แม่เห็นลูกถูกพ่อเลี้ยงทำร้าย แต่ไม่ช่วยเหลือ มีความผิดหรือไม่?

ข่าว

    แม่เห็นลูกถูกพ่อเลี้ยงทำร้าย แต่ไม่ช่วยเหลือ มีความผิดหรือไม่?

    ทนายเจมส์

    26 ต.ค. 2564 06:01 น.

    สวัสดีท่านผู้อ่านทุกท่านครับ สัปดาห์นี้มีเรื่องที่น่าสนใจและสังคมวิพากษ์วิจารณ์ในวงกว้างเกี่ยวกับพฤติกรรมของพ่อเลี้ยงโหดที่ทำร้ายเด็กอายุ 8 ขวบ ด้วยวิธีการทรมานต่างๆ เช่น ใช้สายไฟมัดข้อมือเด็ก ใช้สายไฟตีเด็ก บังคับให้เด็กดื่มน้ำปัสสาวะและกินอ้วกตัวเอง เป็นต้น สุดท้ายพ่อเลี้ยงลงมือทำร้ายจนกระทั่งเด็กเสียชีวิต ขณะนี้คดีอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานของพนักงานสอบสวน และเบื้องต้นพ่อเลี้ยงให้การรับสารภาพ ซึ่งคำรับสารภาพจะเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาของศาลหรือไม่ และจะเป็นเหตุบรรเทาโทษได้หรือไม่ ศาลจะเป็นผู้วินิจฉัยอีกครั้ง

    ประเด็นที่น่าสนใจเกี่ยวกับคดีนี้ คือ พ่อเลี้ยงจะมีความผิดข้อหาใด รวมถึงในระหว่างที่เด็กถูกพ่อเลี้ยงลงมือทำร้ายนั้น การที่แม่แท้ๆ ไม่เข้าห้ามปราม หรือช่วยเหลือ แม่จะมีความผิดร่วมกับพ่อเลี้ยงหรือไม่ อย่างไร

    บิดามารดา หรือผู้ปกครอง หรือพ่อเลี้ยงแม่เลี้ยง ย่อมมีหน้าที่ในการอบรมสั่งสอนบุตร หรือบุตรเลี้ยงให้เป็นคนดี ดังนั้นการลงโทษบุตร หรือบุตรเลี้ยง ตามหน้าที่ของบิดามารดา หรือผู้ปกครอง สามารถทำได้ แต่ต้องใช้วิธีการที่เหมาะสมกับอายุของเด็ก ไม่เป็นอันตรายกับเด็ก และวิธีการลงโทษดังกล่าวนั้นจะต้องไม่ส่งผลกระทบต่อการพัฒนาการในทุกๆ ด้านของเด็ก

    เด็กยังได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546 มาตรา 26 ภายใต้บังคับบทบัญญัติแห่งกฎหมายอื่น ไม่ว่าเด็กจะยินยอมหรือไม่ ห้ามมิให้ผู้ใดกระทำการดังต่อไปนี้

    (1) กระทำหรือละเว้นการกระทำอันเป็นการทารุณกรรมต่อร่างกายหรือจิตใจของเด็ก

    (2) จงใจหรือละเลยไม่ให้สิ่งจำเป็นในการดำรงชีวิต หรือการรักษาพยาบาลของเด็กที่อยู่ในความดูแลของตน จนน่าเกิดอันตรายแก่ร่างกายหรือจิตใจของเด็ก

    (3) บังคับ ขู่เข็ญ ชักจูง ส่งเสริม หรือยินยอมให้เด็กประพฤติตนไม่สมควร หรือน่าจะทำให้เด็กมีพฤติกรรมเสี่ยงต่อการกระทำผิด

    (4) โฆษณาทางสื่อมวลชน หรือเผยแพร่ด้วยประการใดเพื่อรับเด็ก หรือยกเด็กให้แก่บุคคลอื่นที่มิใช่ญาติของเด็ก เว้นแต่เป็นการกระทำของทางราชการ หรือได้รับอนุญาตจากทางราชการแล้ว

