พบโอมิครอนในไทย สธ.แถลง มะกันตีไข่แตก เข้ามาแบบ "ไม่ต้องกักตัว" เฝ้าระวัง 19 ราย

ข่าว

    พบโอมิครอนในไทย สธ.แถลง มะกันตีไข่แตก เข้ามาแบบ "ไม่ต้องกักตัว" เฝ้าระวัง 19 ราย

    ไทยรัฐฉบับพิมพ์

    7 ธ.ค. 2564 05:29 น.

    เจอจนได้! ไทยพบคนติดเชื้อ “โอมิครอน” รายแรกของประเทศ เป็นชาวอเมริกัน บินจากสเปนแวะดูไบก่อนเข้าไทยเมื่อวันที่ 30 พ.ย. ตามโครงการเทสต์แอนด์โก กทม.ตรวจพบเชื้อจากการตรวจแบบ RT-PCR แทบไม่มีอาการ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์แจงยิบตรวจซ้ำสองรอบถึงชัวร์ พร้อมเฝ้าระวังผู้สัมผัสเสี่ยงต่ำ 19 คน คาดน่าจะเจอผู้ติดเชื้อตามมาอีก หลังพบแพร่เร็วกว่าเดลตา 2-5 เท่า แต่ส่วนใหญ่อาการไม่รุนแรง ย้ำตอนนี้ไทยยังเจอสายพันธุ์เดลตาเป็นส่วนใหญ่ แนะฉีดวัคซีนป้องกันไว้ก่อน ขณะที่แอฟริกาใต้ประกาศเตรียมรับมือการระบาดระลอก 4 หลังติดโควิดพุ่งพรวดจากหลักพันเป็นหลักหมื่นในสัปดาห์เดียว

    ในที่สุดไทยก็เจอผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 กลายพันธุ์ สายพันธุ์โอมิครอนเป็นรายแรก จากชาวต่างชาติที่เดินทางเข้าไทยด้วยเงื่อนไขมาไม่ต้องกักตัว เมื่อวันที่ 30 พ.ย.ที่ผ่านมา โดยตรวจพบเชื้อตั้งแต่วันแรกที่เดินทางมาถึง

    ติดเชื้อใหม่ 4 พัน ตาย 22 ศพ

    ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 6 ธ.ค.ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) รายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดในประเทศไทยว่า พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 4,000 คน เป็นการติดเชื้อในประเทศ 3,966 คน มาจากเรือนจำ 27 คน เป็นผู้เดินทางมาจากต่างประเทศ 7 คน คือมาจากประเทศรัสเซีย มัลดีฟส์ สหราชอาณาจักร สวีเดน และเบลเยียม ประเทศละ 1 คน มาในโครงการแซนด์บ็อกซ์ภูเก็ต เทสต์แอนด์โก กทม. เทสต์แอนด์โก ภูเก็ต โดยผู้มาจากรัสเซีย/สหราชอาณาจักร/ สวีเดน พบเชื้อตั้งแต่วันแรกที่มาถึงไทย และมาจากกัมพูชา 2 คน

    6 จังหวัดติดเชื้อเกินร้อยคน

    สำหรับ 10 อันดับจังหวัดผู้ติดเชื้อสะสมมาก ที่สุด ได้แก่ กทม. 782 คน นครศรีธรรมราช 333 คน สงขลา 221 คน ชลบุรี 150 คน สุราษฎร์ธานี 144 คน ปัตตานี 108 คน เชียงใหม่ 96 คน ประจวบ คีรีขันธ์ 95 คน สมุทรปราการ และพัทลุง จังหวัดละ 89 คน ส่วนผู้ป่วยรักษาหายเพิ่ม 6,450 คน อยู่ระหว่างรักษา 69,010 คน อาการหนัก 1,259 คน ใส่เครื่องช่วยหายใจ 330 คน เสียชีวิตเพิ่ม 22 คน เป็นชาย 13 คน หญิง 9 คน เป็นผู้เสียชีวิตที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป 12 คน มีโรคเรื้อรัง 8 คน พบผู้เสียชีวิตมากสุดในชลบุรี 3 คน ทำให้ยอดผู้ติดเชื้อสะสมยืนยันตั้งแต่ปี 2563 จำนวน 2,145,241 คน หายป่วยสะสมตั้งแต่ปี 2563 จำนวน 2,055,265 คน มียอดผู้เสียชีวิตสะสมตั้งแต่ปี 2563 จำนวน 20,966 คน

