ชงเยียวยา 5 พัน เด็กเสิร์ฟ-นักดนตรี รมว.แรงงาน ดัน ยาต้านโอมิครอน อังกฤษอนุมัติใช้

ข่าว

    ชงเยียวยา 5 พัน เด็กเสิร์ฟ-นักดนตรี รมว.แรงงาน ดัน ยาต้านโอมิครอน อังกฤษอนุมัติใช้

    ไทยรัฐฉบับพิมพ์

    3 ธ.ค. 2564 05:30 น.

    สหรัฐอเมริกาพบผู้ติดเชื้อ “โอมิครอน” รายแรก ขณะที่เชื้อไวรัสอันตรายกลายพันธุ์ชนิดใหม่นี้ระบาดลามเข้า 25 ประเทศทั่วโลกแล้ว ส่วนไทยเฝ้าระวังเข้มข้น นายกฯขอประชาชนมีวินัยอย่าการ์ดตก เชื่อป้องกันโรคได้ ขณะที่สถานบันเทิงยังไม่มีกำหนดเปิดให้รอไปก่อน ด้าน รมว.แรงงานจ่อหารือสมาคมที่เกี่ยวข้องกับสถานบันเทิง ผับ คลับ บาร์ สรุปมาตรการเยียวยากลุ่มลูกจ้างที่ได้รับผลกระทบจากโควิด ชงเยียวยาคนละ 5 พันบาท ขณะที่ ศบค.ปลอบคนไทยไม่ต้องวิตกเพราะยังไม่พบไวรัสตัวร้ายนี้และมีวัคซีนช่วย “หมอยง” ย้ำอีกครั้งขอให้คุมโอมิครอนอย่างรวดเร็ว เชียงใหม่ร้องขอให้เปิดดื่มแอลกอฮอล์ในร้านอาหารได้ทั้ง 25 อำเภอ ผู้ปกครองนักเรียนนายสิบ 4 จังหวัด เรียกร้อง ศฝร.ภ.7 ส่งบุตรหลานกลับบ้าน หลังโควิดระบาดติดเชื้อเกือบ 300 รายในศูนย์ฝึก

    ไทยและอีกหลายประเทศทั่วโลกต่างเฝ้าระวังเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์ใหม่ “โอมิครอน” อย่างเข้มข้นหลังมีพลเมืองของ 25 ประเทศติดเชื้อไวรัสอันตรายตัวนี้แล้ว

    นายกฯขอ ปชช.มีวินัยป้องกันโรค

    เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 2 ธ.ค. ที่สโมสรกองทัพบก วิภาวดี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงการติดตามเชื้อกลายพันธุ์โอมิครอนว่า เป็นคนแจ้งเตือนเอง หลังได้รับทราบข่าวจากเว็บไซต์ต่างประเทศ น่าชมเชยหน่วยงานที่ตอบสนองทันที ต้องขออภัยกรณีที่คิดว่าหลายอย่างเราจะทำได้ แต่เมื่อมีเชื้อใหม่อุบัติขึ้นมาเราต้องมีมาตรการมารองรับ วันนี้ยังไม่ได้ข่าวว่ามีผู้ติดเชื้อในไทย สำคัญคือจะทำอย่างไรเราจะต้องระมัดระวังตัวเองกันให้มากที่สุด เข้าใจดีถึงความเป็นอยู่ของประชาชนที่ต้องการอิสระ ต้องการเดินทาง ต้องการความสนุกสนาน ต้องขอร้องโดยเฉพาะเรื่องการเข้ามารับการฉีดวัคซีน อย่าไปกังวลว่าเมื่อมีเชื้อตัวใหม่เข้ามาแล้วไม่ฉีด จะรอวัคซีนใหม่ ขณะที่เชื้อเก่ายังอยู่เราต้องระวังทุกเชื้อที่เกิดขึ้น

    สถานบันเทิงขอให้รอเปิด

    เมื่อถามถึงการผ่อนคลายมาตรการกิจการกิจกรรม ผับ บาร์ คาราโอเกะ นายกฯกล่าวว่า อาจต้องขยับออกไปบ้าง ต้องขออภัย บอกแล้วอยากให้นึกถึงคนอื่นด้วย เห็นใจโดยเฉพาะภาคการท่องเที่ยวถือว่าสำคัญที่สุด แต่ถ้าเราไม่ทำแบบนี้จะล้มเหลวทั้งหมด รัฐบาลจะกลายเป็นรัฐบาลที่ไม่มีประสิทธิภาพ มันจำเป็น ไม่มีใครอยากทำตรงนี้หรอก จึงขอขยับออกไปก่อน รอดูสักเดือนหนึ่งก่อน เรื่องนี้ต้องฟังหมอและสาธารณสุข ได้สั่งให้พิจารณาเรื่องการเยียวยากิจการกิจกรรมเหล่านี้เป็นการชั่วคราวไปก่อน อันไหนที่เปิดได้ก็มีอยู่แล้ว แต่ถ้าเป็นสถานที่ปิดมีคนเข้าไปเป็นจำนวนมาก มีการดื่มสุรา ถือว่าเสี่ยงสูง ก็ขอเอาไว้ก่อน เรื่องการเยียวยาจะนำเข้า ครม.เร็วๆนี้

