ยุโรป งัดมาตรการเข้ม เจอ "โอมิครอน" ระบาด ปลัด สธ.ยันยังไม่มีในไทย

ข่าว

    ยุโรป งัดมาตรการเข้ม เจอ "โอมิครอน" ระบาด ปลัด สธ.ยันยังไม่มีในไทย

    ไทยรัฐฉบับพิมพ์

    29 พ.ย. 2564 05:29 น.

    โควิดกลายพันธุ์ “โอมิครอน” ลามเร็ว ล่าสุดยุโรปยืนยันเจอผู้ติดเชื้อแล้วในหลายประเทศ ทั้งอังกฤษ เยอรมนี อิตาลี ออสเตรีย ขณะที่เนเธอร์แลนด์หนาวเจอคนติดเชื้อโควิด-19 ใน 2 เที่ยวบินจากแอฟริกาใต้ถึง 61 คน รอลุ้นผลตรวจสายพันธุ์ ด้านปลัด สธ.ย้ำไทยยังไม่พบเชื้อกลายพันธุ์ตัวใหม่ แต่ให้ตรวจหาสายพันธุ์ในผู้เดินทางจากต่างประเทศที่ตรวจพบติดเชื้อโควิดทุกราย หลังตลอดเดือน พ.ย.เข้ามาแล้วกว่า 1.16 แสนคน พบติดเชื้อ 149 คน ขณะที่ศูนย์จีโนมฯ รพ.รามาธิบดี พบชุดตรวจเชื้อโควิดแบบ PCR บางยี่ห้อส่อตรวจหาเชื้อไม่เจอ เหตุกลายพันธุ์ไปมาก แนะจุดสังเกตหากเป็นสายพันธุ์ “โอมิครอน” ส่วนกรมวิทย์ฯขอรอข้อมูลแป๊บเพื่อทบทวนคุณสมบัติชุดตรวจแบบ ATK

    ในขณะที่นานาชาติทยอยพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 กลายพันธุ์สายพันธุ์ “โอมิครอน” ที่องค์การอนามัยโลก ระบุเป็นเชื้อที่น่ากังวลเพราะติดเชื้อง่าย แพร่กระจายเร็ว และอาจดื้อต่อวัคซีน ขณะที่ไทยมีการสั่งเฝ้าระวังเข้มงวด โดยที่ยังมีคนเดินทางมาจากต่างประเทศตรวจ พบติดเชื้อแทบทุกวัน

    นายกฯ กำชับเข้มคุมโควิด

    เมื่อวันที่ 28 พ.ย. นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม ชื่นชมผลสำเร็จจากการเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ เมื่อวันที่ 1 พ.ย.ที่ผ่านมา ขณะนี้ยอดนักท่องเที่ยว ที่เข้ามาในรูปแบบต่างๆปรับตัวอยู่ที่ประมาณ 4 พันคน ต่อวัน ทำให้มีจำนวนนักท่องเที่ยวสะสมตั้งแต่วันที่ 1-25 พ.ย.2564 อยู่ที่กว่า 1 แสนคน แม้จะมีการผ่อนคลายมาตรการสำหรับผู้เดินทางเข้าประเทศ แต่นายกรัฐมนตรีได้กำชับให้หน่วยงานทั้งด้านสาธารณสุข ความมั่นคง คมนาคม และการท่องเที่ยว เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอน (Omicron) ที่พบในแอฟริกาในต่างประเทศอย่างใกล้ชิด สั่งการ ให้ผู้ปฏิบัติงานด่านหน้า ปฏิบัติตามมาตรการการคัดกรองที่เข้มงวด เพื่อความปลอดภัยของประชาชนในประเทศและสร้างความเชื่อมั่นให้กับภาคการท่องเที่ยว ของไทย รัฐบาลได้คาดการณ์เป้าหมายรายได้รวม การท่องเที่ยวในปี 2565 อยู่ที่ 1.5 ล้านล้านบาท หรือ ประมาณ 50% ของปี 2562 และในปี 2566 เพิ่มเป็น 2.4 ล้านล้านบาท หรือประมาณ 80% ของปี 2562