    ฉีดวัคซีนได้เพิ่ม 1.86 แสนโดส

    ส่วนยอดผู้ได้รับวัคซีนของประเทศไทยเมื่อวันที่ 5 ธ.ค.เพิ่มเติม 186,386 โดส แยกเป็นเข็มแรก 93,601 คน เข็มสอง 54,303 คน และเข็มสาม 38,482 คน รวมยอดฉีดวัคซีนสะสมตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ.ทั้งสิ้น 95,437,744 โดส จำแนกเป็นเข็มแรก 49,223,323 คน คิดเป็นร้อยละ 68.3 ของประชากร เข็มที่สอง 42,473,758 คน คิดเป็นร้อยละ 59.0 ของประชากร และเข็มสาม (เข็มกระตุ้น) 3,740,663 คน คิดเป็นร้อยละ 5.2 ของประชากร

    ไทยไข่แตกพบโอมิครอน

    นอกจากนี้ ศบค.ยังเปิดเผยผลสอบสวนเบื้องต้นผู้ติดเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอนรายแรกของไทย ที่ กทม. เป็นชายอายุ 35 ปี สัญชาติอเมริกัน อาศัยอยู่ที่สเปนเป็นเวลา 1 ปี อาชีพนักธุรกิจ ไม่มี โรคประจำตัว ได้รับวัคซีนจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน 1 เข็ม จากสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 28 มิ.ย.64 เมื่อติดเชื้อโควิดไม่แสดงอาการ ไม่มีประวัติการตรวจพบเชื้อมาก่อนในอดีต มีผู้สัมผัสทั้งหมดแบ่งเป็นที่โรงแรม 17 คน และพนักงานในสนามบิน 2 คน โดยไทม์ไลน์ วันที่ 28 พ.ย.2564 ตรวจ PCR ที่สเปน ผลไม่พบเชื้อ หลังจากนั้นไปทานข้าวกับเพื่อน ซึ่งเพื่อนไม่มีอาการป่วยจนถึงปัจจุบัน ต่อมาวันที่ 29 พ.ย.2564 บินจากประเทศสเปนไปดูไบ เที่ยวบิน EK142 พักที่ดูไบ 9 ชั่วโมง ไม่ได้พูดคุยกับใคร สวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา จากนั้น วันที่ 30 พ.ย. บินจากดูไบมากรุงเทพฯ เที่ยวบิน EK372 หลังจากลงเครื่องในเวลาเที่ยงคืน ไปเก็บตัวอย่างแบบ Drive thru ที่โรงพยาบาลคู่สัญญา และกลับเข้าโรงแรมในโครงการ Test&Go กทม. ต่อมาวันที่ 1 ธ.ค.ได้รับแจ้งจากโรงพยาบาลว่าตรวจพบเชื้อโควิด-19 และวันที่ 3 ธ.ค.ส่งตัวอย่างเชื้อตรวจยืนยันที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์

    ติดโผอันดับ 47 ในโลก

    ด้านนายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม รับทราบจากกระทรวง สาธารณสุขถึงการตรวจพบผู้ป่วยไวรัสโควิด-19 ต้อง สงสัยติดเชื้อสายพันธุ์โอมิครอนรายแรกของไทย เป็นการติดเชื้อจากนักท่องเที่ยวชาวอเมริกันที่เดินทาง มาจากสเปน จากระบบเทสต์แอนด์โกถือว่าไทยเป็นอันดับที่ 47 ของโลกที่พบผู้ติดเชื้อสายพันธุ์ดังกล่าว

    นายกฯ ยังมั่นใจระบบ สธ.

    นายธนกรกล่าวอีกว่า นายกฯจะร่วมกับกระทรวง สาธารณสุขและคณะแพทย์ติดตามพัฒนาการสถาน การณ์โควิด-19 อย่างใกล้ชิด นายกฯเชื่อมั่นระบบสาธารณสุขไทย มีประสิทธิภาพสูง สามารถวินิจฉัยผู้ป่วยต้องสงสัยติดเชื้อโควิด-19 ได้อย่างรวดเร็ว ขอให้ประชาชนตระหนักแต่อย่าได้ตระหนก โดยคณะแพทย์ไทยและทั่วโลกยังยืนยันการยึดหลักอนามัยส่วนบุคคลอย่างเคร่งครัด นายกฯ ยังฝากย้ำไปถึงประชาชนที่ยังลังเลยังไม่ได้รับการฉีดวัคซีน ขอความร่วมมือให้รีบเข้ามารับการฉีดวัคซีนที่รัฐจัดหาให้