    (5) บังคับ ขู่เข็ญ ชักจูง ส่งเสริม ยินยอม หรือกระทำด้วยประการใดให้เด็กไปเป็นขอทาน เด็กเร่ร่อน หรือใช้เด็กเป็นเครื่องมือในการขอทาน หรือการกระทำผิด หรือกระทำด้วยประการใดอันเป็นการแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบจากเด็ก

    (6) ใช้ จ้าง หรือวานให้เด็กทำงาน หรือกระทำการอันอาจเป็นอันตรายแก่ร่างกาย หรือจิตใจ มีผลกระทบต่อการเจริญเติบโต หรือขัดขวางต่อการพัฒนาการของเด็ก

    (7) บังคับ ขู่เข็ญ ชักจูง ยุยง ส่งเสริม หรือยินยอมให้เด็กเล่นกีฬา หรือให้กระทำการใดเพื่อแสวงหาประโยชน์ทางการค้า อันมีลักษณะเป็นการขัดขวางต่อการเจริญเติบโตหรือพัฒนาการของเด็ก หรือมีลักษณะเป็นการทารุณกรรมต่อเด็ก

    (8) ใช้หรือยินยอมให้เด็กเล่นการพนันไม่ว่าชนิดใด หรือเข้าไปในสถานที่เล่นการพนัน สถานค้าประเวณี หรือสถานที่ห้ามมิให้เด็กเข้า

    (9) บังคับ ขู่เข็ญ ชักจูง ยุยง ส่งเสริม หรือยินยอมให้เด็กแสดง หรือกระทำการอันมีลักษณะลามกอนาจาร ไม่ว่าจะเป็นไปเพื่อให้ได้มาซึ่งค่าตอบแทน หรือเพื่อการใด

    (10) จำหน่าย แลกเปลี่ยน หรือให้สุราหรือบุหรี่แก่เด็ก เว้นแต่การปฏิบัติทางการแพทย์

    ผู้ที่ฝ่าฝืน มาตรา 26 ข้างต้น จะต้องรับโทษตาม มาตรา 78 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับไม่เกิน 30,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

    ทั้งนี้ ตามมาตรา 29 กฎหมายได้กำหนดให้ผู้ที่พบเห็นเด็กตกอยู่ในสภาพจำต้องได้รับการสงเคราะห์ หรือคุ้มครองสวัสดิภาพ จะต้องให้การช่วยเหลือเบื้องต้น และแจ้งต่อพนักงานเจ้าหน้าที่พนักงานฝ่ายปกครอง หรือตำรวจ หรือผู้ที่มีหน้าที่คุ้มครองสวัสดิภาพเด็ก โดยไม่ชักช้า

    นอกจากนี้ ตามมาตรา 29 วรรคสอง ยังได้กำหนดหน้าที่ให้แพทย์ พยาบาล นักจิตวิทยา นักสังคมสงเคราะห์ หรือเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ครูอาจารย์ หรือนายจ้าง ที่พบเห็นเด็กตกอยู่ในสภาพจะต้องได้รับการสงเคราะห์ จะต้องรายงานให้เจ้าหน้าที่ หรือผู้ที่มีหน้าที่คุ้มครองสวัสดิภาพเด็ก หรือฝ่ายปกครอง หรือตำรวจทราบ โดยไม่ชักช้าเช่นกัน

    ส่วนในคดีนี้ เด็กถูกทำร้ายจนถึงแก่ความตาย โดยวิธีการทรมาน ซึ่งมีลักษณะประการหนึ่งประการใดที่บัญญัติไว้ในมาตรา 289 จึงต้องรับโทษหนักขึ้นตาม เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 290 ผู้ใดมิได้มีเจตนาฆ่า แต่ทำร้ายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ผู้นั้นถึงแก่ความตาย ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สามปีถึงสิบห้าปี

    วรรคสอง ถ้าความผิดนั้นมีลักษณะประการหนึ่งประการใด ดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา 289 ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สามปีถึงยี่สิบปี

