"กองทัพ" ปรับกลยุทธ์ อุดชายแดน รับเปิดประเทศ สกัดแรงงานทะลัก

ข่าว

    "กองทัพ" ปรับกลยุทธ์ อุดชายแดน รับเปิดประเทศ สกัดแรงงานทะลัก

    ไทยรัฐออนไลน์

    28 ต.ค. 2564 20:00 น.

    • แรงงานเถื่อนจำนวนมากทะลัก รอบแนวชายแดน หลังพบยอดออเดอร์จำนวนมากในพื้นที่ตอนใน รับเปิดประเทศ 1 พ.ย. 64
    • ผบ.ทบ. ลงพื้นที่กำชับกองกำลังป้องกันชายแดน เสริมมาตรการเข้ม ป้องกัน สกัดกั้น หลังจับแรงงานจำนวนมากรายวัน
    • ฝ่ายความมั่นคงประเมินแรงงานจะเข้ามาต่อเนื่อง งัด 5 กลยุทธ์รับมือ มอบทหาร ตำรวจบูรณาการคุมพื้นที่

    ปัญหาใหญ่ของรัฐบาล และฝ่ายความมั่นคงในเวลานี้คงหนีไม่พ้น "แรงงานเถื่อน" จากประเทศเพื่อนบ้านจำนวนมาก หนีทะลักเข้ามารอบแนวชายแดนทุกด้านของประเทศไทย ในห้วงที่กำลังจะเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยว ในวันที่ 1 พ.ย. 64 นี้

    โดยคนเหล่านี้ ไม่ว่าจะมาจาก เมียนมา กัมพูชา ลาว หรือแม้แต่โรฮิงญา ต่างมุ่งหน้าเพื่อมาสู่ "ไทยแลนด์" แดนสวรรค์ เพื่อมาเป็นแรงงานนอกระบบ หรือแรงงานเถื่อน ที่ไม่ได้ขึ้นบัญชี จึงเสมือนเป็นสัญญาณเตือนให้คนไทยต้องระวังมากขึ้น เพราะอาจจะต้องเผชิญกับสิ่งไม่คาดคิด หรือเกิดไวรัสรอบใหม่ ที่หนักขึ้นกว่าเดิม

    เพราะทันทีที่ระฆังเปิดประเทศเริ่มขึ้น การเดิมพันครั้งใหญ่ ต่อทิศทางการเดินหน้าของเมืองไทย ที่จะไปต่อได้หรือไม่ หรือโควิด-19 จะกลับมาแพร่ระบาดใหม่ไม่มีใครรู้ และสามารถตอบได้ เพราะเป็นเรื่องของอนาคต จึงถือเป็นความท้าทายครั้งใหญ่ของรัฐบาล ภายใต้การบริหารของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม

    เพราะการผ่อนปรนและการกำหนดทิศทางหลายอย่างต่อสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป ในขณะที่บ้านเมืองยังมีความหละหลวม เพียงแต่การเปิดประเทศครั้งนี้ ฝ่ายบริหารมุ่งหวังด้านเศรษฐกิจเป็นหลัก ขณะที่ด้านสาธารณสุขประชาชนมาตรการรองรับยังไม่ดีพอ ประชาชนคงต้องช่วยเหลือและดูแลสุขภาพตัวเอง นั่นจึงเป็นความเสี่ยงบนความท้าทายหลายด้าน โดยเฉพาะ "แรงงาน" ตามแนวชายแดน

    ประกอบกับเวลานี้ประชาชนอดยากปากแห้ง หลายคนต้องตกงาน หลายคนชีวิตหมดหวัง หลายคนไม่มีแม้แต่เงินประทังชีวิต ทำให้เกิดคนไร้บ้านพุ่งสูง

    และด้วยภาวะรัฐบาลอยู่ในช่วง "ถังแตก" เพราะ โควิดระลอก 3 ทำเอาประเทศไทย พบผู้ป่วยพุ่งจนกลายเป็นประเทศที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงสูง ตัวเลขทะยานติดเชื้อวันละ 2 หมื่นราย เกือบปีแล้ว ทำให้หลายอาชีพต้องหมดตัว หมดทุน คนตกงานเพิ่มขึ้น