    เดลตายังครองไทยเหมือนเดิม

    ต่อมาที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ แถลงสถานการณ์และความคืบหน้าการเฝ้าระวังสายพันธุ์โอมิครอนว่า กระทรวงสาธารณสุขมีการตรวจสอบเรื่องการกลายพันธุ์ทุกสัปดาห์ สัปดาห์ล่าสุดระหว่างวันที่ 27 พ.ย.-3 ธ.ค.2564 ยังเป็นเชื้อเดลตาในประเทศไทยเกือบร้อยละ 100 ตรวจไปเกือบ 800 ตัวอย่าง เจอเดลตาสูงสุด เป็นอัลฟารายเดียว แนวโน้มภาพรวมในประเทศไทยเป็นเดลตาร้อยละ 99.87 ส่วนเบตาน้อยมากอยู่ในพื้นที่จำกัดชายแดนใต้มีเล็กน้อย ส่วนคนที่เดินทางมาจากต่างประเทศตั้งแต่เปิดประเทศนั้น มีการเฝ้าระวังตามช่องทางต่างๆ การตรวจเชื้อผู้มีผลบวกยังพบเดลตาเป็นส่วนใหญ่ มีอัลฟาเพียง 1-2 ราย

    แจงการตรวจสายพันธุ์

    นพ.ศุภกิจกล่าวว่า กระบวนการได้มาซึ่งข้อมูล การตรวจสายพันธุ์นั้น การตรวจทุกครั้งในการแยงจมูกไม่ได้บอกสายพันธุ์ บอกเพียงว่าติดเชื้อหรือไม่ การจะบอกสายพันธุ์จะสุ่มตรวจในกลุ่มเสี่ยงต่างๆ เช่น อาการหนัก คลัสเตอร์ไม่รู้สาเหตุ อยู่บริเวณชายแดน เดินทางมาจากต่างประเทศ การตรวจสายพันธุ์มี 3 ระดับคือ เร็วสุดง่ายสุดเป็นการตรวจด้วย RT-PCR ใช้เวลา 1-2 วัน จากนั้นหากตัวอย่างนั้นสงสัย ยิ่งเป็นสายพันธุ์ใหม่ต้องตรวจให้แน่ชัดจะต้องตรวจ Target sequencing เป็นการดูรหัสพันธุกรรมบางส่วนและหากจะให้สมบูรณ์ต้องตรวจทั้งตัว เรียกว่า Whole genome sequencing ใช้เวลา 5-7 วัน กรมวิทย์ได้พัฒนาการตรวจโดยใช้คาแรกเตอร์ของแต่ละสายพันธุ์ ถ้าตรวจพบการหายไปของตำแหน่ง HV69-70 โดยไม่พบอย่างอื่น สันนิษฐานเป็นอัลฟา ถ้าพบ K417N สันนิษฐานเป็นเบตา หากเจอ L452R เป็นเดลตา แต่โอมิครอน มีการกลายพันธุ์หลายตำแหน่งเป็นลูกผสม บางส่วนเหมือนการเกิดในอัลฟา เดลตา ดังนั้น หากมีการหายไปของ HV69-70 และมีการกลายพันธุ์ที่ K417N ให้สันนิษฐานว่าเป็นโอมิครอน

    เจอรายแรกในไทยมาจากสเปน

    นพ.ศุภกิจกล่าวด้วยว่า มีการนำตัวอย่างจาก รพ.คู่สัญญาส่งให้กรมวิทย์ตรวจช่วงบ่ายวันที่ 3 ธ.ค. การตรวจเบื้องต้นให้ผลสรุปว่า อาจเป็นโอมิครอน จึงได้แจ้งกรมควบคุมโรคเร่งสอบสวนโรค เนื่องจากเป็นรายแรกของประเทศ จึงต้องตรวจวิเคราะห์อย่างละเอียด โดยตัวอย่างนี้เป็นชายชาวอเมริกันเดินทางมาจากสเปน และอยู่ใน Test & Go การตรวจเบื้องต้น พบมีการหายไปของ HV69-70 และ K417N ซึ่ง 2 ตำแหน่งที่ว่า ทำให้เข้าข่ายมีโอกาสเป็นโอมิครอน และเมื่อตรวจเพิ่มหา 2 ตำแหน่งคือ T478K และ N501Y พบมีเพิ่มจึงมีโอกาสเป็นโอมิครอนมากขึ้น จากนั้นเมื่อเข้าเครื่อง Whole genome sequencing จริงๆทราบผลตั้งแต่เมื่อวันที่ 5 ธ.ค.แต่ด้วยเชื้อที่นำมาน้อยไม่สมบูรณ์ เมื่อนำมาถอดรหัสพันธุกรรมจึงทำให้ยาก จึงได้ขอตัวอย่างมาใหม่ พบว่ามีเชื้อมากขึ้นในตัว จึงนำมาทดสอบซ้ำให้ผลเหมือนเดิม ดังนั้นโอกาสที่เป็นโอมิครอนจึงสูงมาก ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 1-4 ธ.ค.ที่มีคนเดินทางเข้ามาไม่ว่าจะเป็น Test &Go แซนด์บ็อกซ์ หรือกักตัวควอรันทีน ส่วนใหญ่เป็นเดลตา มีเพียง 1 รายที่มีโอกาสเป็นโอมิครอน

