เชียงใหม่...สู้โควิด คนไทยเร่งตั้งการ์ด

ข่าว

    เชียงใหม่...สู้โควิด คนไทยเร่งตั้งการ์ด

    ไทยรัฐฉบับพิมพ์

      1 พ.ย. 2564 05:48 น.

      สร้างความสั่นสะเทือนสะท้อนวิกฤติ “ระบบสุขภาพ” ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่เป็นอย่างยิ่ง เมื่อเฟซบุ๊ก “Rungsrit Kanjanavanit” (28 ต.ค.64) บอกเล่ามุมมองสะท้อนว่า...สถานการณ์โควิดของเชียงใหม่มาถึงจุดที่เลวร้ายมาก...มีจำนวนผู้ป่วยใหม่เพิ่มขึ้น 300 ถึง 500 คนต่อวัน

      ปริมาณผู้ป่วยล้นโรงพยาบาล...ผู้ป่วยหนักล้น ICU...ต้องเปิด home isolation...community isolation...temple isolation กันยกใหญ่...สภาพใกล้ตอน กทม.แตกเต็มทีแล้ว

      แต่ทางการจังหวัดขอไม่ให้พูดออกไปว่า...“เตียงเต็ม เตียงไม่พอ” ทั้งๆที่ความจริงมันเกินศักยภาพที่ระบบสาธารณสุขของจังหวัดจะรองรับได้ไปแล้ว

      “หมอ พยาบาล บุคลากรที่เกี่ยวข้องเหน็ดเหนื่อยอ่อนล้ากัน จนแทบไม่ไหว ตั้งแต่ผู้ว่าฯคนนี้เข้ามาจำนวนเคสก็พุ่งขึ้นสูง แซงนำ ทุกจังหวัดในภาคเหนือ โดยที่ไม่มีมาตรการในการควบคุมโรคเพิ่มเติม แต่อย่างใด มุ่งหน้าจะเปิดเมืองอย่างเดียว”

      จริงอยู่ว่า การลากยาวของสถานการณ์โควิด ทำให้เราต้องปรับ กลยุทธ์ในการควบคุมโรค ต้องเรียนรู้ที่จะอยู่กับโรคได้แบบสมดุลมากขึ้น เพราะปัญหาเศรษฐกิจ

      ปัญหาการทำมาหากินของผู้คนก็แสนสาหัสเหลือเกิน...แต่การเปิดเมืองน่าจะต้องดำเนินควบคู่ไปกับมาตรการในการระมัดระวัง การแพร่ระบาดที่มีประสิทธิภาพ ด้วยความไม่ประมาทและการเร่งฉีดวัคซีนให้ประชาชนให้มากที่สุด ซึ่งปัจจุบันยังได้เพียงราวครึ่งหนึ่งของประชากรเป้าหมาย

      หากเทียบกับคลื่นหรือช่วงการระบาดก่อนหน้านี้ รอบนี้...หนักกว่าทุกครั้งมาก แต่ดูเหมือนผู้คนจำนวนไม่น้อยเริ่มชินชา ปล่อยวาง หละหลวม

      ที่ผ่านมา...ตัวแทนฝ่ายการแพทย์ สาธารณสุข ได้พยายามปรึกษาหารือผู้ว่าฯ เพื่อเร่งหามาตรการในการรับมือและควบคุมโรค แต่ดูเหมือนกับไม่ได้รับการตอบรับที่เป็นรูปธรรมจากฝ่ายมหาดไทย

      ไม่มีการเพิ่มมาตรการควบคุมโรค ไม่เห็นความพยายามของจังหวัด ในการช่วยต่อรองกับส่วนกลางขอวัคซีนมาเพิ่มเร่งด่วน...ผมไม่รู้จักผู้ว่าฯและวิจารณ์ด้วยมุมมองของประชาชนคนหนึ่ง ซึ่งอาจไม่รู้รายละเอียดมากนักว่า วันๆผู้ว่าฯ ทำอะไรบ้าง นอกจากเซ็นหนังสือ...