    ยังไม่ต้องปิดประเทศ

    เมื่อถามถึงการติดตามตัวนักท่องเที่ยวที่เดินทางจาก 8 ประเทศแอฟริกาให้เข้ารับการตรวจเชื้อแบบ RT-PCR พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า กำลังติดตามอยู่ คนที่อยู่ในพื้นที่ถ้ารู้ให้ช่วยแจ้งเจ้าหน้าที่ เมื่อถามว่าจำเป็นต้องใช้ยาแรงหรือถึงขั้นปิดประเทศหรือไม่ นายกฯกล่าวว่า ยังๆตอนนี้มีการคัดกรอง แบบ RT-PCR อยู่แล้ว และมีการกักตัวไว้ชั่วคราว จนกว่าจะทราบผล RT-PCR ส่วนตรวจแบบ ATK ต้องยกเลิกไปก่อน ถือว่ายังไม่ปลอดภัยในขณะนี้ อาจลำบากกันขึ้นมานิดหน่อย แต่เราต้องมองทั้ง
    2 ทาง ทั้งเรื่องการท่องเที่ยว เรื่องเศรษฐกิจ รวมถึงเรื่องความปลอดภัยด้วย เราไม่สามารถทำอะไรให้มันง่ายๆได้ คนเป็นร้อยกว่าจะคิดมาตรการออกมาได้ กว่าจะมาถึงนายกฯจนตัดสินใจ อาจมีความต้องการด้านหนึ่ง แต่อีกด้านคือด้านสาธารณสุขเราก็ต้องดู อย่าเอาความเดือดร้อนมาพูดอย่างเดียวแล้วบอกว่ารัฐบาลไม่ได้ช่วยอะไร มันทำให้เกิดความไม่เข้าใจกัน

    มุ่งส่งเสริมการลงทุน

    เมื่อถึงการประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์เศรษฐกิจหรือ ศบศ. ในวันที่ 3 ธ.ค. จะทบทวนการจัดกิจกรรมในช่วงปลายปีหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า เราต้องรักษาเศรษฐกิจเดิมให้ได้มากที่สุดและต้องมีเศรษฐกิจใหม่เพื่อพลิกโฉมประเทศให้เดินต่อไปข้างหน้าในโลกยุคนิวนอร์มอล ต้องไปดู เรื่องส่งเสริมการลงทุน ปรับรูปแบบกระบวนการทางกฎ หมาย ปรับรูปแบบเรื่องสิทธิประโยชน์ สร้างแรงจูงใจให้มีการลงทุนในประเทศ ทั้งจากนักลงทุนไทยและต่างชาติ ยืนยันจะไม่ทำให้เกิดผลกระทบกับคนไทยและธุรกิจของคนไทย เราต้องช่วยไปด้วยกัน บางทีการสร้างความเข้มแข็งเปรียบเหมือนการนำไม้ไผ่เล็กๆหลายๆแท่งมามัดรวมกันเป็นกำก็หักไม่ได้ เราต้องทำทั้งเรื่องการลงทุนข้ามชาติ สิ่งเหล่านี้จะช่วยสร้างจีดีพีของไทยให้เติบโตขึ้น และส่งผลให้งบประมาณภาครัฐมีมากขึ้น วันนี้เจรจากับหลายประเทศ และบริษัทหลายแห่ง เขาสนใจเข้ามาลงทุนในไทย เพราะเห็นถึงศักยภาพประเทศไทย

    สภาตั้งกระทู้ถาม ก.ท่องเที่ยว

    ขณะเดียวกัน ที่รัฐสภา ช่วงสายวันเดียวกัน มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีนายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานประชุมพิจารณากระทู้ถามสดของนายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ ส.ส.สตูล พรรคภูมิใจไทย เรื่องการท่องเที่ยวและมาตรการควบคุมโรคโควิด-19 ว่า เป็นห่วงเรื่องเชื้อไวรัสกลายพันธุ์ ทั่วโลกตื่นตัวและองค์การอนามัยโลกออกมาเตือนเรื่องเชื้อโอมิครอน กระทรวงการท่องเที่ยวฯ ได้ประเมินสถานการณ์เตรียมแผนรับมืออย่างไร

    ประกบ นทท.แอฟริกาใกล้ชิด

    นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา ชี้แจงว่า สถานการณ์เชื้อโอมิครอน รัฐบาลสั่งให้กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงมหาดไทย กระทรวงการท่องเที่ยวฯ กระทรวงคมนาคม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตรวจสอบติดตามนักท่องเที่ยวชาวแอฟริกาที่เข้ามาไทยตั้งแต่วันที่ 15 พ.ย.64 มาให้ได้ทุกคนและประกบตัว เพื่อเชิญนักท่องเที่ยวเหล่านั้นมาตรวจสอบอย่างใกล้ชิด ตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค.64 ยังไม่มีนักท่องเที่ยวจาก 8 ประเทศ ที่ไทยประกาศห้ามเข้า เข้ามาไทยอีกเลย จากการตรวจสอบสถิติผู้ติดเชื้อพบว่านักท่องเที่ยวที่เดินทางมาไทยดูแลตนเองดีอยู่แล้ว ขอให้คนไทยสบายใจได้ ทั้งนี้ กระทรวงการท่องเที่ยวฯยังขอขยายเวลาในพื้นที่บลูโซนจากเวลา 21.00 น. เป็นเวลา 23.00 น. การเปิดผับ บาร์ หรือคาราโอเกะ พยายามเสนอใน ศบค. หารือกับกระทรวงสาธารณสุข ว่าเรามีวิธีผ่อนปรนอย่างไร จะเปิดเป็นโซนได้อย่างไรในพื้นที่ที่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาท่องเที่ยว