    เชื่อมีรายอื่นตามมาอีก

    นพ.ศุภกิจกล่าวด้วยว่า จากการเก็บตัวอย่างและวิเคราะห์ด้วยเครื่องและนักวิทยาศาสตร์ พบโอกาสเป็นโอมิครอน ร้อยละ 99.92 ทั้งนี้ ตัวอย่างที่เก็บมาจะมีการตรวจซ้ำครั้งที่ 2 ยืนยันอีกครั้ง จะให้เครือข่ายแล็บอื่นๆ ช่วยตรวจสอบเพื่อยืนยัน เบื้องต้นถือเป็นโอมิครอนรายแรกที่ตรวจพบในประเทศไทย ที่สำคัญเป็นการตรวจพบจากการตรวจ RT-PCR ดังนั้นการจะยกเลิก RT-PCR ออกต้องพิจารณาถี่ถ้วน ส่วนอื่นๆยังไม่มี ส่วนใหญ่เป็นเดลตากับสายพันธุ์ย่อยเดลตา อย่างไรก็ตาม เมื่อมีรายแรก เชื่อว่าจะมีรายที่สองที่สาม แต่ไม่ต้องตระหนกตกใจ พวกเราต้องทำมาตรการต่างๆ เตรียมพร้อมรองรับ ฝ่ายตรวจจับต้องเพิ่มความเข้มข้น โดยเฉพาะได้ขอให้ศูนย์ทางใต้ตรวจเข้มมากขึ้น เพราะมีชายแดนติดมาเลเซียที่เจอเชื้อแล้ว ตอนนี้เมื่อเดินออกจากบ้าน ต้องฝากให้คิดว่าหากไม่ฉีดวัคซีน จะตัวเปล่าไม่มีอะไรปกป้องเลย จึงขอความกรุณาว่าแม้จะมีผู้หวังดีเตือนว่าในอนาคตจะต้องมีวัคซีนรุ่น 2 รุ่น 3 เพื่อสู้สายพันธุ์นี้โดยตรง แต่ตอนนี้เราต้องอยู่กับปัจจุบัน อยู่กับความเป็นจริง ควรมาฉีดวัคซีนกัน มีอีก 30-40 เปอร์เซ็นต์ ยังไม่มาฉีด ขอให้มาฉีดวัคซีน เพื่อความปลอดภัยของตัวเองและครอบครัว

    อนามัยโลกเรียก“โอมิครอน”

    ด้าน นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรม ควบคุมโรค เปิดเผยว่า คนที่เดินทางเข้าสู่ประเทศไทยด้วยมาตรการเปิดประเทศ เรามีมาตรการคัดกรองรัดกุมทั้ง Test&Go แซนด์บ็อกซ์ ควอรันทีน ที่ผ่านมาพบอัตราติดเชื้อ 0.02 เปอร์เซ็นต์ ขอให้มั่นใจกระทรวงสาธารณสุขหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควบคุมโรคไม่ให้เกิดการระบาดได้เป็นอย่างดี สำหรับสายพันธุ์โอมิครอนที่หลายคนสงสัยว่าออกเสียงอย่างไร จากการเข้าร่วมประชุมสมัชชาใหญ่องค์การอนามัยโลกสัปดาห์ที่ผ่านมา ส่วนใหญ่ออกเสียงเป็นโอมิครอน แต่จะเรียกโอมิครอนหรือโอไมครอนไม่ผิดเป็นเชื้อตัวเดียวกัน

    ติดโอมิครอนยังไม่มีตาย

    นพ.โอภาสกล่าวว่า ดูเหมือนรูปแบบการระบาดโควิด-19 จะใกล้เคียงไข้หวัดใหญ่ที่เราคุ้นเคยในอดีต เมื่อระบาดเยอะก็กลายเป็นโรคประจำถิ่น ความรุนแรงโรคจะลดลง เช่น โอมิครอน องค์การอนามัยโลกระบุว่ายังไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตจากโอมิครอนแม้แต่รายเดียว ตรงกับข้อมูลหลายหน่วยงานที่ระบุดูเหมือนความรุนแรงน้อยกว่าเดลตาค่อนข้างมาก ข้อมูลจากองค์การอนามัยโลกเมื่อวันที่ 5 ธ.ค.ขณะนี้พบผู้ติดเชื้อโอมิครอนแล้ว 46 ประเทศ ไทยเป็นประเทศที่ 47 แบ่งการติดเชื้อออกเป็น 1.ติดเชื้อในประเทศ เช่น แอฟริกาใต้ รวมแล้ว 15 ประเทศ 2.การติดเชื้อจากผู้เดินทางเข้ามา มี 31 ประเทศ รวมถึงไทยด้วย ยังไม่มีผู้เสียชีวิตจากโอมิครอน