    ปลัด สธ.สั่งเกาะติดโอมิครอน

    ส่วนที่กระทรวงสาธารณสุข นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า ที่ประชุม ศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุขกรณีโรคโควิด-19 ของกระทรวงสาธารณสุข ได้ติดตาม สถานการณ์การแพร่ระบาดในประเทศ และข้อมูลการ กลายพันธุ์ของสายพันธุ์โอมิครอนในทวีปแอฟริกา สั่งการให้กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และกรมควบคุมโรคติดตามเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งสื่อสารข้อมูลให้ประชาชนรับทราบอย่างต่อเนื่องเพื่อ ลดความวิตกกังวลและสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน

    จาก ตปท.ป่วยตรวจพันธุ์ทุกราย

    ปลัด สธ.กล่าวต่อว่า จำนวนผู้เดินทางเข้าไทย ทางอากาศ ตั้งแต่วันที่ 1-27 พ.ย.2564 มีจำนวนทั้งสิ้น 116,323 คน พบติดเชื้อ 149 คน คิดเป็นร้อยละ 0.13 โดยผู้เดินทางเข้าประเทศวันที่ 27 พ.ย.มีจำนวน 6,115 คน พบผู้ติดเชื้อ 5 คน ทั้งนี้ ผู้ติดเชื้อ ทุกคนถูกส่งเข้าระบบการรักษาพยาบาลและส่งตรวจหาสายพันธุ์เพื่อการเฝ้าระวัง โดย 10 ประเทศที่มี ผู้เดินทางเข้ามามากที่สุดคือ สหรัฐอเมริกา เยอรมนี เนเธอร์แลนด์ สหราชอาณาจักร ญี่ปุ่น รัสเซีย เกาหลีใต้ ฝรั่งเศส สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และสิงคโปร์

    ยันไทยยังไม่พบกลายพันธุ์

    นพ.เกียรติภูมิ กล่าวย้ำอีกว่า ขณะนี้ยังไม่พบ สายพันธุ์โอมิครอนในไทย และ สธ.ได้ปรับมาตรการคัดกรองป้องกันให้รัดกุมยิ่งขึ้น ขอให้ประชาชนคลายความกังวล และติดตามข้อมูลข่าวสารจากรัฐบาล ผู้เชี่ยวชาญจากราชวิทยาลัยทางการแพทย์ และกระทรวง สาธารณสุข ทั้งนี้ มาตรการการป้องกันตนเองแบบ ครอบจักรวาล ยังเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยป้องกันโควิด-19 ได้ทุกสายพันธุ์ ขอให้ประชาชนปฏิบัติเป็นปกติวิสัย ในระยะนี้ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารร่วมกัน สวมหน้ากากตลอดเวลา เว้นระยะห่าง ลดการสัมผัสกัน ถ้ามีอาการทางเดินหายใจ หรือมีความเสี่ยงสงสัยติดเชื้อ ให้ตรวจด้วย ATK หรือไปตรวจที่สถานพยาบาล