    ไทยติดเชื้อ 4.9 พัน ดับ 33 ราย

    ด้าน ศบค. รายงานสถานการณ์โควิด-19 ในไทยว่า พบมีผู้ติดเชื้อใหม่ 4,971 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 33 ราย เป็นชาย 16 ราย หญิง 17 ราย พบผู้เสียชีวิต มากสุดที่ จ.เชียงใหม่ 6 ราย ทำให้มีผู้ติดเชื้อสะสม 2,125,729 ราย เสียชีวิตสะสม 20,847 ราย ผู้ได้รับวัคซีนทั้งสิ้น 93,753,156 โดส สำหรับ 10 จังหวัดที่มีผู้ติดเชื้อสูงสุดวันที่ 28 พ.ย. ได้แก่ กทม. 778 ราย นครศรีธรรมราช 329 ราย สงขลา 302 ราย เชียงใหม่ 208 ราย สุราษฎร์ธานี 196 ราย สมุทรปราการ 140 ราย ชลบุรี 139 ราย ปัตตานี 138 ราย ประจวบคีรีขันธ์ 133 ราย ขอนแก่น 102 ราย ยะลา 102 ราย

    ไม่ต้องวิตกผู้มาจาก ปท.เสี่ยง

    ที่กระทรวงสาธารณสุข ช่วงบ่าย นพ.เฉวตสรร นามวาท ผอ.กองควบคุมโรคและภัยสุขภาพในภาวะฉุกเฉิน กรมควบคุมโรค แถลงสถานการณ์โควิด-19 ว่า ข้อมูลผู้เดินทางจากทวีปแอฟริกาของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ตั้งแต่วันที่ 15-30 พ.ย. เป็นกลุ่มประเทศเสี่ยงสูง 8 ประเทศ ได้มีการติดตามทั้งส่งข้อความผ่านแอปพลิเคชันหมอชนะ และอีเมล แจ้งให้ไปรับการตรวจ RT-PCR ฟรีที่ รพ.รัฐผู้เดินทางทั้งหมดตรวจไม่พบเชื้อตั้งแต่จากประเทศต้นทาง ถึงไทยวันแรกก็ต้องตรวจ ถ้าพบเชื้อนำส่งเข้า รพ. ไม่ได้ไปที่ไหน คนที่อยู่ในแซนด์บ็อกซ์ครบ 7 วัน ออกไปสู่พื้นที่อื่น ก่อนออกไปต้องตรวจ ATK อีกครั้งยืนยันผลไม่พบเชื้อจึงจะออกไปได้ ดังนั้น ต้องตรวจอย่างน้อย 3 ครั้ง สิ่งที่แจ้งเพิ่มเติมจากผู้ที่มาจาก 8 ประเทศเสี่ยงเพื่อให้แน่ใจ นับจากวันที่เข้าประเทศจนถึง 14 วัน คือขอตรวจ RT-PCR ซ้ำอีกครั้ง ช่วงก่อนวันที่ 14 ประมาณวันที่ 12 หรือ 13 ของการเดินทางเข้ามา เพื่อย้ำความมั่นใจ อีกทั้งคนเหล่านี้ฉีดวัคซีนมาก่อนแล้ว เป็นการลดความเสี่ยงหลายส่วน จึงไม่ต้องวิตกกังวล เราทำเข้มข้นเต็มที่และติดตาม วันที่ 2 ธ.ค. มีการประชุมคณะทำงานที่เกี่ยวข้องในกรมควบคุมโรค เพื่อเร่งรัดการรายงานและตรวจสอบติดตามผู้คงค้าง

    วัคซีน-ยกการ์ดสูงป้องกันได้

    นพ.เฉวตสรรกล่าวด้วยว่า ขอย้ำว่ามาตรการในกลุ่ม 8 ประเทศเสี่ยงสูงนั้น เราไม่ได้ให้ขอไทยแลนด์ พาส เข้าประเทศไทย ตั้งแต่วันที่ 27 พ.ย.64 แต่คนที่ขอก่อนอาจมีบ้าง แต่นับตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค.เป็นต้นไปจะไม่มีแล้ว คนที่เดินทางเข้ามาก็เข้าสู่มาตรการควบคุมกักตัวจนครบ 14 วัน ส่วนจุดที่เป็นการติดตามคนที่เดินทางมาก่อนหน้านั้น หากเดินทางมาตั้งแต่ต้นเดือนผ่านเวลา 14 วัน ค่อนข้างมั่นใจได้ แม้เชื้อโควิดจะมีระยะฟักตัว 2-14 วัน แต่ส่วนใหญ่ที่เจอจะเป็น 5-7 วัน หากเกิน 7 วันไปแล้วก็ค่อนข้างน้อยอาจมีได้ จึงไม่ควรกังวลเกินไป เพราะเรามีมาตรการวัคซีน มาตรการป้องกันส่วนบุคคล หากยกการ์ดสูงก็ช่วยได้