    เฝ้าระวังกลุ่มสัมผัสเสี่ยงต่ำ

    นพ.โอภาสกล่าวด้วยว่า กรณีปรากฏข่าวพบผู้ป่วยหญิงชาวแอฟริกาเป็นสายพันธุ์โอมิครอน รักษาที่สถาบันบำราศนราดูรนั้น ยืนยันเป็นเดลตา ขณะนี้อาการปกติ ไม่มีอะไรน่าห่วง ส่วนรายแรกที่ยืนยันเป็นโอมิครอน เป็นชายอายุ 35 ปี สัญชาติอเมริกา เข้ารักษาที่ รพ.แห่งหนึ่ง อาการน้อยมาก แทบไม่มีอาการ และไม่เคยติดเชื้อมาก่อน ตอนแรกรับผลเลือด ผลเอกซเรย์ปกติ แต่ตรวจเจอเชื้อ ส่วนผู้สัมผัสที่โรงแรม 17 คน พนักงานในสนามบิน 2 คน ส่วนใหญ่เป็นผู้สัมผัสเสี่ยงต่ำ เนื่องจากคนไข้ค่อนข้างระมัดระวังตัว ใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลา ตอนนั่งเครื่องบินนั่งคนเดียว ไม่มีคนนั่งข้างๆ ตอนมาอยู่โรงแรมสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา ขณะนี้ทุกคนที่ตรวจสอบอาการปกติ ไม่เจอเชื้อ แต่จะติดตามต่อเนื่องตลอดระยะฟักตัวของเชื้อ ทั้งนี้ สายพันธุ์โอมิครอนแพร่ระบาดเร็ว 2-5 เท่า ส่วนใหญ่ไม่มีอาการหรือมีน้อย คล้ายไข้หวัดใหญ่ ที่มีรายงานจากต่างประเทศ ส่วนใหญ่ไม่ต้องเข้ารับการรักษาใน รพ. และไม่มีรายงานการเสียชีวิต ขณะที่องค์การอนามัยโลก และ CDC สหรัฐอเมริกาแนะนำคือ ฉีดวัคซีนให้ครอบคลุมมากที่สุด ดังนั้น ขอให้มั่นใจทั้งกระทรวงสาธารณสุขและฝ่ายความมั่นคงมีมาตรการรองรับกับสายพันธุ์โอมิครอน

    ติดต่อได้ผ่านละอองฝอย

    นพ.โอภาสยังกล่าวถึงกรณีนักวิชาการระบุ ไฟเซอร์ 2 เข็มเอาเชื้อโอมิครอนไม่อยู่ว่าข้อมูลข่าวสารเรื่องการติดเชื้อโควิด-19 ส่วนใหญ่เป็นความเห็น ความรู้สึกมากกว่าข้อเท็จจริง กระทรวงสาธารณสุขจะรวมข้อมูลทั้งหมดมาแจ้งให้ทราบ อย่างไรก็ตามการติดเชื้อโอมิครอน เบื้องต้นไม่แตกต่างจากสายพันธุ์อื่น ยังติดต่อผ่านละอองฝอยเป็นหลัก การติดต่อผ่านลม ผ่านอากาศเจอน้อยมากจะเจอในบางกรณีคือห้องอับ หรือห้องที่มีการแพร่ กระจายเชื้อสูง ไม่ได้แพร่ทางอากาศทั่วๆไป ส่วนเรื่องวัคซีน ไม่ว่าชนิดไหนไม่ได้ป้องกันการติดเชื้อร้อยเปอร์เซ็นต์ ไทยเป็นประเทศหนึ่งที่มีการใช้วัคซีนหลายยี่ห้อ และพบประสิทธิผลของวัคซีนป้องกันติดเชื้อร้อยละ 50-80 แต่สามารถป้องกันการป่วยหนักและเสียชีวิตได้ค่อนข้างดีมากในระดับร้อยละ 80-90 ขึ้นไป ดังนั้น หากพูดถึงประสิทธิผลต้องพูด 2 ส่วนคือการป้องกันการติดเชื้อ และการช่วยลดความรุนแรงของการติดเชื้อ ขอยืนยันว่าวัคซีนยังป้องกันการป่วยหนักและเสียชีวิตได้ จึงถือ ว่ามีประสิทธิภาพถ้าเทียบกับการไม่ฉีดวัคซีนเลย

