ย้อนรอยเสือ

ข่าว

    ย้อนรอยเสือ

    กิเลน ประลองเชิง

      20 พ.ย. 2564 05:10 น.

      หนังสือ “ชาติเสือไว้ลาย” (มติชน 2551) พีรศักดิ์ ชัยได้สุข เรียบเรียงจากวิทยานิพนธ์ปริญญา อักษรศาสตร์มหาบัณฑิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เรื่องโจร ในที่ราบลุ่มภาคกลาง ในสมัย ร.5

      ผมมโนถึงหน้าตาใครบางคน เจาะจงเลือกตอน ความสัมพันธ์ระหว่างโจรกับชาวบ้าน และอิทธิพลในท้องถิ่น

      ในสังคมชนบท นักเลงโตมีฐานะเป็นหัวหน้านักเลงในท้องถิ่น คนหนุ่มส่วนใหญ่ก็อยากได้ชื่อว่าเป็นนักเลง

      คนหนุ่มสมัยนั้นมักเริ่มต้นเป็นนักเลงควาย ไปลักควายมาจากบ้านอื่น ชาวบ้านก็ไม่ถือว่าเสียหายอะไรนัก เพราะบางครั้ง เมื่อควายในบ้านตัวเองหาย ก็ได้อาศัยนักเลงโตในหมู่บ้านไปติดตามเอาคืน

      ฐานะนักเลง ผู้หญิงชอบ ผู้หญิงได้ผัวเป็นนักเลงโต ถือว่ามีหน้ามีตากว่าผัวธรรมดา มีคนเกรงใจ

      ไม่แค่นั้น นักเลงโตยังได้รับการยอมรับจากกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เหตุจากการขาดกำลังพลในการรักษาความสงบ ต้องขอแรงนักเลงโตช่วย ยิ่งกำนัน ผู้ใหญ่บ้านเป็นนักเลงเสียเอง ก็จะมีพรรคพวกคอยหนุน ในการตามล่าผู้ร้าย

      จึงอาจกล่าวได้ว่า “โจร” เองก็เข้าใจในสภาพการปกครองท้องถิ่น และเข้าใจฐานะของนักเลง ที่ดำรงอยู่ท่ามกลางการยอมรับของชาวบ้าน นักเลงจึงกลายเป็นผู้มีอิทธิพล

      บางครั้งโจรจึงปรับบทบาท เป็นนักเลง ดูแลต่อสู้หรือป้องกันการรุกรานหรือการปล้นจากโจรถิ่นอื่น ทั้งยังอาจปรับบทบาทเป็นโจรเมื่อต้องการผลลัพธ์ที่ตามมาในความรับรู้ของชาวบ้าน

      โจรจึงไม่ใช่โจรอีกต่อไป

      ปี พ.ศ.2428 ที่แขวงเมืองภูมิ เขตเมืองพิจิตร มีหลักฐานว่า ชาวบ้านกว่า 5 ตำบล ส่งเสบียงอาหารให้แก่โจร ปี พ.ศ.2433 พระอินทราภิบาล ข้าหลวงเมืองนครนายก มีใบบอกฟ้องมาถึงในหลวง

      จับโจรผู้ร้ายไม่ได้ เพราะมีชาวบ้านหลายหมู่บ้านช่วยเป็นหูเป็นตา

      โจรบางรายสร้างความสัมพันธ์แนบแน่นกับชาวบ้านเพิ่มขึ้น ปล้นคนรวยในบ้านอื่น เอาทรัพย์สินมาเจือจุนคนในหมู่บ้านตัวเอง

      อีกเงื่อนไขความอยู่รอดของโจร จะไม่ทำการใดๆให้เกิดความไม่สงบในท้องถิ่นตัวเอง

      หากโจรปล้นควายในหมู่บ้านอื่น มีนักเลงโตตามมาขอไถ่ถอนคืนเป็นเงินจำนวนหนึ่ง วงการนักเลงไม่ถือว่าเสียหาย กรณีนี้การลักควาย คือการกระจายรายได้

      ค่านิยมชนบทแบบนี้จึงไม่แปลก เมื่อโจรจะเป็นศิษย์พระอาจารย์อาคมขลัง ทั้งโจรทั้งพระอาจารย์พลอยดังไปด้วยกัน ความสัมพันธ์นี้ พระถูกทางการขอให้ช่วยจับโจร หรือช่วยโจรให้พ้นภัย ด้วยการพามาบวชเป็นพระ

      เรื่องราวนี้จึงเป็นที่มาของการออกกฎหมายควบคุมการบวช และวิธีปฏิบัติต่อพระสงฆ์เมื่อต้องคดีอาญา

      ปี พ.ศ.2449 หลังการปฏิรูปการปกครอง ปี 2435 โครงสร้างการบริหารราชการแผ่นดินถูกจัดวางแบบใหม่ มีการรวบอำนาจเข้าสู่ส่วนกลาง

      ความสัมพันธ์ระหว่างโจรกับอิทธิพลเดิมในท้องถิ่นถูกลดบทบาทลง

      พีรศักดิ์ ชัยได้สุข ผู้เรียบเรียง “ชาติเสือไว้ลาย” เขียนประโยคท้ายไว้ในคำนำว่า ถ้าเราต่อสู้ ไม่ให้โจรกับอำนาจเชื่อมโยงกันได้ บางทีความอยู่เย็นเป็นสุขจะแผ่ไปทั่วอาณาจักรสยาม

      อ่านถึงตอนนี้ ผมเกือบลืมว่า ปัญหาโจรกับอำนาจเป็นเรื่องในสมัย ร.5 เพราะอยู่ในบ้านเมืองที่โจรเป็นใหญ่เสียนาน จนเผลอนึกไปว่าเขาเป็นนาย ไม่ใช่โจร.

      อ่านเพิ่มเติม...

      วิดีโอแนะนำ

      ตะวันฉาย ซัด เสมาเพชร ร่วงยกแรก
      02:28

      ตะวันฉาย ซัด เสมาเพชร ร่วงยกแรก

      แท็กที่เกี่ยวข้อง

      ชาติ​เสือ​ไว้ลายชาติ​เสือพี​ร​ศักดิ์  ชัย​ได้สุขหนังสือกิเลน ประลองเชิงชักธงรบ

      คุณอาจสนใจข่าวนี้

      thairath-logo

      ApplicationMy Thairath

      ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
      วันศุกร์ที่ 21 มกราคม 2565 เวลา 23:26 น.
      ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
      เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์