    เช่นเดียวกับประเทศเพื่อนบ้าน หลายชาติก็อยู่ในภาวะลำบาก แรงงานเหล่านี้จึงคิดเพียงข้ามแดนมาเมืองไทยเพื่อตายเอาดาบหน้า หากฝืนอยู่ในบ้านตัวเองมีหวังอดตาย จึงทำให้เห็นภาพการจับรายวันตามแนวชายแดน ทำให้บ้านเรามีความเสี่ยงในเรื่องต่อการกลับมาแพร่ระบาดของโควิด-19 

    ดังนั้นภารกิจเร่งด่วนของ รัฐบาล ฝ่ายความมั่นคง คือต้องสกัดกั้นคนเหล่านี้ไม่ให้ลอบเข้ามา โดยเฉพาะขบวนการค้ามนุษย์ที่มีนายหน้าทั้งคนไทย คนพื้นที่ โดยทำเป็นขบวนการ เพื่อนำแรงงานมาส่งตามออเดอร์ โดยมีเป้าหมายคือพื้นที่ชั้นในของประเทศ

    "บิ๊กบี้" ตรวจแนวชายแดนกำชับทหารสกัดกั้นแรงงานลอบข้ามแดน

    ล่าสุด พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผบ.ทบ. ต้องลงพื้นที่ชายแดนด้านตะวันตก ไทย-เมียนมา ในพื้นที่รับผิดชอบของ "กองกำลังสุรสีห์" จำนวน 846 กิโลเมตร ทั้งทางบกและทางน้ำ พร้อมกำชับฝ่ายทหารให้ติดตาม กวดขัน ป้องกัน สกัดกั้นสิ่งผิดกฎหมาย โดยเฉพาะแรงงานต่างด้าวลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมาย และไม่ผ่านการคัดกรองโรค โดยให้เหล่าทัพบูรณาการร่วมกับส่วนราชการที่รับผิดชอบ เตรียมความพร้อมรับการเปิดประเทศ

    เพราะนับจากนี้แนวโน้มการลักลอบเข้าเมืองจะเพิ่มมากขึ้น ทำให้การปฏิบัติภารกิจของเจ้าหน้าที่ยากลำบากยิ่งขึ้น ต้องปฏิบัติงานด้วยความระมัดระวัง และให้เสริมด้วยการนำยุทโธปกรณ์พิเศษมาใช้ในการเฝ้าตรวจ ติดตั้งไฟส่องสว่างเพื่อช่วยตรวจการณ์ในเวลากลางคืน วางเครื่องกีดขวางปิดกั้นช่องทางธรรมชาติ รวมทั้งการประสานความร่วมมือกับหน่วยงานในจังหวัดอย่างใกล้ชิด รวบรวมข้อมูล พยานหลักฐาน และติดตามการปฏิบัติทุกขั้นตอน นำไปสู่ต้นตอของขบวนการนำพา และดำเนินคดีตามกฎหมาย

    กกล.สุรสีห์ จับผู้ลักลอบเขาเมืองและผู้นำพา ปี 2564 ได้มากถึง 3,036 ราย

    จะเห็นว่าในปี 2564 ที่ผ่านมา กองกำลังสุรสีห์ ซึ่งดูแลพื้นที่ชายแดนไทย-เมียนมา ด้าน จ.กาญจนบุรี ราชบุรี ประจวบคีรีขันธ์ สามารถจับกุมผู้ลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายและผู้นำพา ได้ 3,036 คน สถิติล่าสุดตั้งแต่ 1-25 ต.ค. 64 ตรวจพบการลักลอบ 61 ครั้ง