    แนะให้เด็กฉีดกันไข้หวัดใหญ่

    ต่อมาเมื่อช่วงค่ำวันที่ 6 ธ.ค. ทพ.อรรถพร ลิ้มปัญญาเลิศ รองเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) และโฆษก สปสช. เปิดเผยว่า สปสช.ร่วมกับสถานพยาบาลทั่วประเทศ รณรงค์ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล แต่เนื่องจากเราอยู่ในระหว่างการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ซึ่งเป็นทางเดินหายใจเหมือนกัน และกระทรวงสาธารณสุขมีคำแนะนำว่าสามารถฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ควบคู่กับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ได้ ทั้งนี้เพื่อให้บุคลากรทางการแพทย์ สามารถที่จะแยกโรคไข้หวัดใหญ่ กับโรคโควิด-19 จากกันได้ จึงเร่งรณรงค์ให้ประชาชนฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ เพราะหากมีภูมิป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่แล้ว โอกาสการเกิดโรคนี้จะค่อนข้างน้อย ทั้งนี้ สปสช.ได้เพิ่มกลุ่มเสี่ยงผู้รับวัคซีนไข้หวัดใหญ่ จากเดิม 7 กลุ่ม ได้แก่ หญิงตั้งครรภ์, เด็กอายุ 6 เดือนถึง 2 ปี, ผู้มีโรคเรื้อรัง 7 โรค ได้แก่ ปอด หอบหืด หัวใจ หลอดเลือดสมอง ไตวาย มะเร็งระหว่างรับเคมีบำบัด เบาหวาน, ผู้สูงอายุ, ผู้พิการทางสมองที่ช่วยเหลือตนเองไม่ได้, โรคธาลัสซีเมีย, โรคอ้วน และเพิ่ม 3 กลุ่มเสี่ยง ได้แก่ บุคลากรทางการแพทย์ที่ให้บริการหรือดูแลผู้ป่วยโควิด, กลุ่มที่อยู่ในสถานที่ที่มีการรวมตัวของคนจำนวนมาก ที่เสี่ยงต่อการระบาด ทุกช่วงอายุ เช่น นักเรียน ซึ่งเมื่อเปิดเรียนจะมีการรวมกลุ่มกันจำนวนมาก และกลุ่มเสี่ยงอื่นๆ จึงอยากเชิญชวนประชาชนทุกกลุ่ม เด็กนักเรียนมารับวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ฟรี จนถึงวันที่ 31 ธ.ค.นี้ ที่สถานพยาบาลใกล้บ้าน ขอยืนยัน
    ว่าวัคซีนไข้หวัดใหญ่เป็นวัคซีนที่เด็กๆ ได้รับมีความ ปลอดภัย

    11 วันศรีสะเกษเจอป่วย 101 คน

    สำหรับการแพร่ระบาดโรคโควิด-19 ทั่วประเทศ พบว่าในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ยังพบการติดเชื้อเป็นกลุ่มหรือคลัสเตอร์ต่อเนื่อง โดย นพ.ทนง วีระแสงพงษ์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) ศรีสะเกษ เปิดเผยว่า ตั้งแต่วันที่ 25 พ.ย.-5 ธ.ค.2564 เกิดคลัสเตอร์ใหม่ 5 คลัสเตอร์ คือ 1.คลัสเตอร์ตลาดสด มีแม่ค้าขายผักสดติดเชื้อ 2 คน และแพร่กระจายไปติดผู้ที่มาซื้อสินค้าและคนในครอบครัวรวมแล้ว 15 คน 2.คลัสเตอร์สถานบันเทิง เชื่อมโยงไปที่ร้านข้าวต้ม พบผู้ติดเชื้อรวม 64 คน 3.คลัสเตอร์พนักงานบริษัทรับ-ส่งพัสดุภัณฑ์ เชื่อมโยงมาจากร้านข้าวต้ม พบติดเชื้อ 8 คน 4.คลัสเตอร์เลือกตั้ง อบต.มีคนทำงานในจังหวัดพื้นที่เสี่ยงกลับมาเลือกตั้ง อบต.กลับไปทำงานตรวจพบติดเชื้อโควิด- 19 ตรวจกลุ่มเสี่ยงสูงในพื้นที่ 30 คนพบติดเชื้อ 4 คน 1 ใน 4 เป็นเด็กอายุ 5 ขวบ 1 คน ตรวจกลุ่มเสี่ยงเพิ่มอีก 30 คน รอฟังผล และ 5. คลัสเตอร์ตีไก่ ที่ อ.อุทุมพรพิสัย ตรวจกลุ่มเสี่ยง พบติดเชื้อแล้ว 10 คน รวมพบผู้ติดเชื้อแล้ว 101 คน