    ตรวจเข้าไทย 6,304 คน ติด 9 คน

    นพ.เฉวตสรรกล่าวอีกว่า ผู้เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักร ระหว่างวันที่ 1-30 พ.ย. ผ่านระบบ Test&Go มี 106,211 คน แซนด์บ็อกซ์ 21,438 คน ควอรันทีน 7 วัน 1,743 คน ควอรันทีน 10 วัน 3,654 คน และควอรันทีน 14 วัน 15 คน ภาพรวมการตรวจเชื้อจากผู้ที่เข้ามาตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค. ผ่าน Test&Go มี 5,608 คน พบติดเชื้อ 3 คน คิดเป็น 0.05% แซนด์บอกซ์ 4 คน คิดเป็น 0.90%
    ควอรันทีน 2 คน คิดเป็น 0.80% ภาพรวมทั้งหมดที่ตรวจ 6,304 คน พบติดเชื้อ 9 คน คิดเป็น 0.14% อัตราการติดเชื้อแยกเป็นมัลดีฟส์เข้ามา 13 คน ติดเชื้อ 1 คน รัสเซียเข้ามา 113 คน ติดเชื้อ 4 คน กัมพูชาเข้ามา 168 คน ติดเชื้อ 1 คน สหราชอาณาจักรเข้ามา 370 คน ติดเชื้อ 1 คน เยอรมนีเข้ามา 401 คน ติดเชื้อ 1 คน สหรัฐอเมริกาเข้ามา 646 คน ติดเชื้อ 1 คน ประเทศต้นทางที่เข้ามามากสุดในเดือน ธ.ค.คือโรมาเนีย 820 คน สหรัฐอเมริกา 646 คน เกาหลีใต้578คน

    คลัสเตอร์เสี่ยงงานบุญเกี่ยวข้าว

    นพ.เฉวตสรรกล่าวด้วยว่า การเสียชีวิตในวันที่ 2 ธ.ค. จำนวน 33 คน ส่วนใหญ่ยังเป็นกลุ่มผู้สูงอายุและมีความเสี่ยงจากการไม่ได้รับวัคซีน โดย 10 คนมาจากภาคใต้ ความเสี่ยงคลัสเตอร์ต่างๆเป็นกลุ่มเล็กน้อยประปรายยังพบอยู่แม้ไม่น่ากังวล แต่อยากเตือนให้ประชาชนรับรู้ความเสี่ยง บางพื้นที่เป็นงานประเพณี งานบุญ รวมถึงการรวมตัวเกี่ยวข้าวยังเป็นความเสี่ยง ที่ใช้ระยะเวลาร่วมกิจกรรมรับประทานอาหารร่วมกันนาน แคมป์คนงาน ค่ายทหาร โรงงานต่างๆก็ยังพบอยู่ รวมถึงส่วนที่เกี่ยวข้องกับตลาดย้ำให้ประชาชนที่ไปใช้บริการป้องกันตนเอง ขณะที่พ่อค้าแม่ค้ารวมถึงครอบครัวควรรับวัคซีนให้ครบถ้วนลดความเสี่ยง ลดการระบาดได้

    ไทยไม่พบโอมิครอน-ATK ยังใช้ได้

    ขณะที่ นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เผยถึงความพร้อมแล็บ รองรับการตรวจ RT-PCR ของไทยว่า ยืนยันวิธีตรวจ RT-PCR ยังพบการติดเชื้อโควิดได้ แล็บที่ผ่านการรับรองจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ได้กำชับให้ตรวจหลายตำแหน่ง ขณะที่ชุดตรวจ ATK ที่ประชาชนตรวจด้วยตัวเอง ข้อมูลขณะนี้พบว่าจุดที่ใช้ตรวจมาจากโปรตีนที่อยู่คนละจุดกับการกลายพันธุ์ แต่การตรวจ ATK ยังไม่เห็นประเด็นปัญหาอะไร หากมีข้อมูลเพิ่มต้องให้แต่ละบริษัทที่ได้รับอนุญาตนำเข้าชุดตรวจกับ อย. เอาข้อมูลมาแสดงว่า ตรวจในตำแหน่งไหน อย่างไร ขณะเดียวกันกรมวิทย์ฯได้ตรวจไปแล้ว 30 ยี่ห้อที่มีข้อมูลพบว่า ATK ยังตรวจได้ ดังนั้น ประชาชนยังใช้ได้ปกติ ที่สำคัญคือ ยังไม่มีโอมิครอนในไทย ข้อมูลการตรวจหาสายพันธุ์ในกลุ่มผู้เดินทางเข้าไทย ที่มีผลตรวจ RT-PCR เป็นบวก ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย.64 กว่า 300 คน ยังไม่พบสายพันธุ์โอมิครอน

    เข้มป้องกันตนเอง-ติดตามข้อมูล

    เมื่อถามถึงข้อมูลระบุสายพันธุ์โอมิครอนแพร่เชื้อทางอากาศได้นั้น นพ.ศุภกิจกล่าวว่า เป็นการตั้งข้อสังเกต แต่ยังไม่มีข้อมูลสรุปในเรื่องนี้ การแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างประเทศก็มีข้อมูลส่วนนี้น้อย แม้กระทั่งสายพันธุ์เดิม ก็มีคนบอกว่าสามารถแพร่ทางอากาศได้ แต่ไม่ได้แพร่ไปได้ไกล บางครั้งการแยกระหว่างฝอยละอองเล็กๆที่ลอยไปกับการแพร่ทางอากาศได้จริงๆ มันแยกกันยาก สถานการณ์เปลี่ยนตลอดเวลา อยากให้ทุกคนติดตามสถานการณ์อย่างไม่ตกใจ ที่สำคัญคือยังต้องเข้มงวด การสวมหน้ากากอนามัย เว้นระยะห่าง และล้างมืออยู่ตลอดเวลาเช่นเดิม