    ผู้หลบหนีเข้าเมือง 928 คนและผู้นําพา 33 คน ซึ่งมีแนวโน้มที่สูงขึ้นจึงต้องเฝ้าระวัง และเพิ่มมาตรการต่างๆ อย่างเข้มงวด ส่วนการติดตามการดําเนินคดีกับผู้นําพา ตั้งแต่ 1 ต.ค. 63 ถึง ปัจจุบัน มีจํานวน 83 คดี และศาลตัดสินแล้ว จํานวน 25 คดี ถือเป็นการปฏิบัติงานของกองกำลังป้องกันชายแดน ที่สามารถช่วยแก้ปัญหาแรงงานต่างด้าวลักลอบเข้าเมืองด้วยกระบวนการตามกฎหมายอย่างเป็นระบบ

    สิ่งที่ พล.อ.ณรงค์พันธ์ ได้จากการตรวจเยี่ยมชายแดน นอกจากจะรับทราบภารกิจด้านความมั่นคง เพื่อขับเคลื่อนนโยบายเปิดประเทศของรัฐบาล ยังให้ความสำคัญกับการดูแลคุณภาพชีวิตของกำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ชายแดน ได้ให้กำลังใจ กำชับให้ทุกคนทำงานด้วยความระมัดระวัง ทั้งในภารกิจสกัดกั้นเฝ้าตรวจชายแดน และการป้องกันโรคโควิด-19

    "บิ๊กแก้ว" ประเมินแรงงานต่างด้าวยังทะลักเข้ามาต่อเนื่อง ขันนอตทหาร ตำรวจ บูรณาการร่วมกัน

    ขณะที่ พล.อ.เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ ผบ.ทหารสูงสุด ระบุว่า ภาพรวมสถานการณ์ของแรงงานต่างด้าว มีการลักลอบเข้ามาจำนวนมาก หลังสถานการณ์เริ่มผ่อนคลาย ประกอบกับบ้านเราเปิดประเทศ 1 พ.ย. ทำให้แรงงานผิดกฎหมายต้องการลักลอบข้ามแดน เจ้าหน้าที่จึงต้องเข้มงวดตามแนวชายแดนมากกว่าปกติ เพราะจากข้อมูลของกระทรวงแรงงานในช่วง 3-4 เดือน สถานประกอบการในประเทศมีความต้องการแรงงานถึง 4 แสนคน ภายใต้สภาพการณ์ ที่ไม่สามารถเปิดรับแรงงานอย่างถูกกฎหมายได้ จึงเป็นหน้าที่ ทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครองสกัดกั้นตามแนวชายแดน

    "ที่ผ่านมาได้ลงพื้นที่เกือบทุกกองทัพภาคเพื่อตรวจเยี่ยมบำรุงขวัญกำลังพลในหน่วยกองกำลังชายแดนที่ปฏิบัติหน้าที่ในสนาม รวมทั้งฟังบรรยายสรุป ปัญหาข้อขัดข้อง เพื่อเสริมการทำงานในพื้นที่ให้ราบรื่น การเฝ้าระวัง ป้องกัน สกัดกั้น รวมถึงหามาตรการการสกัดกั้นการลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย โดยให้เจ้าหน้าที่บูรณาการทำงานร่วมกัน"

    และโดยลักษณะการปฏิบัติหน้างานชายแดนทางกัมพูชา ได้รับความร่วมมือจากกองทัพกัมพูชาเป็นอย่างดี ในการให้ข้อมูลว่า มีคนกัมพูชาลักลอบเข้ามา มีผลทำให้เราจับกุมได้มากและส่งกลับ การปฏิบัติงานค่อนข้างมี ประสิทธิภาพ ขณะที่เมียนมา เป็นปัญหาภายใน ทั้งเรื่องชาติพันธุ์ และชนกลุ่มน้อย ที่บางกลุ่มในประเทศเมียนมา ไม่ถูกยอมรับว่าเป็นชาวเมียนมา ทำให้หลักฐานของคนที่อยู่ในแผ่นดินนั้นไม่สามารถบันทึกเป็นหลักฐานบุคคลได้ ทางตำรวจได้พัฒนาเก็บข้อมูลอัตลักษณ์บุคคล สามารถบ่งบอกบุคคลได้ว่าคนนี้คือใคร นอกจากบัตรที่เขาแสดงตน เราก็ปฏิบัติภายใต้หลักสิทธิมนุษยชนและความปลอดภัยของประเทศ บางส่วนก็ส่งกลับไป เป็นการดำเนินการโดยไม่ให้แรงงานใหม่เข้ามา คาดว่าอีกไม่นานน่าจะรับแบบถูกกฎหมายได้

