“ลิซ่า” มาภูเก็ต “อันเดรอา” แสดงหน้าวัดพระแก้ว เคาต์ดาวน์ 600 ล้านบาท (คลิป)

ข่าว

    “ลิซ่า” มาภูเก็ต “อันเดรอา” แสดงหน้าวัดพระแก้ว เคาต์ดาวน์ 600 ล้านบาท (คลิป)

    ไทยรัฐฉบับพิมพ์

    15 ต.ค. 2564 05:30 น.

    ศบค.ผ่อนคลายมาตรการเข้ม หั่นเคอร์ฟิวเหลือ 4 ชั่วโมง เริ่ม 16 ต.ค. แต่ผับบาร์คาราโอเกะยังไม่เปิด งานประชุม งานแต่ง งานสังสรรค์ จัดได้แต่เชิญแขกได้ไม่เกิน 500 คนต่องาน ให้เวลา 2 ชั่วโมง และอาหารไม่ให้จัดแบบบุฟเฟต์เพิ่มนำร่องท่องเที่ยวเป็น 15 จังหวัด ลดพื้นที่สีแดงเข้มเหลือ 23 จังหวัด พื้นที่ควบคุมเหลือ 30 จังหวัด ส่วนพื้นที่สีส้มปรับเพิ่มเป็น 24 จังหวัด ด้าน รมว.การท่องเที่ยวฯย้ำ 2 ศิลปินโลก “ลิซ่า-อันเดรอา” มาเคาต์ดาวน์ไทยใช้ 500-600 ล้านบาท ดึงภาคเอกชนร่วมแจม วางโปรแกรม “ลิซ่า” แสดงภูเก็ต “อันเดรอา” แสดงหน้าวัดพระแก้วเพื่อสะกดสายตาชาวโลกให้มาเที่ยวไทยเพิ่ม และให้ “ลิซ่า” เป็นไอดอลเด็กเยาวชนห่างไกลยาเสพติด องค์การเภสัชฯขู่ “โมเดอร์นา” ที่เป็นโรคเลื่อนไม่มาตามนัด หากละเมิดสัญญาเล่นงานตามกฎหมายทันที วอนเห็นใจคนจองวัคซีน ด้านนายกสมาคมโรงพยาบาลเอกชนแนะบูสต์วัคซีนของรัฐก่อนได้ และใบจองสามารถเลื่อนหรือโอนสิทธิ์ได้แต่คืนเงินไม่ได้

    ศบค.ผ่อนลมหายใจคนไทยอีกขั้น อนุญาตให้หลายกิจกรรมกิจการกลับมาใกล้สภาวะปกติ เพื่อเตรียมตัวเปิดประเทศในเดือน ต.ค.และเดือน พ.ย. ตามที่นายกฯประกาศ แต่ก็ยังมีการเตรียมพร้อมรับมือโควิดสายพันธุ์ใหม่ที่อาจเกิดขึ้นด้วย

    ลดเคอร์ฟิวเพิ่มความสะดวก

    ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อเช้าวันที่ 14 ต.ค. พล.อ.เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.สส.) ในฐานะหัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง (ศปก.ศปม.) ให้สัมภาษณ์ก่อนเข้าร่วมประชุม ศบค.ชุดใหญ่ ว่าจะเป็นไปตามวาระการประชุม เมื่อถามว่า หากลดเวลาการออกนอกเคหสถาน (เคอร์ฟิว) เหลือ 23.00 น. ถึง 03.00 น.ของวันรุ่งขึ้น จะช่วยเรื่องการตั้งด่านความมั่นคงให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานได้สะดวกและความปลอดภัยมากขึ้นอย่างไรหรือไม่ พล.อ.เฉลิมพล กล่าวว่า การลดระยะเวลาเคอร์ฟิว เพื่อต้องการให้ประชาชนออกมาดำเนินกิจการกิจกรรม หรือการเดินทางได้ดีขึ้น เรื่องความปลอดภัยมีชุดตรวจอยู่เหมือนเดิม

    “บิ๊กตู่” ถก ศบค.ทำการบ้านเปิด ปท.

    ต่อมาเวลา 10.00 น. ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม ผอ.ศบค.เป็นประธานประชุม ศบค.ครั้งที่ 16/2564 หลังการประชุม นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในที่ประชุมนายกฯย้ำถึงมาตรการที่เปิดรับนักท่องเที่ยวโดยไม่มีการกักตัววันที่ 1 พ.ย. และ 1 ธ.ค.จะพิจารณาให้ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในร้านได้ เพื่อกระตุ้นภาคการท่องเที่ยวในโอกาสที่กำลังเข้าสู่เทศกาลปีใหม่ให้เหมาะสมและเตรียมพร้อมรับมือโควิดสายพันธุ์ใหม่ที่อาจจะเกิดขึ้น เร่งรัดฉีดวัคซีนให้ได้ตามแผน กระจายไปยังกลุ่มเป้าหมายอย่างเป็นระบบ ทั่วถึงและเป็นธรรม