    ลูกเมียจอนนี่มือปราบติดโควิด

    ขณะที่ จ.อุบลราชธานี พบผู้ติดเชื้อโควิดเพิ่ม 23 คน เป็นผู้ติดเชื้อในจังหวัด 16 คน แยก เป็น อ.วารินชำราบ อ.นาจะหลวย พื้นที่ละ 4 คน อ.เมืองอุบลฯ อ.เดชอุดม พื้นที่ละ 3 คน อ.ตระการ พืชผล 2 คน มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม 1 คน เป็นชาย อายุ 81 ปี อยู่ ต.ห้วยข่า อ.บุณฑริก ติดเชื้อในพื้นที่โดยไม่ทราบปัจจัยเสี่ยง และยังไม่ได้รับการฉีดวัคซีนโควิด มีโรคประจำตัวคือ ไตวายเรื้อรัง ความดันโลหิตสูง นอกจากนี้ ศูนย์ EOC COVID-19 จ.อุบลราชธานี แจ้งประชาชนที่ไปร้านทุ่งนามือปราบจอนนี่ฟาร์มสเตย์ อ.พิบูลมังสาหาร ระหว่างวันที่ 21 พ.ย.ถึง 2 ธ.ค.ให้สังเกตอาการตนเอง หลังพบภรรยาและลูกของจอนนี่มือปราบ พร้อมผู้ใกล้ชิดติดเชื้อโควิด-19 รวม 8 คน มีผู้สัมผัสเสี่ยงสูง 109 คน ส่วนจอนนี่มือปราบตรวจไม่พบเชื้อ

    คลัสเตอร์คับคั่งยังลาม

    ด้านนายแพทย์ภมร ดรุณ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดบึงกาฬ เปิดเผยว่า ล่าสุดเจอผู้ติดเชื้อเพิ่ม 22 คน ในจำนวนนี้อยู่ใน อ.เมืองบึงกาฬ ถึง 15 คน เป็นการติดเชื้อที่ รพ.บึงกาฬ 3 คน และคลัสเตอร์สถานบริการตลาดคับคั่ง 12 คน ที่ทำให้คลัสเตอร์นี้มีผู้ป่วยสะสมถึง 45 คน และยังลามไปติดร้านอาหารซิกเนเจอร์ ประเภทนั่งดื่มมีดนตรีสด ทำให้มีนักร้อง พนักงานบริการ และลูกค้า ที่มาใช้บริการร้านนี้ติดโควิดอีก 7 คน ทำให้ต้องปิดร้านเป็นการชั่วคราว ขณะที่นายสนิท ขาวสอาด ผวจ. สั่งการให้ตรวจตราสถานบันเทิงทุกอำเภอภายใน 5 วัน หากร้านไหนไม่ปฏิบัติหรือฝ่าฝืน ก.ม. ควบคุมโรคให้สั่งปิดทันที

    ระดมฉีดวัคซีนโควิด-หวัดใหญ่

    ขณะที่สถานการณ์ใน จ.นครราชสีมา ดีต่อเนื่อง ล่าสุดพบผู้ติดเชื้อใหม่ 40 คน เสียชีวิตเป็นชาย 3 ศพ อายุ 59, 64 และ 72 ปี อยู่ใน อ.เมืองนครราชสีมา และ อ.โชคชัย ขณะที่ยังมีคลัสเตอร์ที่ต้องเฝ้าระวังคือชุมชนบ้านตูม หมู่ 8 และหมู่ 9 ต.ทองหลาง อ.จักราช ที่พบป่วยสะสม 24 คน อยู่ในหมู่ 8 จำนวน 17 คน หมู่ 9 จำนวน 7 คน ผู้สัมผัสเสี่ยงสูง 181 คน ส่วนที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา โคราช นพ.เจษฏ์ บุญยวงษ์วิโรจน์ ผู้ช่วย ผอ.รพ.มหาราชนครราชสีมา และ พญ.สาวิตรี วิษณุโยธิน ผอ.สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เขต 9 นครราชสีมา พร้อมบุคลากรทางการแพทย์ระดมฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ที่มีทั้งไฟเซอร์แอสตราเซเนกาและโมเดอร์นา รวมทั้งเปิดวอล์กอินฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ 3 สายพันธุ์ฟรี สำหรับผู้มีอายุตั้งแต่ 5 ปีขึ้นไปด้วย

    ปิดแคมป์คนงานในเมืองยะลา

    ส่วนทางใต้ จ.ยะลา ผู้ติดเชื้อวันที่ 6 ธ.ค.มีจำนวน 84 คน ผู้เสียชีวิต 1 คน เป็นชาย อายุ 73 ปี หมู่ 5 ต.ลิดล อ.เมือง เป็นโรคความดันโลหิตสูง ต่อมลูกหมากโต ส่วนกรณีตรวจพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในแคมป์พักคนงานก่อสร้าง หจก.บำรุงโยธากิจ หมู่ 12 ต.สะเตงนอก อ.เมือง แบ่งเป็นแรงงานชาวเมียนมา 57 คน พนักงานเสี่ยงสัมผัสสูง 131 คน ซึ่งตรวจ ATK พบผลบวกอีก 46 คน ทำให้นายภิรมย์ นิลทยา ผวจ.ยะลา/ประธาน ศบค.จ.ยะลา ออกคำสั่ง ศบค.จ.ยะลา ที่ 313/2564 ปิดแคมป์คนงานดังกล่าวเป็นเวลา 20 วัน จนถึงวันที่ 15 ธ.ค.นี้