    ย้ำต้องคุมโอมิครอนรวดเร็ว

    วันเดียวกัน ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์เฟซบุ๊กว่า ปัจจัยสำคัญควบคุมสายพันธุ์โอมิครอนในบ้านเราต้องทำอย่างรวดเร็ว การตรวจวินิจฉัยจำเป็นต้องพัฒนาให้ได้อย่างรวดเร็ว ในต่างประเทศชุดตรวจยีน S หรือยีนหนามแหลมสไปก์ ร่วมกับการตรวจยีนอื่นถ้าให้ผลบวกต่อยีนอื่นโดยให้ผลลบต่อยีนหนามแหลมสไปก์ ที่มีการเปลี่ยนแปลงพันธุกรรมค่อนข้างมาก จะเข้าข่ายสงสัยไว้ก่อนทันที สำหรับไทยชุดตรวจส่วนใหญ่ RT- PCR เป็นชุดตรวจหายีน N ยีน E และยีน orf1ab หรือ RdRp ดังนั้นจึงใช้วิธีที่กล่าวไม่ได้

    จี้สุ่มตรวจทุกคลัสเตอร์

    ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ กล่าวว่า ขณะนี้ศูนย์ได้พัฒนา probe ตัวจับจำเพาะต่อสายพันธุ์โอมิครอน เพื่อการวินิจฉัยให้ได้รวดเร็วที่สุด ที่ผ่านมามีตัวจับจำเพาะต่อสายพันธุ์อัลฟา เดลตาอยู่แล้ว สามารถทำพร้อมกันได้เป็นจำนวนมาก ใช้เวลาเท่ากับการทำ RT-PCR ธรรมดาคือประมาณ 4 ชั่วโมงสามารถหรือคาดว่าเป็นสายพันธุ์โอมิครอนได้ การตรวจยืนยันจำเป็นต้องใช้วิธีถอดรหัสพันธุกรรม โดยเฉพาะในรายที่สงสัยจากการตรวจคัดกรองดังกล่าวให้ได้อย่างรวดเร็ว กลุ่มผู้ป่วยที่ต้องสงสัยและจำเป็นต้องตรวจหาสายพันธุ์โอมิครอน คือกลุ่มผู้ป่วยที่เดินทางมาจากต่างประเทศทุกคน ผู้ฉีดวัคซีนครบแล้วติดเชื้อ ผู้ที่เคยป่วยแล้วติดเชื้อซ้ำ ผู้ป่วยที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง ผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรง หรือการระบาดในคลัสเตอร์ควรสุ่มตัวอย่างมาตรวจทุกคลัสเตอร์การถอดรหัสพันธุกรรมสำหรับประเทศไทยต้องทำเพิ่มขึ้น และมีการสุ่มหลากหลายในประชากร งบประมาณส่วนนี้จำเป็นต้องใช้เพิ่มขึ้น เพื่อเฝ้าระวังและควบคุมการระบาดในประเทศไทย มีความจำเป็นที่ต้องทำอย่างรวดเร็วด้วย

    ใช้ได้ทั้ง “โอไมครอน”-“โอมิครอน”

    ส่วนที่มีผู้กังขาในเรื่องการอ่านออกเสียงของเชื้อไวรัส OMICRON ที่มีทั้งอ่านว่า “โอไมครอน” และ “โอมิครอน” นั้น นางกาญจนา นาคสกุล ราชบัณฑิต กล่าวว่า ขณะนี้ราชบัณฑิตยสภายังไม่มีการนิยามศัพท์ หรือกำหนดการอ่านออกเสียง ของเชื้อไวรัส OMICRON เนื่องจากเป็นคำภาษาต่างประเทศและเป็นคำใหม่ ดังนั้น สามารถออกเสียงได้ทั้ง “โอไมครอน” หรือ “โอมิครอน” ไม่มีอะไรผิด เพราะในต่างประเทศหลายประเทศก็มีสำเนียงออกเสียงภาษาที่ต่างกันเช่นกัน สำหรับไทยหากต้องการที่จะสร้างความเข้าใจที่ตรงกันน่าจะอิงตามที่หน่วยงานหลัก อย่างที่กระทรวงสาธารณสุขได้ใช้ หากคำนี้ได้ใช้ในช่วงหนึ่งและกลายเป็นคำนิยมแล้วราชบัณฑิตยสภา โดยคณะกรรมการบัญญัติศัพท์จะมีการประมวลผลบัญญัติศัพท์ เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องแก่ประชาชนต่อไป

    สปส.จ่ายโควิด 2.2 หมื่นล้าน

    ที่กระทรวงแรงงาน นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน เป็นประธานเปิดประชุมชี้แจงและลงนามสัญญาจ้างให้บริการทางการแพทย์ ประจำปี 2565 ระหว่างสำนักงานประกันสังคม (สปส.) และโรงพยาบาลเอกชน 89 แห่ง จากนั้นเปิดเผยว่า เพื่อให้ผู้ประกันตนได้รับบริการดีมีคุณภาพตามมาตรฐาน สปส.คัดเลือกสถานพยาบาลเพื่อการดูแลรักษาตามมาตรฐานที่กำหนดในปี 2565 จะมีทั้งของรัฐและเอกชนดูแลผู้ประกันตน 254 แห่ง ตั้งแต่ปี 2563 สปส.เพิ่มสิทธิประโยชน์ด้านตรวจรักษาและจ่ายค่าบริการทางการแพทย์ในกรณีโควิด-19 ไปแล้วกว่า 22,000 ล้านบาท แม้ความรุนแรงของผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตจะลดลง แต่ในอนาคตโควิดจะเป็นโรคประจำถิ่นจึงต้องเตรียมความพร้อมรองรับ