    หนีบเอกชนร่วมแถลงข่าว

    จากนั้นในเวลา 12.35 น. หลังการประชุมเสร็จสิ้น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ได้เปิดแถลงข่าว โดยได้เรียกรัฐมนตรีและหัวหน้าส่วนราชการมาร่วมยืนแถลงข่าวด้วย ได้แก่ นายดอน ปรมัตถ์วินัย รองนายกฯและ รมว.ต่างประเทศ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คลัง นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว. คมนาคม นายชัยวุฒิ ธนาคมนานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข รวมถึงประธานสภาหอการค้า แห่งประเทศไทย และประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย

    ยังไม่เคาะชื่อ ปท.ให้เข้าไทย

    นายกฯแถลงว่า ประเด็นสำคัญที่อยากประกาศในวันนี้ คือเรื่องที่ได้แถลงการณ์เรื่องเตรียมการเปิดประเทศในเดือน พ.ย.เป็นต้นไป และมาตรการผ่อนคลายในเดือน ธ.ค.เป็นต้นไป มีหลายเรื่องที่นำเสนอเข้าสู่การพิจารณาในที่ประชุม ศบค. สำหรับรายชื่อประเทศที่จะเข้ามาในไทยโดยไม่ต้องกักตัว จะต้องมีการกำหนดมาตรการและเป็นไปตามมาตรฐาน ที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด ยังอยู่ระหว่างการหารือร่วมกันขึ้นอยู่กับประเทศต้นทางด้วย เราพยายามทำให้เกิดความร่วมมือกันทั้งส่วนราชการ ประชาชน ภาคเอกชน ในการเตรียมความพร้อมให้ทันกำหนดเวลาตามที่ได้ประกาศไปแล้ว อีกทั้งมาตรการเหล่านี้เป็นสิ่งที่จะสร้างความมั่นใจให้ชาวต่างประเทศที่เข้ามาในไทย ตลอดจนต้องมีมาตรการเตรียมการรองรับของพวกเราในฐานะเจ้าของบ้าน ที่จะทำอย่างไรให้เกิดความพร้อมให้มากที่สุด โดยเราต้องใช้เวลาที่เหลืออยู่ในเดือน ต.ค.และ พ.ย. ในการพิจารณามาตรการเปิดประเทศ การผ่อนคลายมาตรการต่างๆ ทั้งนี้ อาศัยกรอบด้านสาธารณสุขมาใช้ในการพิจารณาด้วย วันนี้เราจำเป็นต้องเตรียมความพร้อมที่จำเป็นทุกอย่างไว้ให้พร้อมในช่วงเวลาที่เหลืออยู่

    ขอ ปชช.เริ่มต้นทำมาหากิน

    พล.อ.ประยุทธ์กล่าวต่อว่า ส่วนการเดินทางของผู้ที่มาจากประเทศต่างๆ มีหลายประเทศที่ได้มีข้อเสนอหรือมีความต้องการจะเข้ามาในประเทศไทย ขอพิจารณาอย่างรอบคอบ ต้องใช้เวลาต่อจากนี้ในการเตรียมมาตรการต่างๆ ในการปรับประเทศต่างๆ เป็นสิ่งที่มีความจำเป็น เพราะเราตั้งหลักเกณฑ์เรื่องนี้มานาน แต่สถานการณ์ในปัจจุบันเปลี่ยนไปมากพอสมควร “วันนี้ผมยืนท่ามกลางภาครัฐและเอกชน ทั้ง กกร.หอการค้า สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ฝ่ายรัฐ คณะรัฐมนตรี กระทรวงสาธารณสุข โดยมีรองนายกรัฐมนตรี 2 ท่านที่ติดภารกิจเยี่ยมประชาชน ท่านแรกไปตรวจเยี่ยมสถานการณ์น้ำท่วม อีกท่านไปตรวจสถานการณ์ในภาคใต้ เป็นสิ่งที่เราต้องดูแลพื้นที่เหล่านั้นด้วย วันนี้ผมและพวกเรา อยากขอความร่วมมือจากประชาชนว่า เรื่องนี้อย่างน้อยจะเป็นจุดเริ่มต้นเล็กๆที่ช่วยให้ประชาชนหลายส่วนน่าจะได้เริ่มกลับมาทำมาหากิน กลับมาตั้งตัวได้ดีอีกครั้ง เราต้องมีความพยายามในการดึงนักท่องเที่ยวต่างประเทศให้เข้ามาไทยมากขึ้น ให้สอดคล้องกับศักยภาพ ของประเทศไทย และดำเนินการในช่วงเวลาที่เหมาะสม เช่นเดียวกับที่หลายๆประเทศกำลังทำอยู่” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว

    ร่วมมือทำในสิ่งเหนือคาดหมาย

    นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า การประชุมในวันนี้แสดงให้เห็นอีกครั้งว่าเวลาที่คนไทยจะร่วมมือกัน เราจะสามารถทำในสิ่งที่เหนือความคาดหมายได้เสมอ ทราบดีว่าทุกฝ่ายต้องทำงานกันอย่างหนัก เพื่อให้เรื่องนี้เกิดขึ้นได้ภายใน 2 สัปดาห์ที่เหลือนี้ ขอขอบคุณทุกฝ่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งฝ่ายเศรษฐกิจ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีทุกคน ภาคเอกชนที่ต้องร่วมมือกัน ตลอดจนกระทรวงมหาดไทยที่ต้องรับผิดชอบพื้นที่ต่างๆซึ่งรวมถึงพื้นที่ท่องเที่ยว ขณะเดียวกัน มาตรการต่างๆไม่ได้ใช้รองรับเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ แต่ยังใช้รองรับคนไทยที่กลับจากต่างประเทศด้วย โดยมีหลายมาตรการที่ต้องมีการหารือในรายละเอียดกันอีกครั้ง

    พร้อมเดินหน้าฟื้นท่องเที่ยว

    “วันนี้ผมยืนยันความพร้อมของเราที่จะจับมือเดินไปด้วยกันในการพลิกฟื้นการท่องเที่ยวของไทยให้กลับมาอีกครั้งตามศักยภาพที่เรามีอยู่มากมาย ขอความร่วมมือจากประชาชนทุกคนและจากชาวต่างประเทศที่อยู่ในประเทศ ไทยให้ช่วยประชาสัมพันธ์ ช่วยกันทำความเข้าใจว่าประเทศไทยมีความพร้อมมากแค่ไหน อย่างไร ขอขอบคุณครับ” นายกรัฐมนตรีกล่าว

    ติดเชื้อหลักหมื่นไม่นิ่ง

    ต่อมาเวลา 13.00 น. นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษก ศบค. แถลงผลประชุม ศบค.ว่า ในที่ประชุมได้รายงานสถานการณ์ประจำวันที่ 14 ต.ค.ว่ามีผู้ป่วยรายใหม่ 11,276 ราย เสียชีวิต 112 ราย ยอดผู้ติดเชื้อสะสม 1,751,704 ราย ยอดผู้เสียชีวิตสะสม 18,029 ราย ที่ประชุมเป็นห่วงพื้นที่ชายแดนภาคใต้ รวมถึงตัวเลขเพิ่มสูง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม ระบุให้ ศปก.ศบค.ส่วนหน้าคอยบัญชาการนำไปสู่การแก้ปัญหาในพื้นที่เพื่อให้การควบคุมโรคเห็นผลภาพเดียวทั้งประเทศ

    ยกเลิกประกาศประเทศธงแดง

    นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า ในที่ประชุมได้หารือเรื่องแผนการรองรับการเปิดประเทศ ตามที่นายกฯได้ออกแถลงการณ์เอ่ยชื่อมา 5 ประเทศ ที่เข้าไทยโดยไม่ต้องกักตัว ไม่จำกัดพื้นที่คือ อังกฤษ สหรัฐ อเมริกา เยอรมนี สิงคโปร์ จีน ที่ประชุมวันนี้ไม่ได้ ระบุประเทศเพิ่มเติมและมอบหมายให้ ศปก.ศบค.ไปพิจารณาร่วมกับกระทรวงสาธารณสุขต่อไป ที่ประชุมยังได้ยกเลิกการกำหนดประเทศดินแดนความเสี่ยงของสถานการณ์โควิด-19 เรื่องการจัดกลุ่มประเทศต่างๆเป็นเรื่องเดิม คณะกรรมการวิชาการได้คุยเรื่องนี้มาพอสมควร เห็นว่าหลักเกณฑ์ที่เคยกำหนดไว้ไม่เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบันแล้ว การกำหนดมาตรการบุคคลที่จะเข้าประเทศจำนวนการฉีดวัคซีน การตรวจโควิด การกักตัวและเฝ้าระวังสถานการณ์ สำคัญมากกว่าการกำหนดประเทศที่มีความเสี่ยงจริงยกเลิกไป

    เพิ่มนำร่องท่องเที่ยวเป็น 15 จว.