      ท่านเหนื่อยแค่ไหน หลับดีหรือเปล่า ได้นอนวันละกี่ชั่วโมง กินข้าวยังอร่อยไหม แต่นี่คือภาพของการทำงานของจังหวัดที่ประชาชนรับรู้ ดูเหมือนว่าตำแหน่งผู้ว่าฯนี้ ไม่ต้องมี accountability...ภาระความรับผิดชอบ ต่อสังคมมากมายนัก

      “เมื่อไหร่เราจะได้เลือกตั้งผู้ว่าฯเอง เมื่อใดเราจะได้คนที่มีความสามารถ มีใจมุ่งมั่นทำงานแก้ปัญหาไม่ใช่เพียงย้ายมารอวันเกษียณอย่างที่ผ่านมา...แต่ก็ยังไม่สายเกินไปนะครับ ในเวลาอายุราชการที่เหลืออยู่”

      หากท่านเปลี่ยนแปลงท่าที แสดงบทบาทผู้นำในการแก้ไขวิกฤติ ใส่ใจลงไปในการแก้ปัญหาอย่างจริงจัง รับฟัง ตอบสนองข้อเสนอแนะ สนับสนุนทีมสาธารณสุข สร้างบรรยากาศของความร่วมมือของประชาชน และทุกภาคส่วน...อาจทำให้ผู้คนเปลี่ยนใจ จดจำท่านในแง่ดีตลอดไป

      “ท่านเป็นบุคคลสาธารณะ เป็นลูกจ้างของประชาชน (ไม่ใช่นายของเรา) คงต้องทนรับฟังคำวิจารณ์จากประชาชนหน่อยนะครับ”

      นพ.รังสฤษฎ์ กาญจนะวณิชย์
      นพ.รังสฤษฎ์ กาญจนะวณิชย์

      นพ.รังสฤษฎ์ กาญจนะวณิชย์ หรือ “หมอหม่อง” อาจารย์แพทย์โรคหัวใจคนดังและนักอนุรักษ์รางวัลลูกโลกสีเขียว บอกอีกว่า สิ่งที่น่าหนักใจสำหรับสถานการณ์ระบาดโควิดในเชียงใหม่ คือ...จนป่านนี้ยังมีประชาชนจำนวนมากยังลังเลที่จะไปรับวัคซีน

      อัตราที่เห็นว่าได้รับ 2 เข็มแล้ว ประมาณ 40% นั้น...ส่วนใหญ่เป็น ประชากรที่กระจุกอยู่ในเมือง อัตราได้รับวัคซีนในชนบทยังต่ำมาก

      “เวลาผมออกตรวจคนไข้ พบว่ามีประชาชนรอบนอกจำนวนมากที่มีความกังวลกับผลข้างเคียงตามข่าวต่างๆที่โหมกระพือ และจากคำเล่าปากต่อปาก หลายคนยังรีรอ จะมาถามหมอ”

      ...ลุงมีโรคหัวใจจะฉีดได้ไหม ป้าควรฉีดไหม ผมฉีดตัวไหนดี

      ที่ผ่านมา ผมเข้าใจความกังวลนี้ได้ครับ แต่ตอนนี้ก็ผ่านมาเป็นปี...เกือบ 4,000 ล้านคนทั่วโลกได้รับวัคซีนกันไปแล้ว ข้อกังวลเรื่องผลข้างเคียงน่าจะเบาบางลงได้แล้ว

      นอกจากนี้ สถานการณ์ระบาดก็กำลังดำเนินไปอย่างรุนแรง...ไม่มีที่ไหนปลอดภัย ไม่ว่าหมู่บ้านห่างไกล บนเขาบนดอย ก็ติดกันทั้งหมู่บ้านมาแล้ว คงไม่มีเวลาใดที่จำเป็นกว่าตอนนี้ในการได้รับวัคซีนแล้วครับ

      นพ.รังสฤษฎ์ ย้ำว่า เวลานี้ไม่ต้องถามอะไรแล้วใครยังไม่ได้ฉีด ชวนไปฉีดเลยครับ

      “Nobody is safe until everyone is safe.”...“เราจะปลอดภัยได้ ก็ต่อเมื่อทุกคนปลอดภัย”