    ชงเยียวยา 5 พันบาท ลูกจ้างสถานบันเทิง

    นายสุชาติยังเปิดเผยอีกว่า ในวันที่ 3 ธ.ค. เวลา 14.00 น. จะหารือร่วมกับสมาคมที่เกี่ยวข้องกับสถานบันเทิง ผับ คลับ บาร์ ทั้งนักร้อง นักแสดง นักดนตรี รวมไปถึงกลุ่มคนขับรถรับส่งนักดนตรี เด็กเสิร์ฟ หรืออาชีพที่ได้รับรองจากสมาคม เพื่อสรุปตัวเลขจำนวนลูกจ้างในสถานประกอบการที่รัฐบาลจะจ่ายเงินเยียวยาให้ ส่วนเงินที่จะเยียวยาให้นั้นมีธงในใจไว้ที่จะเสนอขอเงินเยียวยาให้คนละ 5 พันบาท เพราะเป็นเงินกู้ของรัฐบาลไม่ใช่เงินประกันสังคม แต่มีบางกรณีใช้เงินในเหตุสุดวิสัยในมาตรา 33 หรือ 50% เข้าข่ายช่วยอีกขาหนึ่งประกอบด้วยลูกจ้างในระบบ เช่น เด็กเสิร์ฟ เสมียน ส่วนนี้จดทะเบียนในประกันสังคม แต่เรื่องนี้เป็นเพียงหลักการ ยังไม่มีการเสนอเข้าที่ประชุม ดังนั้น หากเป็นลูกจ้างในมาตรา 33 ด้วยอาจจะได้รับการเยียวยา 2 ทางคือสำนักงานประกันสังคมและรัฐบาล ส่วนระยะเวลาในการเยียวยาต้องดูคำสั่ง ศบค. หากธุรกิจเปิดช้าไปกว่าวันที่ 16 ม.ค.65 จะพิจารณาต่อไปโดยตั้งไว้ 1-2 เดือน

    โคราชผ่อนปรนดื่มในร้านถึง 4 ทุ่ม

    คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดนครราชสีมา รายงานสถานการณ์โควิด-19 ของ จ.นครราชสีมา ว่า พบผู้ติดเชื้อใหม่ 62 ราย ผู้เสียชีวิต 1 ศพ เป็นชาย และยังมีมติเห็นชอบในหลักการมาตรการผ่อนปรนเพื่อรองรับการเปิดเมืองท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา 1 ธ.ค. โดยให้ผ่อนปรนเปิด 7 อำเภอ เป็นพื้นที่นำร่องการท่องเที่ยว ประกอบด้วย อำเภอเมือง อำเภอปากช่อง อำเภอเฉลิมพระเกียรติ อำเภอโชคชัย อำเภอสีคิ้ว อำเภอวังน้ำเขียว อำเภอพิมาย โดยใน 7 อำเภอนี้ สามารถดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในร้านอาหารได้ไม่เกินเวลา 22.00 น. แต่ร้านอาหารต้องมีมาตรฐาน SHA ก่อน สำหรับผับ บาร์ คาราโอเกะ สถานบริการ สถานบันเทิง อาบอบนวด ยังคงปิดให้บริการ

    เร่งติดตาม นทท.แอฟริกาใต้

    ที่ จ.ภูเก็ต นพ.กู้ศักดิ์ กู้เกียรติกูล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต พ.ต.อ.ธเนศ สุขชัย ผกก.ตม.จ.ภูเก็ต ร่วมกันชี้แจงกรณีนักท่องเที่ยวจากประเทศแอฟริกาใต้ 130 คนเข้ามา จ.ภูเก็ต ตั้งแต่วันที่ 15 พ.ย. พ.ต.อ.ธเนศกล่าวว่า นักท่องเที่ยวกลุ่มนี้เข้ามาตามโครงการภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์และออกจากไทยไปแล้ว 58 คน เหลืออยู่ในประเทศ 72 คน อยู่ใน จ.ภูเก็ต 57 คน ข้อมูลตั้งแต่วันที่ 15 พ.ย.นักท่องเที่ยวทุกคนมีการติดตามเป็นที่เรียบร้อย ด้าน นพ.กู้ศักดิ์กล่าวว่า นักท่องเที่ยวทั้ง 57 คน ขณะนี้ตามตัวได้แล้ว 17 คน ที่เหลือ 40 คน กำลังรอโรงแรมตอบกลับมา 57 คนนี้อยู่ครบ 14 วันกี่คนไม่ครบกี่คนและจะเชิญตัวมาตรวจ RT-PCR ส่วนนักท่องเที่ยวที่เดินทางไปจังหวัดอื่น จะติดตามว่าไปพักที่จังหวัดไหนและจะประสานงานกับสาธารณสุขจังหวัดนั้น เพื่อให้ปลายทางติดตามในกรณีที่กักตัวไม่ครบ 14 วัน