    นพ.ทวีศิลป์กล่าวอีกว่า ที่ประชุมยังได้หารือถึงการเปิดประเทศว่า หากเปิดประเทศแล้วต้องมีพื้นที่นำร่องท่องเที่ยว โดยเป็นพื้นที่สีฟ้าที่ จ.ภูเก็ต จ.สุราษฎร์ธานี เกาะสมุย เกาะเต่า เกาะพะงัน จ.พังงา จ.กระบี่ ในปัจจุบันจะต้องขยายพื้นที่รองรับนักท่องเที่ยวเพิ่มเติม โดยวันที่ 1-30 พ.ย.จะปรับเพิ่มจากแผนเดิม 10 จังหวัดเป็น 15 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร สมุทรปราการ (สนามบินสุวรรณภูมิ) กระบี่ (ทั้งจังหวัด) พังงา (ทั้งจังหวัด) ประจวบคีรีขันธ์ (ต.หัวหิน หนองแก) เพชรบุรี (เทศบาลเมืองชะอำ) ชลบุรี (เมืองพัทยา อ.บางละมุง ต.นาจอมเทียน ต.บางเสร่ เกาะสีชัง อ.ศรีราชา) ระนอง (เกาะพยาม) เชียงใหม่ (อ.เมือง แม่ริม แม่แตง ดอยเต่า) เลย (อ.เชียงคาน) บุรีรัมย์ (เมือง) หนองคาย (อ.เมือง ศรีเชียงใหม่ ท่าบ่อ สังคม) อุดรธานี (อ.เมือง นายูง หนองหาน ประจักษ์ศิลปาคม กุมภวาปี บ้านดุง) ระยอง (เกาะเสม็ด) ตราด (เกาะช้าง) ในเดือน ธ.ค.จะปรับพื้นที่สีฟ้าเพิ่มอีก 16 จังหวัด อาทิ จ.เชียงราย จ.แม่ฮ่องสอน จ.ลำพูน จ.แพร่ จ.สุโขทัย เป็นต้น โดยจังหวัดเหล่านี้จะต้องเข้าที่ประชุม ศปก.ศบค. อีกครั้งหนึ่ง

    บอกเปิด ปท.ต้องปลอดภัย

    นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า สำหรับแผนการเปิดประเทศแบบไม่กักตัวและไม่จำกัดพื้นที่ของนายกฯ ทีมงานแปลงออกมา ต้องมีกลยุทธ์ต่างๆ โดยการเปิดประเทศต้องปลอดภัย ลดวันกักตัว ปรับวิธีการหาเชื้อโควิด ลดค่าประกัน รวมทั้งต้องเฝ้าระวังการหลบหนีเข้าประเทศ เฝ้าระวังกลุ่มเปราะบาง เตรียมความพร้อมด้านสาธารณสุข และพัฒนาฐานข้อมูล ที่ประชุมได้สั่งการให้นำกลยุทธ์จัดทำแผนนี้ ก่อนเสนอ ศบค.ให้อนุมัติแผนภายใน 2 เดือนหลังจากนี้และถ่ายทอดไปทุกหน่วยงานดำเนินการตามแผน โดยวันที่ 1-30 พ.ย. จะดำเนินการตามแผนระยะที่ 1 ระยะที่ 2 เดือน ธ.ค. จะดำเนินการต่อเนื่องและทำประเมินระยะที่ 3 เดือน ม.ค.65 จะผลักดันกลยุทธ์ดังกล่าวต่อไป

    ลดพื้นที่แดงเข้มเหลือ 23 จว.

    นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า ที่ประชุมยังเห็นชอบปรับพื้นที่ และการปรับมาตรการการป้องกันควบคุมโควิด-19 ในแต่ละพื้นที่ ให้มีผลตั้งแต่วันที่ 16 ต.ค. โดยพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด หรือสีแดงเข้ม จาก 29 จังหวัด เหลือ 23 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพฯ กาญจนบุรี จันทบุรี ชลบุรี ฉะเชิงเทรา ตาก นครปฐม นครนายก นครศรีธรรมราช นราธิวาส นนทบุรี ปทุมธานี ปราจีนบุรี ปัตตานี อยุธยา ยะลา ระยอง ราชบุรี สงขลา สมุทรปราการ สมุทรสงคราม สมุทรสาคร และสระบุรี

    พื้นที่ควบคุมเหลือ 30 จว.

    โฆษก ศบค.กล่าวด้วยว่า ส่วนพื้นที่ควบคุม หรือพื้นที่สีแดง จาก 37 จังหวัด เหลือ 30 จังหวัด ได้แก่ กาฬสินธุ์ ขอนแก่น ชัยนาท ชัยภูมิ ชุมพร เชียงรายเชียงใหม่ ตรัง ตราด นครสวรรค์ ประจวบคีรีขันธ์ พัทลุง พิจิตร พิษณุโลก เพชรบุรี มหาสารคาม ระนอง ลพบุรี ศรีสะเกษ สตูล สระแก้ว สิงห์บุรี สุพรรณบุรี สุราษฎร์ธานี สุรินทร์ อ่างทอง อุดรธานี อุบลราชธานี เพชรบูรณ์ นครราชสีมา ส่วนพื้นที่ควบคุม หรือสีส้ม จาก 11 จังหวัด เป็น 24 จังหวัด ได้แก่ กระบี่ กำแพงเพชร นครพนม น่าน บึงกาฬ บุรีรัมย์ พะเยา พังงา แพร่ ภูเก็ต มุกดาหารแม่ฮ่องสอน ยโสธร ร้อยเอ็ดลำปาง ลำพูน เลย สกลนคร สุโขทัย หนองคาย หนองบัวลำภู อุตรดิตถ์ อุทัยธานี อำนาจเจริญ

