มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค แนะ วิธีป้องกัน ถูกหลอกขายสินค้าออนไลน์ ช่วงโควิด

ข่าว

    มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค แนะ วิธีป้องกัน ถูกหลอกขายสินค้าออนไลน์ ช่วงโควิด

    ไทยรัฐออนไลน์

    2 พ.ย. 2564 12:27 น.

    มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค เผย ช่วงโควิด คนไทยถูกหลอกขายสินค้าออนไลน์ เพิ่มขึ้น ปี 63-ส.ค.64 ร้องผ่านมูลนิธิฯ 1,167 เรื่อง ไม่ตรงป้าย-ไม่ตรงปกเพียบ เร่งแก้ปัญหา พร้อมแนะวิธีป้องกัน
     
    วันที่ 2 พ.ย. น.ส.มลฤดี โพธิ์อินทร์ นักวิชาการมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค กล่าวว่า จากสถานการณ์ความเปลี่ยนแปลงของสังคม เศรษฐกิจ และเทคโนโลยี ประกอบกับการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ได้เปลี่ยนพฤติกรรมของผู้บริโภค ทำให้มีการซื้อขายสินค้าและบริการในโลกออนไลน์มากขึ้น

    โดยผลการสำรวจเมื่อช่วงปลายเดือนมิถุนายน ที่ผ่านมา ของบริษัทเอเจนซี่ ที่ให้บริการด้านข้อมูลและเทคโนโลยี พบว่าคนไทยมีอัตราการช็อปปิ้งออนไลน์สูงที่สุดในโลก เนื่องจากการกระตุ้นของเทคโนโลยี และความกลัวที่จะไปเดินจับจ่ายภายในร้านค้า อย่างไรก็ตาม การซื้อขายสินค้า หรือการใช้บริการออนไลน์นั้น ผู้บริโภคไม่สามารถเห็นหรือสัมผัสกับสินค้าก่อนที่จะตัดสินใจซื้อหรือรับบริการตามปกติได้ ก่อให้เกิดความเสี่ยง เช่น การไม่ได้รับสินค้า สินค้าหรือบริการที่ได้รับไม่เป็นไปตามคำโฆษณา หรือไม่ตรงปก และสินค้าได้รับความเสียหาย ที่สำคัญคือปัญหาเรื่องความปลอดภัย หรือการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและความเป็นส่วนตัว

    น.ส.มลฤดี กล่าวว่า โดยเฉพาะในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 นั้น ปัญหาดังกล่าวเพิ่มสูงขึ้น เห็นได้จากข้อร้องเรียนผ่านมูลนิธิเพื่อผู้บริโภคและเครือข่ายผู้บริโภคที่อยู่ในภูมิภาคต่างๆ จากปี พ.ศ. 2563 ถึงเดือนสิงหาคม 2564 ทั้งหมดจำนวน 1,167 ครั้ง แบ่งเป็น ปี 2563 มีการร้องเรียนทั้งหมด 742 ครั้ง ในกลุ่มสินค้าประเภทปัญหาที่มีการร้องเรียนเข้ามามากที่สุด 3 ลำดับ ได้แก่ ไม่ได้รับสินค้าและบริการ จำนวน 179 ครั้ง ราคาไม่ตรงป้าย 72 ครั้ง และราคาแพงเกินจริง 69 ครั้ง กลุ่มบริการประเภทปัญหาที่มีการร้องเรียนเข้ามามากที่สุดสามลำดับ ได้แก่ ขอคืนสินค้าไม่ได้ ขอยกเลิกบริการไม่ได้ 33 ครั้ง ชำรุดบกพร่องได้รับความเสียหาย 17 ครั้ง และโฆษณาเป็นเท็จเกินความเป็นจริง 10 เรื่อง และ ในปี 2564 ตั้งแต่เดือนมกราคม ถึง เดือนสิงหาคมได้รับเรื่องร้องเรียนจากผู้บริโภคทั้งหมด จำนวน 425 ครั้ง

    ทั้งนี้ จำนวนสถิติที่ได้กล่าวมาข้างต้นเป็นเพียงส่วนหนึ่งของปัญหาผู้บริโภคที่ได้รับผลกระทบเท่านั้น ยังมีผู้บริโภคอีกจำนวนมากที่ได้รับปัญหาจากการซื้อสินค้าและใช้บริการออนไลน์แล้วไม่ได้ทำการร้องเรียน ซึ่งปัญหาเหล่านี้อาจส่งผลกระทบร้ายแรงต่อตัวผู้บริโภค เช่น เด็กชายอายุ 14 ปี ที่เก็บเงินสั่งซื้อโทรศัพท์ออนไลน์มาเพื่อใช้เรียนออนไลน์ แต่ถูกโกงไม่ได้รับสินค้า ทำให้เด็กชายเครียดจนเส้นเลือดในสมองแตกเสียชีวิต จึงเป็นเรื่องที่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ทั้งหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และผู้ประกอบการต้องบูรณาการแก้ไขปัญหาร่วมกัน เพื่อคุ้มครองพี่น้องประชาชน ไม่ให้ตกเป็นเหยื่อ ทั้งการปราบปรามอย่างจริงจัง และการให้ความรู้กับพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะเยาวชนเข้าสู่การซื้อขายสินค้าและบริการออนไลน์มากขึ้น  

    น.ส.มลฤดี กล่าวว่า วิธีการป้องกันการถูกหลอกลวงขายสินค้า อันดับแรกคือ เลือกซื้อสินค้าจากผู้ประกอบการ หรือเว็บไซต์ที่น่าเชื่อถือ เป็นที่ยอมรับของประชาชนทั่วไป การตรวจสอบจากรีวิวของลูกค้าอาจไม่เพียงพอ เนื่องจากอาจมีการสร้างรีวิวเท็จขึ้นมาได้ อาจนำชื่อและหมายเลขโทรศัพท์ของผู้ค้าไปตรวจสอบในอินเทอร์เน็ตว่า เคยมีประวัติหรือมีคดีหลอกลวงฉ้อโกง หรือไม่ อีกทั้งหากไม่จำเป็น ไม่ควรเสี่ยงซื้อสินค้าที่มีราคาถูกมากเกินไป

    "ในส่วนของมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค เรากำลังเดินหน้าเชิญผู้ประกอบการร้านค้าออนไลน์ พูดคุยหาทางออกรวมไปถึงวิธีป้องกัน ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีเกือบทุกแพลตฟอร์มออนไลน์ดังในไทยเป็นอย่างดี" น.ส.มลฤดี กล่าว

    อ่านเพิ่มเติม...

    อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

      แท็กที่เกี่ยวข้อง

      โควิด-19โควิดวันนี้มูลนิธิผู้บริโภคขายสินค้าออนไลน์คนไทยถูกหลอกขายสินค้าข่าวทั่วไทยมลฤดี โพธิ์อินทร์ซื้อสินค้าออนไลน์ข่าวทั่วไป

      คุณอาจสนใจข่าวนี้

      thairath-logo

      ApplicationMy Thairath

      ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
      Trendvg3 logo
      Sonp logo
      inet logo
      วันพุธที่ 8 ธันวาคม 2564 เวลา 09:54 น.
      ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
      เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์