    เตือนตรวจหาโอมิครอนยากขึ้น

    นอกจากนี้ ศูนย์จีโนมทางการแพทย์ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี เปิดเผยผ่านเฟซบุ๊กของศูนย์ว่า นักวิทยาศาสตร์แอฟริกาได้อัปโหลดรหัสพันธุกรรมทั้งตัวของไวรัสโคโรนา 2019 จำนวนกว่า 125 ตัวอย่าง ขึ้นบนฐานข้อมูลโควิดโลก “GISAID” เป็นที่เรียบร้อย เพื่อให้นักวิจัยทั่วโลกได้นำไปศึกษาวิจัย เพื่อพัฒนาการตรวจวินิจฉัยทางห้องปฏิบัติการ การป้องกัน และรักษาด้วยยาต้านไวรัส ทางศูนย์จีโนมทางการแพทย์ รพ.รามาธิบดี ได้ดาวน์โหลดรหัสพันธุกรรม ทั้งจีโนมของโอมิครอนทั้ง 125 ตัวอย่างมาทดสอบด้วยวิธีชีวสารสนเทศกับตัวตรวจตาม (PCR primer) ของชุดตรวจ PCR ที่ทางองค์การอนามัยโลกให้การรับรอง ผ่านโปรแกรม “Nextclade” ปรากฏว่าจากการวิเคราะห์ผลบนคอมพิวเตอร์ ซึ่งต้องยืนยันผลกับตัวอย่างเชื้อเป็นในห้องปฏิบัติการอีกครั้งหนึ่ง พบว่าทั้ง 115 ตัวอย่างมีแนวโน้มว่าอาจเกิดปัญหาไม่มากก็น้อยกับชุดตรวจ PCR “บางยี่ห้อ” ไม่ใช่ทุกยี่ห้อที่ WHO ให้รายชื่อไว้ คืออาจให้ผลบวกน้อย ทั้งที่มีเชื้อจำนวนมาก หรือเกิดผลลบปลอม (false negative) ขึ้นได้ ประเมินจากตัวตรวจตาม (PCR Primer) ของยี่ห้อดังกล่าวมีรหัสพันธุกรรมของตัวตรวจตาม (PCR Primer) ที่บ่งชี้ว่าอาจตรวจจับกับส่วนจีโนมของสายพันธุ์โอมิครอนได้ไม่ดี หรือจับไม่ได้เลย เนื่องจากไวรัสมีการกลายพันธุ์ไปมาก

    แนะจุดสังเกตบ่งชี้เป็นพันธุ์ใหม่

    ศูนย์จีโนมฯ ระบุอีกว่า ดังนั้นศูนย์รับตรวจโควิด-PCR คงต้องระมัดระวังเลือกใช้ชุดตรวจ PCR ที่ผ่านการทดสอบว่าไม่มีปัญหาในการตรวจจับสายพันธุ์โอมิครอน อย่างไรก็ดี ชุดตรวจ PCR ที่ใช้ตรวจส่วนใหญ่จะตรวจจีโนมของไวรัส 2-3 ตำแหน่งบน 2-3 ยีนพร้อมกัน ไม่ได้ตรวจตำแหน่งเดียว หากพลาดไปบางตำแหน่ง ยังมีตำแหน่งอื่นยืนยันได้ ทาง “WHO” เองก็สนับสนุนให้ปรับวิกฤติให้เป็นโอกาส ให้สังเกตผลลบที่ขาดหายไปบางตำแหน่งบนยีน S ที่สร้างโปรตีนส่วนหนาม (S dropout) หากพบว่าขาดหายไป ตรวจไม่พบ ให้สงสัยว่าอาจเป็นสายพันธุ์โอมิครอน

    กรมวิทย์ขอรอข้อมูลเพิ่ม

    ด้าน นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ อธิบดีกรมวิทยา ศาสตร์การแพทย์ กล่าวถึงการตรวจด้วยชุดตรวจ PCR ว่า เป็นการตรวจจีโนมของไวรัสหลายตำแหน่ง ทำให้เราสามารถค้นหาสายพันธุ์โอมิครอนได้ และที่เราตรวจเจอโอมิครอนก็ด้วยวิธีนี้ ยังเป็นวิธีที่ยังใช้ ได้อยู่ ในส่วนของกรมวิทย์มีการถอดรหัสพันธุกรรมทั้งตัว ส่วนข้อมูลของศูนย์จีโนมทางการแพทย์ คณะแพทย์ฯรามาธิบดี เราก็ติดตามอยู่ ไม่ได้ละเลย เรื่องนี้เป็นเรื่องใหม่ ขอให้ทุกคนใจเย็นๆ อย่าเพิ่งตกใจ หากพบว่ามีปัญหาจริงๆ เราจะปรับวิธีการ ส่วนการใช้ชุดตรวจ ATK นั้น เป็นชุดตรวจหาเชื้อโควิดเบื้องต้น ขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลมากพอว่าเชื้อโอมิครอนซึ่งกลายพันธุ์นี้ มี N โปรตีนบางส่วนหายไป และชุด ATK ที่เราอนุมัติให้ใช้ 100 กว่ายี่ห้อ มีคุณสมบัติเพียงพอในการตรวจสอบหา N โปรตีนหรือไม่ เพราะบางยี่ห้อก็ตรวจ N โปรตีนได้อย่างกว้าง บางชนิดตรวจได้จำกัด ต้องรอข้อมูลก่อน หากได้ข้อมูลมากพอ เราจะกลับมาทบทวนคุณสมบัติของชุด ATK อาจจะต้องกำหนดคุณสมบัติบางอย่างเพิ่มเติม