    ร้านสะดวกซื้อปิด 4 ทุ่ม

    นพ.ทวีศิลป์ยังกล่าวด้วยว่า ส่วนการปรับมาตรการป้องกันและควบคุมโควิด-19 ในพื้นที่ที่ต้องปรับเปลี่ยนไปด้วยนั้น ในพื้นที่สีแดงเข้มปรับเวลาห้ามออกนอกเคหสถาน เป็นเวลา 23.00-03.00 น.ของวันรุ่งขึ้น ตั้งแต่วันที่ 16 ต.ค. อย่างน้อย 15 วัน เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ประกอบการในตลาดโต้รุ่งตลาดเช้า ปรับเวลาการปิดร้านสะดวกซื้อ เป็น 22.00 น. และต้องพิจารณาความเห็นชอบเรื่องการเปิดบริการสวนสนุกและเครื่องเล่น ส่วนกิจการและกิจกรรมอื่น เช่น โรงภาพยนตร์ เปิดได้ถึง 22.00 น. แต่เน้นย้ำมาตรการป้องกันด้านสาธารณสุขอย่างเข้มงวด สถานดูแลผู้สูงอายุให้เปิดแบบรับไป-กลับได้

    ประชุม–งานแต่งแขกไม่เกิน 500

    โฆษก ศบค.กล่าวต่ออีกว่า ส่วนการจัดการประชุม จัดงานตามประเพณีนิยม ได้แก่ งานเลี้ยงสังสรรค์ งานแต่งงาน ทำได้ในศูนย์แสดงสินค้า ศูนย์ประชุม สถานที่จัดนิทรรศการ รวมถึงสถานที่ลักษณะเดียวกันในห้างสรรพสินค้าและโรงแรมได้ แต่จำกัดจำนวนคนไม่เกิน 500 คน เว้นระยะห่าง จัดเลี้ยงอาหารแบบแยกชุด เพื่อไม่ให้ปนเปื้อน ไม่ให้รับประทานอาหารร่วมกันลักษณะที่มีอาหารวางตรงกลาง สวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา ใช้เวลาจัดงานไม่เกิน 2 ชั่วโมง เปิดได้ปกติแต่ไม่เกิน 22.00 น. กรณีผู้ร่วมงานเกิน 50 คน ให้ขออนุญาตคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด คณะกรรมการโรคติดต่อ กรุงเทพ มหานคร ส่วนการขนส่งสาธารณะทุกประเภท จากเดิมที่อนุญาต 75% ให้ปรับเพิ่มได้โดยดูความสามารถในการบรรจุของยานพาหนะและผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการควบคุมและกำกับด้วย สำหรับทุกพื้นที่ ศูนย์แสดงสินค้า ห้างสรรพสินค้า คอมมูนิตี้มอลล์ ให้เปิดตู้เกม เครื่องเล่น ร้านเกม ที่เล่นรายบุคคลหรือแข่งเป็นคู่ได้ ยกเว้นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวดที่ยังไม่อนุญาตให้เปิดบริการ ส่วนสวนน้ำ สวนสนุกในทุกพื้นที่ยังไม่อนุญาตให้เปิด

    ให้ผับบาร์เตรียมตัวรอก่อน

    นพ.ทวีศิลป์ยังกล่าวว่า สำหรับสนามกีฬา อนุญาตให้เปิดบริการได้โดยขยายเวลาถึง 22.00 น. การจัดกิจกรรมรวมกลุ่มให้ขยายจำนวนคนได้ โดยปรับเพิ่มขึ้นได้แก่ พื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวดและพื้นที่เฝ้าระวัง ตามลำดับ คือ จากเดิม 25 เป็น 50 เดิม 50 เป็น 100 เดิม 100 เป็น 200 เดิม 200 เป็น 300 และ 500 ตามลำดับ แต่ขณะนี้ ไทยยังไม่มีพื้นที่เฝ้าระวังสูงหรือสีเหลือง พื้นที่เฝ้าระวังหรือสีเขียว โดยเน้นย้ำให้ยึดมาตรการครอบจักรวาล เพื่อควบคุมตนเองให้ดี ให้คิดเสมอว่าคนอื่นก็มีเชื้อโควิด ส่วนสถานบันเทิง ผับ บาร์ คาราโอเกะ ที่ประชุม ศบค.ยังไม่อนุญาตให้เปิด เป็นเพียงให้เตรียมการไว้ก่อน เดือนถัดไปจะมีการเร่งรัดมาตรการให้แล้วเสร็จเพื่อที่จะเปิดดำเนินการ ตอนนี้ความเสี่ยงยังสูง จึงขอให้ทุกคนเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยกันปรับปรุงกิจการภายในไปก่อน โดยที่ประชุม ศบค.มอบ ศปก. ศบค.และกระทรวงมหาดไทย กทม. รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำกับดูอย่างใกล้ชิด