    ตั้งด่านตรวจเข้มสกัดโอมิครอน

    ที่ จ.ปัตตานี พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 108 คน ตายเพิ่มอีก 1 ศพ ส่วนการเฝ้าระวังการหลุดรอดเข้ามาของเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอนตามแนวชายแดนนั้น มีการตั้งด่านตรวจทั้ง 115 ตำบล โดยเน้นตรวจใบฉีดวัคซีน ด้าน พล.ต.คมกฤช รัตนฉายา ผบ.ฉก.ปัตตานี เปิดเผยว่า ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ทุกด่านตรวจเข้มรถที่สัญจรไป-มา เข้าออกจากรอยต่อทั้ง 3 จังหวัดนราธิวาส-สงขลา และยะลา เข้ามาปัตตานี ทั้ง 5 ด่าน และที่ต้องระวังให้มากที่สุดคือด่านสำคัญ อำเภอสายบุรี ด่านตรวจกะพ้อ ด่านตรวจโคกโพธิ์ และด่านตรวจเกาะหม้อแกง อ.ท่ากำชำ อ.หนองจิก

    แอฟริกาใต้เจอระบาดรอบ 4

    วันเดียวกัน สำนักข่าวต่างประเทศรายงานสถานการณ์เชื้อกลายพันธุ์โอมิครอน ที่เบื้องต้นพบว่าแพร่ระบาดได้เร็วกว่าเชื้อเดลตา โดยที่แอฟริกาใต้ ซึ่งพบโอมิครอนเป็นที่แรกของโลก รัฐบาลสั่งการให้โรงพยาบาลทั่วประเทศเตรียมพร้อมรับมือ หลังเชื้อกลายพันธุ์ตัวนี้ทำให้ประเทศเข้าสู่การระบาดระลอกที่ 4 อย่างเป็นทางการ โดยช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา อัตราการติดเชื้อโควิด-19 วันเดียวเพิ่มจาก 2,300 คนในวันจันทร์ เป็น 16,000 คนในวันศุกร์ที่ผ่านมา พร้อมยืนยันว่าผู้ติดเชื้อรายใหม่ใน 9 จังหวัดของแอฟริกาใต้ ส่วนใหญ่เป็นเชื้อโอมิครอน

    เชื้อลามมะกัน-อังกฤษ

    ขณะที่ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งชาติสหรัฐอเมริกายืนยันว่าพบเชื้อโอมิครอนใน 16 รัฐ ทั้งแคลิฟอร์เนีย วอชิงตัน นิวยอร์ก นิวเจอร์ซีย์ คอนเนกติกัต เพนซิลเวเนีย แมสซาชูเสตต์ โคโลราโด หลุยเซียนา แมรีแลนด์ มินเนโซตา มิสซูรี เนบราสกา ยูทาห์ วิสคอนซิน ฮาวาย โดยผู้ติดเชื้อจำนวนมากได้รับวัคซีนครบโดสแล้ว และมีอาการป่วยเล็กน้อย ด้านนายแอนโทนี เฟาซี ที่ปรึกษาหลักด้านโรคติดต่อของรัฐบาลสหรัฐฯ มองว่าจากหลักฐานในขณะนี้ ถือว่าเชื้อไม่ได้มีความอันตรายมากขึ้น แต่ยังเร็วไปที่จะได้ข้อสรุป ขณะที่สำนักข่าวการ์เดียน อ้างการเปิดเผยของนายพอล ฮันเตอร์ ผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัยอีสต์ แองเกลีย ในอังกฤษ ว่า จากการประเมินสถานการณ์เบื้องต้นเชื่อว่ายอดผู้ติดเชื้อโอมิครอนในสหราชอาณาจักร อาจสูงทะลุ 1,000 คน และมีความเป็นไปได้ที่เชื้อโอมิครอนจะเข้ามาแทนที่เดลตาในเวลาไม่กี่สัปดาห์นับจากนี้

    อ่านเพิ่มเติม...

    อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

      วิดีโอแนะนำ

      หนูน้อยติดโควิดร้องไห้-กอดขอโทษพ่อ
      02:52

      หนูน้อยติดโควิดร้องไห้-กอดขอโทษพ่อ

      แท็กที่เกี่ยวข้อง

      Omicronโอมิครอนโอมิครอนรายแรกในไทยโอไมครอนโควิดสายพันธุ์โอไมครอนสายพันธุ์โควิดโควิด-19สถานการณ์โควิดยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19ข่าวหน้า1ข่าววันนี้สุขภาพ

      คุณอาจสนใจข่าวนี้

      thairath-logo

      ApplicationMy Thairath

      ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
      วันพุธที่ 26 มกราคม 2565 เวลา 15:09 น.
      ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
      เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์