    วอนฉีดวัคซีนป้องกันไว้ก่อน

    ส่วนประสิทธิภาพของวัคซีนในปัจจุบันกับสายพันธุ์โอมิครอน นพ.ศุภกิจกล่าวว่า เนื่องจากข้อมูลการติดเชื้อทั่วโลกวันนี้ยังมีไม่มากในแต่ละพื้นที่ หลักหน่วยถึงหลักสิบราย หลายรายก็ไม่มีอาการด้วย ยังไม่สามารถบอกได้ว่าวัคซีนที่มีการฉีดในปัจจุบันแต่ละชนิดนั้นเพียงพอต่อการป้องกันเชื้อนี้หรือไม่ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจับตาอยู่ แต่ในรายงานผู้ที่ตรวจเจอว่าเป็นเชื้อโอมิครอน มีทั้งคนที่ฉีดวัคซีนครบโดส ฉีดไม่ครบ และไม่ได้ฉีดวัคซีนก็มี ไม่แปลกอะไร เหมือนกับเชื้อสายพันธุ์อื่นๆ อย่างอัลฟา เดลตา ฉีดวัคซีนครบโดสแล้วสามารถติดเชื้อได้ ดังนั้นต้องอาศัยข้อมูลที่มากกว่านี้ อยากย้ำกับประชาชนว่าควรมาฉีดวัคซีนดีกว่า เพื่อป้องกันสายพันธุ์เดลตาที่ระบาดในประเทศขณะนี้

    ไทยติดเชื้อเพิ่ม 5.8 พันคน

    สำหรับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในไทยประจำวันที่ 28 พ.ย. ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. รายงานว่าพบมีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 5,854 คน เป็นการติดเชื้อในประเทศ 5,390 คน มาจากเรือนจำ 457 คน เป็นผู้เดินทางมาจากต่างประเทศ 7 คน ได้แก่ จากคาซัคสถาน รัสเซีย เนเธอร์แลนด์ ประเทศละ 1 คน สหรัฐอเมริกา 2 คน มาในโครงการภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ ชลบุรีแซนด์บ็อกซ์ และเทสต์แอนด์โก สมุทรปราการและ AQ นนทบุรี ตามลำดับ เป็นที่น่าสังเกตว่าทุกรายตรวจพบเชื้อตั้งแต่วันที่เดินทางมาถึงไทย ส่วนที่เหลืออีก 2 คน มาทางด่านพรมแดนทางบก ได้แก่ ประเทศมาเลเซียและกัมพูชา

    อาการหนักเฉียด 1.4 พันคน

    ส่วนหายป่วยเพิ่มขึ้น 6,354 คน อยู่ระหว่างรักษา 79,250 คน อาการหนัก 1,395 คน ใส่ท่อช่วยหายใจ 330 คน เสียชีวิตเพิ่มขึ้น 30 คน เป็นชาย 16 คน หญิง 14 คน เป็นผู้เสียชีวิตที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป 20 คน มีโรคเรื้อรัง 8 คน พบผู้เสียชีวิตมากสุดอยู่ใน จ.นครศรีธรรมราช ปัตตานี สงขลา จันทบุรี จังหวัดละ 3 คน ทำให้มียอดผู้ติดเชื้อสะสมยืนยันตั้งแต่ปี 2563 จำนวน 2,106,813 คน มียอดหายป่วยสะสมตั้งแต่ปี 2563 จำนวน 2,006,856 คน มียอดผู้เสียชีวิตสะสมตั้งแต่ปี 2563 จำนวน 20,707 คน

