พบแล้ว รถหนุ่ม 27 ทายาทร้านขายอุปกรณ์การเกษตรรายใหญ่ จ.สุพรรณบุรี ขับตกแม่น้ำเจ้าพระยาเสียชีวิต จมกลางแม่น้ำลึก 6 เมตร อยู่ห่างจุดกลับรถใต้สะพาน 300 เมตร พบกระจกฝั่งคนขับถูกเปิดลงมาจนสุด กุญแจเสียบคา-ลักษณะสตาร์ตรถ จนท.คาดหลังเกิดเหตุ ผู้ตายพยายามบังคับรถขึ้นฝั่ง แต่น้ำไหลเชี่ยวจึงถูกพัดจม ก่อนเปิดกระจกหนีออกมา พยายามว่ายน้ำเอาตัวรอด แต่หมดแรงจมดับ เจ้าหน้าที่ใช้เวลากู้ซากขึ้นจากน้ำ กว่า 4 ชม. ยังไม่สำเร็จ เตรียมวางแผนลุยต่อ 9 พ.ย.นี้
เมื่อเวลา 21.05 น. วันที่ 8 พ.ย.64 เจ้าหน้าที่กู้ภัยร่วมกตัญญู พบรถยนต์ของ นายธีระภัทร์ ธีรพงศ์ไพบูลย์ อายุ 27 ปี ลูกชายร้านขายอุปกรณ์การเกษตรรายใหญ่ อ.เดิมบางนางบวช จ.สุพรรณบุรี ที่ขับรถตกลงแม่น้ำเจ้าพระยาเสียชีวิต โดยจมห่างจากจุดกลับรถใต้สะพาน ประมาณ 300 เมตร ซึ่งห่างจากแนวตลิ่งประมาณ 200 เมตร ซึ่งจุดที่พบรถนั้น จมอยู่ลึกลงไปใต้น้ำประมาณ 6 เมตร
โดย นายปิยะลักษณ์ ถิ่นแก้ว หัวหน้าทีมค้นหามูลนิธิร่วมกตัญญู เปิดเผยว่า จุดที่พบรถยนต์อยู่กลางแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งตัวรถถูกกระแสน้ำพัดมาติดกับกอไม้ใต้แม่น้ำ จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ที่ลงไปสำรวจ พบว่ากระจกฝั่งคนขับถูกลดลงเพียงฝั่งเดียวจนสุด กุญแจรถยังเสียบคาอยู่ลักษณะเปิดใช้งาน คาดว่าหลังเกิดเหตุผู้ตายพยายามจะบังคับรถขึ้นมาจากน้ำ แต่ด้วยกระแสน้ำที่ไหลแรง ทำให้ควบคุมรถไม่ได้ และถูกพัดจมหายไป ซึ่งผู้ตายน่าจะเปิดกระจกเอาตัวรอดออกมา และพยายามว่ายน้ำกลับเข้าฝั่ง แต่ไม่ไหวจึงหมดแรงและจมน้ำลงในที่สุด
ส่วนปฏิบัติการกู้ซากรถขึ้นจากแม่น้ำนั้น นายปิยะลักษณ์ เปิดเผยว่า ตอนนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างประสานงานและเตรียมอุปกรณ์ลากจูงขึ้นมา ซึ่งอุปสรรคสำคัญคือกระแสน้ำที่ไหลเชี่ยว ซึ่งก่อนเจ้าหน้าที่จะลากรถขึ้นฝั่งนั้น ต้องมั่นใจว่าอุปกรณ์ลากจะไม่หลุดขาดกลางทาง เพราะต้องลากรถทวนน้ำขึ้นฝั่ง และจะต้องใช้ความระมัดระวังเป็นอย่างมาก
...
ต่อมา นายปิยะลักษณ์ เปิดเผยหลังปฏิบัติการกู้ซากรถว่า การกู้ซากรถเป็นไปด้วยความยากลำบาก เนื่องจากรถติดกอไม้ใต้น้ำ ประกอบกับกระแสน้ำที่ไหลเชี่ยว เจ้าหน้าที่ต้องวางแผนด้วยการนำถังน้ำมันขนาด 200 ลิตร 8 ใบ มาทำเป็นทุ่นไปติดไว้ที่รถ เพื่อช่วยพยุงรถให้เบาขึ้น และสามารถลอยขึ้นออกมาจากกอไม้ก่อน จากนั้นจึงใช้เรือค่อยๆ ลากให้เข้ามาใกล้ฝั่งมากที่สุด หลังจากนั้นจะใช้รถแบ็กโฮช่วยลากขึ้นมาบนฝั่งอีกที ซึ่งปฏิบัติการดังกล่าวต้องใช้เวลาอยู่นานกว่า 4 ชั่วโมง เนื่องจากอุปสรรคต่างๆ อีกทั้งดินบริเวณริมตลิ่งมีความชุ่มน้ำและอ่อนตัวมาก เนื่องจากระดับน้ำในแม่น้ำเพิ่งลดลง จึงทำให้รถแบ็กโฮจมดินลงไปเรื่อยๆ จนมิดฐานล้อตะขาบ และไม่สามารถดำเนินการต่อไปได้ จนเวลาประมาณ 03.30 น. เจ้าหน้าที่ต้องยกเลิกภารกิจลงในที่สุด โดยพรุ่งนี้ (9 พ.ย.) เจ้าหน้าที่จะประชุมเพื่อวางแผนและเริ่มต้นกู้ซากรถกันใหม่อีกครั้ง