    "บิ๊กป้อม" สั่งเปิดปฏิบัติการกวาดล้างเครือข่ายค้ามนุษย์ แรงงานเถื่อน

    ในส่วน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ได้สั่งการหน่วยงานข่าวติดตามเชิงลึก ความเชื่อมโยงขบวนการลักลอบนำพาคนต่างด้าวเข้าไทยกับขบวนการค้ามนุษย์และเจ้าหน้าที่รัฐ หลังพบรายงานการทุจริตและการมีส่วนร่วมของเจ้าหน้าที่รัฐ ทั้งทหาร ตำรวจและฝ่ายปกครองเข้าไปเกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์ โดยให้รายงานให้ทราบในทุกสัปดาห์ พร้อมทั้งขอให้กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงแรงงาน ประสานกับตำรวจและทหาร เปิดรับแจ้งเบาะแสจากภาคประชาชน

    นอกจากนี้ยังให้หน่วยความมั่นคง เปิดปฏิบัติการกวาดล้างใหญ่ขบวนการเครือข่ายค้ามนุษย์ ทั้งพื้นที่ชายแดนและพื้นที่ชั้นในต่อเนื่อง โดยให้ขยายผลสู่การบังคับใช้กฎหมายและดำเนินคดีกับผู้ร่วมขบวนการทุกรายไม่มียกเว้น หากมีเจ้าหน้าที่รัฐเกี่ยวข้อง รับประโยชน์ ละเลย และเพิกเฉย ให้สอบสวนเอาผิดทั้งวินัยและอาญา ยึดทรัพย์และปลดออกจากราชการทุกราย

    พล.อ.ประวิตร ย้ำว่า กลุ่มแรงงานข้ามชาติในหลายอุตสาหกรรมของไทย โดยเฉพาะแรงงานประมง เป็นอุปสรรคต่อการต่อต้านการค้ามนุษย์ที่สำคัญ ที่ผ่านมามอบหมายกระทรวงแรงงาน ร่วมกับ ตร.ตรวจสอบสถานประกอบการ โรงงาน ที่พักคนงาน โดยเฉพาะแหล่งค้าประเวณีและแรงงานภาคประมง โดยให้ประสาน พม. ให้ความสำคัญเร่งเข้าไปคุ้มครองช่วยเหลือเหยื่อหรือผู้เสียหายที่ถูกกักขัง หน่วงเหนี่ยวกรรโชกทรัพย์ หรือบังคับข่มขืน และนำเข้าสู่สถานคุ้มครองของรัฐโดยเร็ว พร้อมกำชับหัวหน้าส่วนราชการ ต้องร่วมลงรับผิดชอบ ติดตามกำกับ ขยายผลพิสูจน์ทราบและร่วมทำลายเครือข่ายขบวนการค้ามนุษย์ที่ยังมีอยู่ให้สิ้น

    "บิ๊กตู่" ให้ทหารเสริมลาดตระเวนเส้นทางธรรมชาติทุกด้าน ป้องกันแรงงานเถื่อน

    ขณะที่หน่วยงานกองทัพ ฝ่ายความมั่นคง ยังให้ความสำคัญในการป้องกัน สกัดกั้นตามแนวชายแดนตามนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ที่สั่งการคุมเข้มจับกุมผู้ลักลอบนำแรงงานต่างด้าวเข้าเมืองตามแนวชายแดน หลังพบการรายงานจากทหารชุดเฉพาะกิจลาดหญ้า กองกำลังสุรสีห์ ตชด. สภ.ไทรโยค และฝ่ายปกครองอำเภอไทรโยค สามารถจับกุมแรงงานที่ลักลอบเข้าเมืองอย่างผิดกฎหมายจำนวนมากในช่วงตุลาคมที่ผ่านมา