    เห็นชอบหายาโมลนูพิราเวียร์

    โฆษก ศบค.ยังกล่าวตอนสุดท้ายด้วยว่า ที่ประชุม ศบค.เห็นชอบแผนการจัดหายาโมลนูพิราเวียร์ 50,000 คอร์ส ตามที่กระทรวงสาธารณสุขเสนอ โดยมอบหมายให้กรมการแพทย์เสนอเข้าที่ประชุม ครม. เพื่อพิจารณากรอบวงเงิน ศบค.ยังรับทราบแผนการจัดหาวัคซีน โดยตามแผนที่แจ้งมาการนำเข้าวัคซีนตลอดทั้งปี 64 คือ 127 ล้านโดส ตามแผนเดิม ขณะที่เป้าหมายการฉีดวัคซีนในเดือน ต.ค.ตั้งเป้าฉีดให้ครอบคลุมประชากรทั้งหมด ทั้งชาวไทยและต่างชาติ ร้อยละ 50 อย่างน้อยในแต่ละจังหวัดให้มีหนึ่งพื้นที่ฉีดให้ได้ร้อยละ 70 เพื่อเป็นพื้นที่ COVID Free Area เตรียมเปิดรับนักท่องเที่ยว หรือเชื่อมโยงจังหวัดเปิดรับนักท่องเที่ยว พร้อมทั้งตั้งเป้าฉีดครอบคลุมกลุ่มผู้สูงอายุ และ 7 กลุ่มโรคเสี่ยง เพิ่มเป็นร้อยละ 80

    “ลิซ่า–อันเดรอา” มาไทยแน่

    ส่วนเรื่องที่ไทยเตรียมเชิญ “ลิซ่า แบล็กพิงก์” หรือลลิษา มโนบาล ศิลปินหญิงเดี่ยวที่มียอดวิวหรือยอดคนเข้าไปดูวิดีโอสูงสุดบน Youtube ภายใน 24 ชั่วโมง และยังเป็นศิลปินสาวชาวไทยชื่อดังระดับโลก กับ “อันเดรอา โบเชลลี” นักร้องโอเปร่าชื่อดังอันดับ 1 ของโลกชาวอิตาลี มาร่วมงานเคาต์ดาวน์ที่เมืองไทย เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการเปิดประเทศนั้น นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า จากการพูดคุยผ่านเอเจนซีชาวไทยของ 2 ศิลปิน คือ “ลิซ่า แบล็กพิงก์” กับ “อันเดรอา โบเชลลี” เมื่อดูตารางเวลาและความเป็นไปได้ เชื่อว่าไม่น่ามีปัญหา ศิลปิน 2 คนนี้สามารถเดินทางมาเมืองไทยได้แน่ สำหรับเงินที่จะต้องใช้คาดว่าประมาณ 500-600 ล้านบาท แบ่งเป็น 200 ล้านบาทจะใช้งบประมาณของรัฐ อีกประมาณ 300-400 ล้านบาทจะเป็นเงินจากเอกชนที่จะร่วมสนับสนุนงานอีเวนต์กระตุ้นการท่องเที่ยว สร้างภาพท่องเที่ยวไทยให้ออกไปสู่สายตาชาวโลก ตามแผน “ลิซ่า แบล็กพิงก์” จะเดินทางมาร่วมเคาต์ดาวน์ในเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 2565 ที่ จ.ภูเก็ต ที่ ททท.จะจัดเป็นอีเวนต์ระดับโลกโปรโมตภูเก็ตในฐานะเมืองท่องเที่ยวระดับโลก

    เป็นคอนเสิร์ตสะกดชาวโลก

    นายพิพัฒน์กล่าวอีกว่า ส่วนอันเดรอา โบ เชลลี ศิลปินที่เคยแสดงคอนเสิร์ตเรียกน้ำตาจากคนทั่วโลก ที่มหาวิหารดูโอโม เป็นคอนเสิร์ต Music For Hope เพื่อส่งกำลังใจ ความรัก การเยียวยาและความหวังแก่ชาวอิตาลี ผู้ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ในวันอีสเตอร์ ถือเป็นคอนเสิร์ตครั้งประวัติศาสตร์ที่ผู้คนทั่วโลกพูดถึง จะร่วมเคาต์ดาวน์ที่กรุงเทพมหานคร จะใช้ฉากหลังเป็นวัดพระแก้วและสนามหลวง เพื่ออวดประเทศไทยต่อสายตาคนทั่วโลก การแสดงในกรุงเทพฯต้องหารือกับผู้ว่าฯ กทม.ก่อนว่าจะดำเนินการได้ในรูปแบบใด เรื่องนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีรับทราบแผนการเชิญ 2 ศิลปินมาเมืองไทย ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการเปิดประเทศ เพื่อสร้างกำลังใจให้กับคนไทย ที่คนไทยร่วมกันฝ่าฟันวิกฤติโควิด-19 ไปด้วยกัน เพราะการจัดงานครั้งนี้ คนไทยทั้งภาครัฐและเอกชน ร่วมกันจัดให้คนจากทั่วโลกหันมามองประเทศไทย หันมาเที่ยวเมืองไทยอีกครั้ง ขณะที่ลิซ่าจะเป็นไอดอลให้เยาวชนไทยใช้เป็นต้นแบบบุคคลที่ห่างไกลยาเสพติดด้วย