    ส่วนการที่แม่แท้ๆ ซึ่งมีหน้าที่ปกป้องลูกโดยตรง แต่กลับเพิกเฉย ไม่เข้าห้ามปรามพ่อเลี้ยง หรือให้การช่วยเหลือบุตร อาจจะมีความผิดในฐานะตัวการร่วม หรือผู้สนับสนุนแล้วแต่กรณี ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงในทางสอบสวนของพนักงานสอบสวน ประกอบกับ เหตุผลที่แม่ไม่เข้าห้ามปรามพ่อเลี้ยง หรือไม่ให้ความช่วยเหลือบุตรดังกล่าวนั้น เป็นเพราะสาเหตุใด และเป็นเหตุผลที่ฟังขึ้นหรือไม่ หากเป็นเหตุผลที่ฟังไม่ขึ้น พนักงานสอบสวนอาจจะแจ้งข้อกล่าวหาแม่ในฐานะที่เป็นตัวการ หรือผู้สนับสนุนก็ได้

    กรณีที่พนักงานสอบสวนได้สืบสวนสอบสวนแล้ว ปรากฏข้อเท็จจริงว่าแม่มีส่วนร่วมในการกระทำความผิด หรืองดเว้นการกระทำการตามหน้าที่ของแม่ที่พึงกระทำตามที่กฎหมายกำหนด ก็จะต้องรับโทษเสมือนหนึ่งเป็นผู้ลงมือกระทำความผิด แต่หากปรากฏข้อเท็จจริงว่า เป็นเพียงผู้สนับสนุนช่วยเหลือก่อน หรือขณะกระทำความผิด แม่ก็จะต้องรับโทษสองในสามส่วนของโทษที่ศาลลงโทษพ่อเลี้ยง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86 ผู้ใดกระทำด้วยประการใดๆ อันเป็นการช่วยเหลือ หรือให้ความสะดวกในการที่ผู้อื่นกระทำความผิด ก่อนหรือขณะกระทำความผิด แม้ผู้กระทำความผิดจะมิได้รู้ถึงการช่วยเหลือ หรือให้ความสะดวกนั้นก็ตาม ผู้นั้นเป็นผู้สนับสนุนการกระทำความผิด ต้องระวางโทษสองในสามส่วนของโทษที่กำหนดไว้สำหรับความผิดที่ สนับสนุนนั้น

    สุดท้ายนี้ ฝากท่านผู้อ่านทุกท่านครับ หากพบเห็นการกระทำใดๆ ก็ตามที่อาจจะส่งผลกระทบต่อสวัสดิภาพของเด็ก ไม่ควรที่จะเพิกเฉย สามารถที่จะแจ้งตำรวจ หรือเจ้าพนักงานฝ่ายปกครอง เพื่อตรวจสอบและเข้าช่วยเหลือคุ้มครองเด็ก ก่อนที่จะเกิดเหตุร้ายกับเด็กเช่นเดียวกับคดีนี้ครับ

    สำหรับท่านที่มีคำถามข้อสงสัยเกี่ยวกับเรื่องกฎหมายและต้องการความช่วยเหลือ หรือมีเรื่องราวดีๆ อยากแบ่งปันประสบการณ์ เมลมาหาผมได้ที่ “คุยกับคนดัง” talktoceleb@trendvg3.com ได้เลยครับ

    Instagram: james.lk

    อ่านเพิ่มเติม...

    อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

      แท็กที่เกี่ยวข้อง

      พ่อเลี้ยงทำร้ายลูกเลี้ยงคนดังนั่งเขียนทนายเจมส์พ่อเลี้ยงทำร้ายลูกเลี้ยง

      คุณอาจสนใจข่าวนี้

      thairath-logo

      ApplicationMy Thairath

      ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
      Trendvg3 logo
      Sonp logo
      inet logo
      วันศุกร์ที่ 3 ธันวาคม 2564 เวลา 23:17 น.
      ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
      เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์