    กทม.-สงขลาโควิดยังดุ

    สำหรับ 10 จังหวัด ที่มีผู้ติดเชื้อสูงสุดวันที่ 28 พ.ย. ได้แก่ กทม. 664 คน สงขลา 377 คน นครศรีธรรมราช 355 คน สุราษฎร์ธานี 277 คน เชียงใหม่ 226 คน ชลบุรี 205 คน ปัตตานี 162 คน สมุทรปราการ 156 คน ภูเก็ต 122 คน ระยอง 121 คน ส่วนจังหวัดที่ไม่พบผู้ติดเชื้อ ได้แก่ ยโสธร

    ฉีดเข็มแรกได้ร้อยละ 66.4

    ส่วนยอดผู้ได้รับวัคซีนของไทยวันที่ 27 พ.ย.ฉีดวัคซีนเพิ่มเติม 467,240 โดส รวมยอดฉีดวัคซีนสะสมตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ.ทั้งสิ้น 92,125,296 โดส แบ่งเป็นเข็มแรก 47,847,646 ราย คิดเป็นร้อยละ 66.4 ของประชากร เข็มที่สอง 40,963,885 ราย คิดเป็นร้อยละ 56.9 ของประชากร และเข็มที่สาม 3,313,765 ราย คิดเป็นร้อยละ 4.6 ของประชากร

    โพลชี้คนพอใจการเปิดประเทศ

    วันเดียวกัน สำนักวิจัยซูเปอร์โพลเผยผลสำรวจ ความพอใจของประชาชน หลังเปิดประเทศ 2 สัปดาห์แรกกรณีศึกษาประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ จำนวน 1,147 ตัวอย่าง ระหว่างวันที่ 11-13 พ.ย.ที่ผ่านมา พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 77.7 พอใจต่อการบริหารจัดการ การเร่งฉีดวัคซีนต่อเนื่องให้เกินร้อยละ 45 ตามแผนที่วางไว้ของรัฐบาล ในขณะที่ร้อยละ 77.6 พอใจต่อภาพที่เห็นของการเปิดประเทศ การทำธุรกิจ การค้าการขายที่กลับมาคึกคักในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ร้อยละ 75.8 พอใจที่ได้กลับมาใช้ชีวิตปกติ ผ่อนคลาย หลังจากกักตัวอยู่ที่บ้านยาวนาน ดีใจที่ได้กลับมาใช้ชีวิตวิถีใหม่ ควบคู่การควบคุมโรคเคร่งครัดไปพร้อมๆกับการมีสังคมพบปะกันมากขึ้น และร้อยละ 75.6 พอใจที่โรงเรียนและสถานศึกษาเปิดเทอมให้เด็ก นักเรียน นักศึกษาได้ไปเรียน มีเพียงร้อยละ 20.9 ไม่พอใจ

    ต้องการความชัดเจนเปิดเรียน

    นอกจากนี้ ในประเด็นมาตรการทางสาธารณสุขและความปลอดภัยในการเปิดเทอม กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 85.4 ต้องการมาตรการทางสาธารณสุขและความปลอดภัยที่ชัดเจนรองรับการเปิดเทอม การเรียนการสอนให้เด็กและเยาวชน นักเรียนนักศึกษา ร้อยละ 84.4 ต้องการให้ประชาชนที่ยังไม่ฉีดวัคซีนเร่งออกมารับวัคซีนให้เกิดภูมิคุ้มกันหมู่ในประเทศตามเป้าหมาย โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง เพื่อลดการสูญเสียโดยเฉพาะกลุ่มจังหวัดนำร่องเปิดประเทศ และร้อยละ 79.2 ต้องการให้เพิ่มและขยายพื้นที่การจัดแผนรองรับนักท่องเที่ยวและเศรษฐกิจมากขึ้นในพื้นที่ที่ปลอดภัย ตามลำดับ