    เอาผิดโมเดอร์นาถ้าทำละเมิด

    วันเดียวกัน นพ.วิฑูรย์ ด่านวิบูลย์ ผอ.องค์การเภสัชกรรม เปิดเผยว่า องค์การฯร่วมกับสมาคม รพ.เอกชน ลงนามสัญญาจัดซื้อวัคซีนโมเดอร์นาจากบริษัทซิลลิคฯ ผู้นำเข้ามากว่า 3 เดือนเพื่อเป็นวัคซีนทางเลือก ได้ติดตาม กำชับ เร่งรัดเรื่อยมา แต่ที่ผ่านมามีความล่าช้าจนได้รับความเสียหายจากการให้ความหวังกับประชาชนที่บอกจะนำเข้ามาในเดือน ต.ค. แต่มีข้อติดขัดต่างๆแล้วเดือน พ.ย.จะชัดเจนอย่างไร หากมีการละเมิดสัญญาก็จะดำเนินการตามกฎหมาย ความคาดหวังสังคมสูง อยากให้สื่อสารชัดเจนทุกสัปดาห์ ก่อนหน้านี้แจ้งว่าเดือน ต.ค. จะมาแต่ก็ทำไม่ได้ หากบอกว่าเดือน พ.ย.จะมา ตอนนี้อีก 2 อาทิตย์จะเข้าเดือน พ.ย. ต้องชัดเจนว่าจะมาหรือไม่อย่างไร ไม่อยากให้ประชาชนผิดหวังครั้งแล้วครั้งเล่า

    แนะบูสต์ของรัฐก่อนได้

    ด้าน นพ.เฉลิม หาญพาณิชย์ นายกสมาคมโรงพยาบาลเอกชน กล่าวว่า วัคซีนโมเดอร์นาลอตที่ 1 สั่งซื้อไป 3.9 ล้านโดส แต่ปัญหาคือความชัดเจนเรื่องกำหนดระยะเวลา จึงยากลำบากต่อการจัดการ อีกไม่กี่วันจะเข้าเดือน พ.ย.แล้ว เข้าใจความคาดหวังของผู้จองวัคซีนเพราะเป็นเงินส่วนตัว ขณะนี้รัฐบาลฉีดเข็ม 3 ทั้งแอสตราฯ หรือไฟเซอร์ แต่หลายคนไม่ยอมฉีดเพราะรอโมเดอร์นา ส่วนตัวขอให้ไปฉีดเข็ม 3 ก่อนและเลื่อนโมเดอร์นาออกไป ใบจองระบุเลื่อนเวลาและโอนสิทธิ์ได้ ข้อดีโมเดอร์นาคือสามารถฉีดในกลุ่มคนอายุ 12-17 ปีได้ แต่ไม่สามารถ คืนเงินจองได้ ทั้งนี้ โมเดอร์นาเป็นวัคซีนมีประสิทธิภาพดีที่สุด ครอบคลุมสายพันธุ์เดลตาได้

    ยันโมเดอร์นามา พ.ย.แน่

    ขณะที่ ภญ.สุนัยนา กิจเกษตรไพศาล ผู้จัดการทั่วไป บริษัท แซดพี เทอราพิวติกส์ ซิลลิค ฟาร์มา ประเทศไทย กล่าวว่า ความล่าช้าเนื่องจากปัญหาการผลิตที่ยุ่งยาก ซับซ้อน ล่าสุดที่หารือกับโมเดอร์นาจะส่งมาให้ได้ภายในเดือน พ.ย.แน่นอน ทยอย
    ส่งสัปดาห์ละ 1-3 แสนโดสทุกสัปดาห์จนครบ 1.9 ล้านโดสในไตรมาส 4 ที่เหลือส่งมอบไตรมาส 1 ปี 65 แต่ไม่สามารถระบุวันเวลาที่ชัดเจนได้ เนื่องจากวัคซีนผลิตต่อเนื่องและส่งตรวจคุณภาพมาตรฐาน จะรู้ล่วงหน้าประมาณ 1-2 สัปดาห์ อาจมาปลายต.ค. หรือกลาง พ.ย.ก็ได้ เมื่อเข้ามาก็ส่งกรมวิทย์ฯตรวจคุณภาพ 3-5 วันก่อนนำส่ง รพ.เอกชน จะทำให้ พ.ย.เกิดขึ้นให้ได้ แม้สัญญาจะส่งมอบเป็นไตรมาส จะทำให้ได้ตามสิ่งที่คาดหวัง