    ขอดื่มในร้านทั้ง 25 อำเภอ

    ที่ จ.เชียงใหม่ ภายหลังคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเชียงใหม่ เตรียมผ่อนคลายให้มีการนั่งดื่มแอลกอฮอล์ในร้านอาหารได้ เริ่มนำร่องในพื้นที่ 5 อำเภอท่องเที่ยว คือ อำเภอเมือง อำเภอแม่ริม อำเภอแม่แตง อำเภอดอยเต่า และอำเภอจอมทองนั้น นายธนิต ชุมแสง นายกสมาคมร้านอาหารและสถานบันเทิงเชียงใหม่ ผู้บริหาร ร้านเดอะวิว บาร์ แอนด์ เรสเตอร์รองท์ เชียงใหม่ กล่าวว่า เชียงใหม่มีร้านอาหารกว่า 1 หมื่นร้าน คาดว่าจะกลับมาเปิดได้ประมาณ 7 พันร้าน หากจังหวัดอนุญาตให้เปิดได้เฉพาะ 5 อำเภอ ไม่น่าจะช่วยกระตุ้นหรือสร้างรายได้มากนัก จึงอยากให้ พิจารณาให้ร้านอาหารสามารถให้นั่งดื่มแอลกอฮอล์ได้ทั้ง 25 อำเภอ เชื่อว่าจะช่วยกระตุ้นรายได้เพิ่มขึ้นกว่า 200%

    บึงกาฬมีหลายคลัสเตอร์

    ที่หมู่บ้านโนนสว่าง ม.4 ต.ศรีสำราญ อ.พรเจริญ จ.บึงกาฬ นายปัญญา ฤทธิ์ภู ผอ.รพ.สต.ศรีสำราญและเจ้าหน้าที่ รพ.สต.กับ อสม. ออกตรวจคัดกรองกลุ่มเสี่ยงสูงที่ถูกกักตัวโดยการสวอบ นำตัวอย่างส่งตรวจแบบละเอียด RT-PCR หลังเกิดคลัสเตอร์ใหม่จากการทำกิจกรรมของคนในหมู่บ้านและต่างหมู่บ้านที่มีผู้ติดเชื้อโควิด-19 แล้ว 26 ราย ส่วนมากเป็นเด็กและผู้สูงอายุ เสี่ยงสูงอีกกว่า 112 ราย นอกจากนี้ยังพบผู้ติดเชื้ออีก 26 ราย ที่บ้านหนองลาด เฝ้าระวังอาการอีก 112 ราย ส่วนใหญ่ไม่รับวัคซีน ขณะเดียวกันที่มี ต.วิศิษฐ์ อ.เมืองบึงกาฬ พบผู้ติดเชื้อที่แคมป์คนงานก่อสร้างสะพานไทย-ลาว 6 ราย และผู้ป่วยตึกศัลยกรรม รพ.บึงกาฬ อีก 7 ราย ทำให้ รพ.บึงกาฬ ต้องประกาศด่วน ขอให้คนไข้และญาติที่เข้ารักษาที่ตึกศัลยกรรมหญิง เมื่อวันที่ 22-30 พ.ย. มาตรวจโควิดที่โรงพยาบาลใกล้บ้านโดยด่วน

    ผปค.ห่วง นสต.ขอศูนย์ปล่อยกลับ

    ที่ จ.ราชบุรี เมื่อตอนสายวันเดียวกัน บรรดาตัวแทนผู้ปกครองนักเรียนนายสิบตำรวจ (นสต.) ที่อยู่ภายในศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค 7 (ศฝร.ภ.7) ต.ไพรสะเดา อ.ปากท่อ เกือบ 100 คนจาก จ.ราชบุรี เพชรบุรี นครปฐม กาญจนบุรี เดินทางมารวมตัวกันที่ศาลากลางจังหวัดขอพบนายรณภพ เหลืองไพโรจน์ ผวจ.ราชบุรี ประธานคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดราชบุรี เรียกร้องขอให้ ศฝร.ภ.7 อนุญาตให้บุตรหลานที่เป็นนักเรียนนายสิบและมาเข้าฝึกที่ศูนย์แห่งนี้กลับบ้าน เนื่องจากในศูนย์ฯ พบการติดเชื้อโควิด-19 เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จึงเกรงว่าบุตรหลานที่ยังไม่ติดเชื้อโควิด-19 จะติดเชื้อตามไปด้วยถ้ายังอยู่ภายในศูนย์ฝึก

    ผบก.ชี้แจงชัดจนคลายกังวล

    ต่อมา พล.ต.ต.ปรีดา อิ่มเจริญ ผบก.ศฝร.ภ.7 ชี้แจงว่าปัจจุบันภายใน ศฝร.ภ.7 มีผู้ติดเชื้อรวม 299 ราย เป็น นสต. 295 นาย ครูฝึก 1 นาย แม่ครัว 3 ราย มี นสต.ที่ยังไม่พบเชื้อ 104 นาย แยกเป็นกลุ่มเสี่ยงไปกักตัวนอกศูนย์ฝึกฯ 50 นาย อยู่ในศูนย์ฝึกฯ 54 นาย กลุ่มนี้ได้รับการตรวจหาเชื้อแบบ RT-PCR มาแล้ว 2 ครั้ง ยังไม่พบเชื้อ วันที่ 3 ธ.ค. จะตรวจหาเชื้ออีกครั้ง หากไม่พบเชื้อจะปล่อยให้ นสต.กลุ่มนี้กลับบ้าน พร้อมกับฝึกงานที่สถานีตำรวจที่ได้กำหนดให้ ส่วนการกลับเข้าศูนย์ฝึกฯตามแผน ได้เตรียมมาตรการที่เข้มงวดมากขึ้นป้องกันการเกิดคลัสเตอร์ซ้ำ โดยศูนย์ฝึกฯจะสื่อสารกับผู้ปกครองอย่างสม่ำเสมอเพื่อคลายความกังวลและร่วมแก้ไขปัญหาด้วยกัน หลังตัวแทนผู้ปกครองรับฟังคำชี้แจงและมีความพึงพอใจคำชี้แจง ทั้งหมดจึงพากันเดินทางกลับ