      นอกจากความกังวลสำคัญกรณีนี้ คนไม่น้อยยังมีความเป็นห่วงกลัวว่านี่แค่เป็นจุดเริ่มความจริงที่จะเกิดขึ้นเท่านั้น ต่อไป...หากเปิดประเทศ เปิดกิจการ เปิดเรียนเต็มรูปแบบ จะเกิดปรากฏการณ์เช่นนี้ขึ้นได้ทั่ว

      ไม่มีใครปฏิเสธว่า...การฟื้นฟูเศรษฐกิจเป็นเรื่องไม่ดี เพียงแต่...สิ่งไม่ดีคือ “ความประมาท” “ความไม่พร้อม” “ความย่อหย่อน” ในมาตรการควบคุมโรค...ตั้งการ์ดไม่ให้ตกหรือหย่อน

      ปัจจัยแห่งความไม่พร้อมแล้วลุยกันไป เปรียบเสมือน...การรีบร้อนนำคนลงเรือไปในลำน้ำโดยไม่อุดรูรั่วท้องเรือให้ดีเสียก่อนผลที่ตามมา...คือเรือล่มคนลอยคอรอให้ช่วยเหลือ แน่นอนว่าสิ่งที่จะตามมาคือการสูญเสีย

      เมื่อความสูญเสียเกิดขึ้นมากมหาศาลจนเอาไม่อยู่ หยุดไม่ได้...ท้ายที่สุดแล้วอาจจะต้องกลับเข้าสู่วงจรการปิดทุกอย่างอีกครั้ง...ปัญหาเศรษฐกิจสังคมก็จะตามมาอีกเหมือนเดิม หนำซ้ำจะหนักกว่าเดิมหลายเท่าตัว

      รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์
      รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์

      ตอกย้ำประเด็นวิกฤติ “ระบบสุขภาพ” ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ไว้ในเฟซบุ๊กส่วนตัว “Thira Woratanarat (ป๊ามี้คีน)” บอกว่า

      “เตือนอีกครั้งว่า หากตัดสินใจเลือกตาเดินนโยบายและมาตร การที่ผิดทิศผิดทาง โดยไม่สะท้อนสถานการณ์ที่แท้จริง จะทำให้การเดินหมากครั้งนี้นำไปสู่ผลลัพธ์ที่หนักหนา เพราะจะครบทั้งผลกระทบด้านสุขภาพ เศรษฐกิจ และสังคม”

      ด้านสังคมนั้นจะออกมาในหลากหลายรูปแบบ ทั้งเรื่องความโกลาหล และอาชญากรรมต่างๆ ดังนั้น การเดินหมากครั้งนี้จึงเดิมพัน สูงมากเกินกว่าที่หลายคนจะคาดประมาณได้

      “ขอให้เราป้องกันตัวอย่างเคร่งครัด เตรียมตัว เตรียมงาน เตรียมใจ เตรียมสถานที่ และเตรียมแผนสำรองในการดำเนินชีวิตและระวังการเงินการลงทุนไว้ด้วยก็จะดี และถือเป็นการไม่ประมาทใส่หน้ากากนะครับ สำคัญมาก...อยู่ห่างเกิน 1 เมตร ลดอัตราติดเชื้อลงได้ 5 เท่า”

      ขอให้ทำสองเรื่องนี้...จะป้องกัน “ตัวเรา” และ “ครอบครัว” ไปได้มาก

      ปลายปีและต้นปีหน้าคงจะเริ่มเห็นผลของการเลือกตาหมากกระดานนี้...“นโยบายเปิดประเทศ”.

      อ่านเพิ่มเติม...

      อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

        แท็กที่เกี่ยวข้อง

        โควิดเชียงใหม่โควิด-19ผู้ป่วยล้นระบบสุขภาพระบบสาธารณสุขฉีดวัคซีนโควิดเปิดประเทศสกู๊ปหน้า 1

        คุณอาจสนใจข่าวนี้

        thairath-logo

        ApplicationMy Thairath

        ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
        Trendvg3 logo
        Sonp logo
        inet logo
        วันพุธที่ 8 ธันวาคม 2564 เวลา 13:24 น.
        ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
        เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์