วกว่า 125 ปี การรถไฟไทยก็ยังพัฒนาไปอย่างค่อยเป็นค่อยไป

      ยิ่งเห็นการเติบโตแบบก้าวกระโดดในระบบขนส่งทางราง ของ สปป.ลาวด้วยแล้ว ความรู้สึกมันยิ่งใจหาย

      ก่อนหน้านี้ก็เปิดตัวรถไฟความเร็วสูงไปแล้ว ล่าสุดเมื่อวันที่ 3 ธ.ค. เพิ่งจะทำพิธีเปิดการใช้ ทางรถไฟสายลาว-จีน (เส้นทางคุนหมิง-เวียงจันทน์) อย่างเป็นทางการ

      ระยะทาง 420 กม. (จากเส้นทางเต็ม 1,035 กม.) เชื่อม 5 แขวง สปป.ลาว สามารถขนทั้งคนและสินค้า

      คุณกฤษฎา ตันเทอดทิตย์ ส.ส.หนองคาย คณะทำงานเศรษฐกิจเพื่อไทย อดีตรองเลขาฯสภาอุตสาหกรรมฯ สะท้อนว่าเป็นความล้มเหลวในการบริหารจัดการของ รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หากตัดสินใจทำทั้งสาย และมีประสิทธิภาพแบบเดียวกัน ป่านนี้คงใกล้เสร็จแล้วเช่นกัน

      นอกจากทำให้ประเทศไทยเสียโอกาสแล้ว ไทยยังทำให้มาเลเซียเสียโอกาสไปด้วย ส่งผลกระทบต่อสถานะการนำของไทยในอาเซียน ตอนนี้เรา “สูญเสียศูนย์กลางการขนส่งทางรางไปให้กับลาวแล้ว”

      ในเวทีสัมมนา “โอกาสของผู้ประกอบการไทย-ลาว กับการเปิดการเดินรถไฟจีน-ลาว” ทาง หอการค้าไทย มองว่าโครงการนี้ส่งผลด้านบวกต่อไทย แต่ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจ “ใครจะเร็วจะช้ากว่ากัน”

      ชัดเจนที่สุดก็เรื่องการขนส่ง-โลจิสติกส์ ที่จะช่วยลดต้นทุน และเวลาไปได้มาก โดยเฉพาะการขนส่งสินค้าการเกษตร

      ปัจจุบันมูลค่าการค้าชายแดนไทย-ลาว อยู่ที่ 189,822 ล้านบาท แต่ประเทศไทยกลับไม่มีทวิภาคีในการเดินรถกับประเทศเพื่อนบ้าน ทั้งที่เราคือศูนย์กลางการเชื่อมโยงในภูมิศาสตร์นี้ “ใครจะไปไหนก็ต้องผ่านไทย”

      สิ่งที่กลุ่มผู้ประกอบการเป็นห่วงก็คือ หากเราไม่รีบปรับตัว เชื่อมต่อยุทธศาสตร์ของจีน ที่จะสร้างรถไฟมาภูมิภาคอาเซียน 2 เส้น คือ เส้นคุนหมิง-เวียงจันทน์

      กับเส้นคุนหมิง-เมียนมา ที่จะเป็นจุดเชื่อมต่ออินเดีย-ปากี สถานในอนาคต เราอาจตกขบวนได้

      ที่สำคัญคือ ตอนนี้จีนจัดสรรโควตาตู้คอนเทนเนอร์ให้กับลาว 5 หมื่นตู้ต่อปี กัมพูชาได้ไป 3 หมื่นตู้ต่อปี แล้วไทยจะไปอยู่ตรงจุดไหน

      เป็นไงล่ะการพัฒนาที่มันยากเย็นแสนเข็ญ

      ก็เพราะมีคนที่ในสมองมีแต่ลูกรัง ถมอยู่เต็มรอยหยัก.

      เพลิงสุริยะ

      อ่านเพิ่มเติม...

      อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

        วิดีโอแนะนำ

        ม้าเหล็กขยี้ร่างหนุ่มนิรนาม นอนหลับพาดรางรถไฟ คอขาดกระเด็น
        02:07

        ม้าเหล็กขยี้ร่างหนุ่มนิรนาม นอนหลับพาดรางรถไฟ คอขาดกระเด็น

        แท็กที่เกี่ยวข้อง

        รถไฟรถไฟจีน-ลาวรถไฟความเร็วสูงจีน-ลาวรถไฟไทยการรถไฟแห่งประเทศไทยขนส่งทางรางกล้าได้กล้าเสียเพลิงสุริยะ

        คุณอาจสนใจข่าวนี้

        thairath-logo

        ApplicationMy Thairath

        ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
        วันอังคารที่ 25 มกราคม 2565 เวลา 15:34 น.
        ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
        เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์