    สหรัฐฯเจอเข้าแล้ว “โอมิครอน”

    สำนักข่าวต่างประเทศรายงานการแพร่ระบาดไปทั่วโลกของไวรัสโควิด-19 กลายพันธุ์ตัวใหม่ “โอมิครอน” ที่ขณะนี้ลุกลามไปถึง 25 ประเทศแล้ว โดยเมื่อวันที่ 2 ธ.ค. รัฐบาลสหรัฐฯเผยรายงานยืนยันพบผู้ติดเชื้อโอมิครอนรายแรกที่รัฐแคลิฟอร์เนีย ไม่ระบุเพศและวัยของผู้ป่วย ให้ข้อมูลเพียงว่าเป็นผู้ที่เพิ่งเดินทางกลับจากแอฟริกาใต้เมื่อวันที่ 22 พ.ย. มีสุขภาพแข็งแรงและได้รับวัคซีนครบถ้วนทั้ง 2 เข็มแล้ว แต่ยังไม่ได้รับเข็มกระตุ้น มีผลการตรวจหาเชื้อโควิด-19 เป็นบวกเมื่อวันที่ 29 พ.ย.โดยมีอาการป่วยเพียงเล็กน้อยและไม่ต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลแต่อย่างใด

    เข้าเกาหลีใต้ต้องกักตัวไม่ยกเว้น

    ส่วนในเอเชียที่เกาหลีใต้ มีรายงานยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19 เพิ่มขึ้นในช่วง 24 ชั่วโมง สูงถึง 5,266 ราย เป็นสถิติรายวันสูงสุดนับแต่เริ่มการระบาดและเป็นวันที่ 2 ติดต่อกันที่มีผู้ติดเชื้อเพิ่มเกินกว่า 5,000 คน ทำให้มียอดสะสมผู้ติดเชื้อ 457,612 ราย สถานการณ์ยิ่งเลวร้ายไปอีกด้วยการยืนยันผู้ติดเชื้อ “โอมิครอน” 5 ราย ในคู่สามี-ภรรยาที่ฉีดวัคซีนครบถ้วนแล้วและมีประวัติเดินทางกลับมาจากไนจีเรียกับสมาชิกในครอบครัวอีก 2 คน เพื่อนอีก 1 คน ส่งผลให้ทางการเกาหลีใต้ประกาศยกเลิกการยกเว้นการกักกันสำหรับผู้เดินทางขาเข้าที่ได้รับวัคซีนครบถ้วนเป็นเวลา 2 สัปดาห์ โดยกำหนดให้ต้องกักตัว 10 วัน ให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 3 ธ.ค.เป็นต้นไป

    เร่งพัฒนาวัคซีน-ยารักษา

    ด้านผู้ผลิตวัคซีนอย่างบริษัทโมเดอร์นา อิงก์ ได้แถลงว่า ขณะนี้บริษัทกำลังทดลองวัคซีนเข็มกระตุ้นเพิ่มเติมเพื่อให้มั่นใจว่ามีประสิทธิภาพ สามารถต้านเชื้อโคโรนาไวรัสที่แตกต่างกันถึง 4 สายพันธุ์รวมถึงสายพันธุ์ใหม่ “โอมิครอน” ได้ คาดว่าจะพร้อมยื่นขออนุมัติการใช้งานวัคซีนเข็มกระตุ้นดังกล่าว ได้อย่างเร็วที่สุดภายในเดือน มี.ค.ปีหน้า หรืออาจนานออกไปถึงไตรมาส 2 ปีหน้า ด้านแกล็กโซสมิธไคลน์ หรือจีเอสเค บริษัทยาของอังกฤษ เผยผลศึกษาเบื้องต้นของการรักษาด้วยยาแอนติบอดีโซโตรวิแมบ ที่กำลังพัฒนาร่วมกับบริษัทเวอร์ ไบโอเทคโนโลยี ของสหรัฐฯ ว่า ยาดังกล่าวใช้ได้ผลกับสายพันธุ์โอมิครอน โดยเตรียมทดสอบเพิ่มเติมเพื่อผลลัพธ์ที่แน่ชัดต่อไป ขณะที่หน่วยงานกำกับดูแลด้านยาของอังกฤษได้อนุมัติยาดังกล่าวในการรักษาผู้ป่วยโควิด-19 ที่มีอาการเล็กน้อยถึงปานกลางแล้ว

    อ่านเพิ่มเติม...

    อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

      วิดีโอแนะนำ

      สะเทือนวงการนางงาม! "อแมนด้า" ติดโควิด-19
      03:48

      สะเทือนวงการนางงาม! "อแมนด้า" ติดโควิด-19

      แท็กที่เกี่ยวข้อง

      โควิดสายพันธุ์โอไมครอนโอไมครอนOmicronสายพันธุ์โควิดโควิด-19อาการโควิดโอไมครอนเยียวยาสถานบันเทิงข่าวหน้า1ข่าวทั่วไป

      คุณอาจสนใจข่าวนี้

      thairath-logo

      ApplicationMy Thairath

      ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
      วันพุธที่ 19 มกราคม 2565 เวลา 00:03 น.
      ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
      เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์