    ระดมฉีดวัคซีนให้ถึงเป้าหมาย

    ขณะที่ทั่วประเทศ ตลอดวันที่ 28 พ.ย. แต่ละจังหวัดระดมฉีดวัคซีนป้องกันเชื้อโควิด-19 ให้กับกลุ่มเป้าหมาย ทั้งผู้สูงอายุ ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง หญิงตั้งครรภ์ นักเรียน บุคลากรทางการศึกษา รวมถึงแรงงานต่างด้าว ทั้งเข็มแรกและเข็มบูสเตอร์ ตามนโยบายกระทรวงสาธารณสุขที่จัดให้ ตลอดสัปดาห์นี้เป็นสัปดาห์รณรงค์ฉีดวัคซีน (วันที่ 27 พฤศจิกายน- 5 ธันวาคม 2564) เนื่องในวันสถาปนากระทรวงสาธารณสุขและวันพ่อแห่งชาติ เพื่อนำไปสู่เป้าหมายฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ให้ได้ครบ 100 ล้านโดส สำหรับวัคซีนที่ใช้มีทั้งไฟเซอร์ แอสตราเซเนกา โมเดอร์นา และซิโนแวค โดยเทศบาลนครเชียงราย จ.เชียงราย จะเปิดฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 สำหรับประชาชนแบบวอล์กอินวันที่ 29-30 พ.ย.64 ตั้งแต่เวลา 08.30 น. ณ ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติ จังหวัดเชียงราย (GMS) เพียงเตรียมบัตรประชาชนใบเดียวก็ฉีดได้

    ฉีดครบ 2 เข็มยังไม่รอด

    อย่างไรก็ตาม วันเดียวกัน ศูนย์ปฏิบัติการควบคุมโรคจังหวัดแม่ฮ่องสอน รายงานสถานการณ์โรคโควิด-19 พบเชื้อ 29 คน พบใน อ.สบเมย 15 คน อ.แม่สะเรียง 11 คน อ.แม่ลาน้อย 2 คน อ.เมือง 1 คน และเสียชีวิตจำนวน 3 ศพ รายแรกเป็นชาย อายุ 29 ปี อ.แม่สะเรียง มีโรคประจำตัวคือโรคธาลัสซีเมีย ได้รับวัคซีนครบ 2 เข็ม แพทย์วินิจฉัยสาเหตุการเสียชีวิต ปอดอักเสบจากเชื้อโควิด-19 และโรคเบตาธาลัสซีเมียเป็นโรคร่วม รายต่อมาเป็นหญิง อายุ 63 ปี อยู่ อ.แม่ลาน้อย มีโรค ประจำตัว และรายที่สามเป็นหญิง อายุ 76 ปี อยู่ อ.แม่สะเรียง เป็นผู้สูงอายุ มีโรคประจำตัว

    ปายปิดด่าน 1 วันเจอรถพุ่งชน

    ขณะที่ บนทางหลวงสาย 1095 บริเวณด่านตรวจโควิดแม่ปิง ต.เวียงใต้ อ.ปาย จ.เชียงราย ไม่มีเจ้าหน้าที่มานั่งทำการคัดกรองตรวจโควิด-19 ยวดยานพาหนะที่สัญจรเข้าในพื้นที่ อ.ปาย เหมือนทุกวัน ด้าน พ.ต.อ.ธนพล บินทะปัญญา ผกก.สภ.ปาย กล่าวว่า ด่านคัดกรองตรวจโควิดแม่ปิงได้หยุดปฏิบัติหน้าที่ 1 วัน เพื่อปรับปรุงด่านตรวจให้มีความปลอดภัย หลังจากเมื่อช่วงเย็นวันที่ 27 พ.ย.เกิดอุบัติรถยนต์นักท่องเที่ยวชาว จ.กาญจนบุรี ที่กำลังจะเดินทางเข้าสู่ตัว อ.ปาย จังหวะเข้าจอดบริเวณด่านตรวจโควิดแม่ปิง ต.เวียงใต้ อ.ปาย เพื่อตรวจคัดกรองเข้า อ.ปาย ปรากฏว่าคนขับเข้าเกียร์ออโต้ผิด ประกอบกับตกใจเหยียบคันเร่งรถถอยหลังชนเต็นท์จุดคัดกรองของเจ้าหน้าที่ ทำให้มีเจ้าหน้าที่ อบต.เวียงใต้ได้รับบาดเจ็บสาหัส 2 คน สิ่งของภายในเต็นท์ได้รับความเสียหาย ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ของ อบต.เวียงใต้ 2 คน โดย 1 ในนี้ได้รับบาดเจ็บที่บริเวณหน้าอก แขนและขา ก่อนหน้านั้นเคยตกสะพานได้รับบาดเจ็บกระดูกต้นคอเคลื่อนเพิ่งออกจากโรงพยาบาลมาได้ประมาณ 1 เดือนเศษ ก็มาถูกรถถอยหลังชนอีก ส่วนอีกรายได้รับบาดเจ็บศีรษะแตกและเจ็บแน่นหน้าอก ทั้งสองรายขณะนี้อาการปลอดภัยแล้ว