    "กำชับให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองเฝ้าระวัง จับกุมบุคคลต่างด้าวที่หลบหนีเข้าประเทศไทยอย่างผิดกฎหมายตามเส้นทางธรรมชาติ รวมทั้งสืบสวนผู้อยู่เบื้องหลัง เพื่อขยายผลจับกุมเครือข่ายการจัดหาแรงงานข้ามชาติผิดกฎหมาย เพื่อนำตัวมาดำเนินคดี ตามนโยบายของรัฐบาลในการป้องกันปราบปรามขบวนการลักลอบนำพาแรงงานต่างด้าวลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย พร้อมให้หน่วยลาดตระเวน เส้นทางธรรมชาติรอบแนวชายแดนของประเทศไทยทุกด้าน"

    ที่สำคัญคือต้องดำเนินการสืบหาผู้อยู่เบื้องหลังที่เป็นนายหน้าในการจัดหาแรงงานด้วย เพราะเป็นลักษณะการกระทำผิดเข้าข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ และอาจเป็นคลัสเตอร์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19

    งัด 5 กลยุทธ์ เสริมมาตรการ สธ. รับเปิดประเทศ

    นอกจากนี้ขอให้ หน่วยขึ้นตรงกระทรวงกลาโหม เหล่าทัพ และตํารวจ ดํารงความต่อเนื่องสนับสนุนการดําเนินการของศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) ศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง (ศปม.) ในการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของโควิดโดยให้ดําเนินการปรับแนวทางตามมาตรการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมการแพร่ระบาดให้เหมาะสมกับสถานการณ์ ภายใต้มาตรการด้านสาธารณสุขอย่างเคร่งครัดและต่อเนื่อง ตาม 5 กลยุทธ์ คือ

    1. การเปิดประเทศอย่างปลอดภัย โดยภารกิจหลักของหน่วยงานความมั่นคงต้องประสานการทํางาน เฝ้าระวังการลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมาย การค้ามนุษย์ ยาเสพติด รวมทั้งดําเนินคดีตามกฎหมายกับผู้กระทําผิดและเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เข้าไปเกี่ยวข้องอย่างเด็ดขาด 2. การเฝ้าระวังป้องกันโรคกลุ่มเสี่ยง 3. การเตรียมความพร้อมด้านการแพทย์และสาธารณสุข 4. การพัฒนาระบบข้อมูลเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารความเสี่ยง และ 5. การสร้างกลไกการบริหารจัดการแบบบูรณาการ ซึ่งการเปิดประเทศจะเริ่มจากประเทศที่มีความพร้อมร่วมกัน และขยายออกไปยังประเทศอื่นๆ ตามความเหมาะสม โดยจะมีการพิจารณาอย่างรอบคอบในทุกด้าน

    อย่างไรก็ตามการเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยว ถือเป็นสัญญาณดีในด้านเศรษฐิจ แต่อีกมุมก็อาจก่อให้เกิดจุดเสี่ยงต่อการที่ไทยจะกลับมาแพร่ระบาดของโควิดอีกรอบ เห็นได้จากชายแดนรอบบ้านที่แรงงานเถื่อนได้ทะลักเป็นรายวันตามช่องทางธรรมชาติ ดังนั้นจึงเป็นงานหนักของเจ้าหน้าที่ที่ต้องหามาตรการสกัดกั้น ป้องกัน ติดตามตั้งแต่ต้นทางไปถึงปลายทาง เพื่อให้การแก้ปัญหาบรรลุผลและสำเร็จได้ดี เพื่อให้ชาติฝ่าวิกฤตินี้ให้ได้.

    อ่านเพิ่มเติม...

    อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

      แท็กที่เกี่ยวข้อง

      แรงงานเถื่อนspecial contentแรงงานทะลักแรงงานชายแดนแนวชายแดนกองทัพโควิด-19เปิดประเทศเส้นทางธรรมชาติข่าวทั่วไป

      คุณอาจสนใจข่าวนี้

      thairath-logo

      ApplicationMy Thairath

      ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
      Trendvg3 logo
      Sonp logo
      inet logo
      วันอังคารที่ 7 ธันวาคม 2564 เวลา 09:29 น.
      ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
      เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์