    โอมิครอนโผล่ทั่วยุโรป

    ส่วนสถานการณ์ทั่วโลก หลังมีการตรวจพบเชื้อโควิด-19 กลายพันธุ์ สายพันธุ์ B.1.1.529 ในแอฟริกาที่ต่อมาองค์การอนามัยโลก (WHO) จัดประเภทให้เป็นตัวกลายพันธุ์กลุ่ม “น่าวิตกกังวล” (Variant of Concern : VOC) กลุ่มเดียวกับเชื้อ “เดลตา” ที่ระบาดไปทั่วโลก และให้ชื่อรหัสว่า “โอมิครอน” ปรากฏว่าตลอดวันที่ 28 พ.ย. ได้เกิดความปั่นป่วนเป็นวงกว้าง หลังการตรวจสอบพบว่าเชื้อโอมิครอน เริ่มโผล่ไปตามประเทศต่างๆแล้ว โดยเฉพาะในภูมิภาค ยุโรป ที่อังกฤษ มีรายงานผู้ติดเชื้อ 2 คน ในเขต เอสเซกซ์ และเมืองนอตติงแฮม พบมีประวัติเดินทางไปแอฟริกา ส่วนที่เยอรมนี พบผู้ติดเชื้อ 2 คน ที่นคร มิวนิก อยู่ระหว่างกักตัว ขณะที่อิตาลี ยืนยันพบผู้ติดเชื้อ 1 คน ในเมืองมิลาน มีประวัติเดินทางไปโมซัมบิกในทวีปแอฟริกา เช่นเดียวกับออสเตรียแถลงว่าพบผู้ต้องสงสัยว่าจะติดเชื้อกลายพันธุ์โอมิครอนหนึ่งราย เพิ่งเดินทางกลับมาจากแอฟริกาตอนใต้

    ออสซีเจอ 2–ฮอลแลนด์รอผล

    ขณะที่เนเธอร์แลนด์ ตรวจพบผู้โดยสารใน 2 เที่ยวบิน จากแอฟริกาใต้ ติดเชื้อโควิด-19 เป็นจำนวนถึง 61 คน อยู่ระหว่างการกักตัวในโรงแรมสนามบินสคิปโฮล กรุงอัมสเตอร์ดัม ทางการเชื่อว่า อาจมีผู้ติดเชื้อโอมิครอนรวมอยู่ด้วย เช่นเดียวกับที่ ออสเตรเลีย สนามบินนครซิดนีย์ ตรวจสอบพบนักเดินทาง 2 คน ที่บินมาจากแอฟริกาใต้และมีการ จอดแวะกรุงโดฮา กาตาร์ ติดเชื้อโอมิครอน และส่งผลให้ทางการออกคำแนะนำให้ผู้โดยสารบนเครื่อง 260 คน ทำการกักตัวเอง สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน ด้วยว่า ก่อนหน้านี้ มีการตรวจพบเชื้อกลายพันธุ์โอมิครอนแล้ว ทั้งในบอตสวานา เบลเยียม และฮ่องกง

    นานาชาติงัดมาตรการรับมือ

    ขณะที่รัฐบาลอังกฤษประกาศมาตรการป้องกันรอบใหม่ หลังหน่วยงานสาธารณสุขประเมินสถานการณ์ และเชื่อว่าไวรัสกลายพันธุ์โอมิครอน อาจทำให้วัคซีน ที่ใช้งานกันอยู่มีประสิทธิภาพลดลง ประกาศให้นักเดินทางจากทั่วโลกที่มาอังกฤษ ต้องกักบริเวณตัวเองในที่พัก จนกว่าผลตรวจ PCR จะยืนยันว่าเป็นลบ พร้อมบังคับให้ประชาชนสวมหน้ากากอนามัย ในขนส่งสาธารณะ ห้างร้าน เริ่มตั้งแต่วันที่ 30 พ.ย.เป็นต้นไป ขณะที่รัฐบาลอิสราเอล ประกาศงดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติจากทั่วโลกเป็นเวลา 14 วัน เริ่มตั้งแต่คืนวันที่ 28 พ.ย. นอกจากนี้ ยังมีประเด็น น่าวิตกกังวลด้วย หลังศูนย์ตอบสนองโรคติดต่อแอฟริกาใต้ พบว่าเชื้อโอมิครอนมีคุณลักษณะที่ทำให้ ชุดตรวจหาเชื้อบางชนิด แสดงค่าผิดเพี้ยน แต่กรณีนี้ผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัยบราวน์ในสหรัฐฯ ยืนยันว่าชุดตรวจที่ใช้กันอยู่มีประสิทธิภาพ

    พบอาการป่วยต่างจากทั่วไป

    นอกจากนี้ มีรายงานจากการเปิดเผยของแพทย์หญิงแองเจลิเก โคเอตซี ประธานแพทยสภา แอฟริกาใต้ (ซามา) ระบุว่า ส่วนตัวเชื่อว่าพบโควิด-19 สายพันธุ์ใหม่ หลังจากผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่คลินิกในกรุงพริทอเรีย เมืองหลวงของประเทศแอฟริกาใต้ จำนวน 19 คน ที่มีอาการที่แปลกออกไป จากคนไข้ที่เคยรักษาก่อนหน้านี้ โดยขณะนี้มีคนไข้ที่ติดเชื้อสายพันธุ์ใหม่ราว 24 คน ส่วนใหญ่เป็นชายวัยรุ่น ในจำนวนนี้ครึ่งหนึ่งยังไม่ได้รับวัคซีน และในจำนวนคนไข้ทั้งหมดไม่มีใครเลยที่สูญเสียการรับรส หรือ จมูกไม่ได้กลิ่น ซึ่งเป็นหนึ่งในลักษณะอาการสำคัญของผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่ผ่านมา โดยผู้ป่วยติดเชื้อกลายพันธุ์ตัวใหม่นี้จะมีอาการ เช่น ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ อ่อนเพลีย เป็นเวลา 1 หรือ 2 วัน มีอาการไอเล็กน้อย แต่ไม่ได้มีอาการที่โดดเด่นในจำนวนผู้ติดเชื้อเหล่านี้ มีจำนวนหนึ่งที่รักษาตัวอยู่ที่บ้าน และมีเคสที่น่าสนใจ คือ เด็กหญิงวัย 6 ขวบ ที่มีอาการตัวร้อน มีอัตราการเต้นของหัวใจสูง จนคิดว่าจะต้องแอดมิต แต่หลัง ผ่านไป 2 วัน ก็อาการดีขึ้น อย่างไรก็ตาม คนไข้ทั้งหมด ที่ติดเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์ใหม่ ที่ดูแลอยู่นั้นเป็นคน ที่มีสุขภาพดี แต่ที่น่ากังวลคือกลุ่มผู้สูงอายุ หรือกลุ่มคนที่ยังไม่ได้รับวัคซีน อาจมีผลกระทบกับการติดเชื้อ โอมิครอนได้มากกว่า

    อ่านเพิ่มเติม...

    อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

      วิดีโอแนะนำ

      ชื่นชม! ครูแปลงเพลง "ไอไมครอนฯ" ทั้งร้องทั้งเต้น
      03:14

      ชื่นชม! ครูแปลงเพลง "ไอไมครอนฯ" ทั้งร้องทั้งเต้น

      แท็กที่เกี่ยวข้อง

      โควิดสายพันธุ์โอไมครอนโอไมครอนOmicronสายพันธุ์โควิดโอมิครอนโควิด-19สถานการณ์โควิดยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19ข่าวหน้า1ข่าววันนี้สุขภาพ

      คุณอาจสนใจข่าวนี้

      thairath-logo

      ApplicationMy Thairath

      ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
      วันอาทิตย์ที่ 23 มกราคม 2565 เวลา 23:21 น.
      ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
      เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์