    ยังไม่มีข้อมูลใช้โมเดอร์นาเป็นเข็ม 3

    นพ.ภุชงค์ ผดุงสุทธิ์ ผอ.ฝ่ายการแพทย์ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บริษัท แซดพี เทอรา พิวติกส์ฯ กล่าวถึงกรณีผู้ที่ฉีดวัคซีนซิโนแวคหรือแอสตราฯ ไปแล้ว 2 เข็ม และจองโมเดอร์นาไว้ใช้เป็นเข็ม 3 ได้หรือไม่ว่า การใช้วัคซีนในไทยไม่เหมือนการทำวิจัยในสหรัฐอเมริกา หรือยุโรป แนะนำให้ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญตาม รพ.ถึงข้อกำหนดการใช้เป็นเข็ม 3 หรือเข็มถัดไป ปัจจุบันยังไม่มีข้อมูลโมเดอร์นาที่ใช้เป็นการกระตุ้นเข็ม 3 ตามหลังวัคซีนชนิดต่างๆ ที่ไม่ใช่โมเดอร์นาโดยตรง

    ตลาดเมืองใหม่แพร่ 7 คลัสเตอร์ย่อย

    ที่ จ.เชียงใหม่ จนท.เทศกิจเทศบาลนครเชียงใหม่ ตำรวจ สภ.ช้างเผือก จนท.หน่วยปฏิบัติการพิเศษ ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ ตั้งด่านคุมเข้มทาง
    เข้าออกตลาดเมืองใหม่ อ.เมืองเชียงใหม่ ทุกช่องทางรวม 4 จุดเพื่อควบคุมไม่ให้มีการซื้อขายสินค้าหลังจังหวัดสั่งปิดพื้นที่ตลาดเมืองใหม่และตลาด ส.ท.เก๊า ถึงวันที่ 22 ต.ค.ขณะที่คลัสเตอร์ตลาดเมืองใหม่ยังพบการระบาดมากขึ้น ล่าสุดมีผู้ติดเชื้อแล้วถึง 587 ราย ส่วนใหญ่เป็นพ่อค้าแม่ค้าในตลาด พนักงานเข็นรถรับส่งผัก พ่อค้าแม่ค้าตลาดอื่นๆที่มาซื้อสินค้ารวมทั้งผู้สัมผัสร่วมบ้านที่กระจายไปเกือบทุกอำเภอ ซึ่งพบแล้ว 7 คลัสเตอร์ย่อยที่เชื่อมโยงกับตลาดเมืองใหม่

    ยายเชื่อหลานดับเพราะวัคซีน

    ที่วัดป่าจิตสามัคคี เขตเทศบาลนครนครราชสีมา ญาตินายสุระชัย อาสาพานิช หรือน้องฟลุ๊ก อายุ 20 ปี นศ.ปี 1 คณะบริหารธุรกิจการโรงแรม มหาวิทยาลัย รามคำแหง นำร่างน้องฟลุ๊กมาบำเพ็ญกุศล หลังเสียชีวิตที่ รพ.มหาราชนครราชสีมา โดยญาติเชื่อว่าเสียชีวิตจากการฉีดวัคซีนเข็มแรก นางหงส์ยนต์ ปนสระน้อย อายุ 70 ปี ยายน้องฟลุ๊ก เผยว่า หลานกำพร้าพ่อแม่ ปกติเป็นคนแข็งแรง ไม่น่าเชื่อจะมาเสียชีวิตกะทันหัน ทั้งที่ตอนนอนรักษาตัวอยู่ รพ.ยังพูดคุยปกติ แต่คืนก่อนตายมีอาการตาพร่ามัวมองเห็นยายมี 3 ตาจึงบอกให้หลานบอกกล่าวเจ้าที่เจ้าทางสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เจ้าของเตียงผู้ป่วยขอซื้อเตียงนอนจากผู้ล่วงลับที่เตียงนี้แต่สุดท้ายหลานชายก็เสียชีวิต เชื่อว่าสาเหตุจากฉีดวัคซีน ก่อนหน้านี้เจ้าตัวไม่กล้าฉีด ยายเป็นคนรบเร้าให้หลานไปฉีดเอง อยากวิงวอนให้หน่วยงานสาธารณสุขตรวจสอบและช่วยเหลือเยียวยาครอบครัว

    เศร้าแม่ตายโควิดลูกไปเผาไม่ได้

    ที่นครศรีธรรมราช หลัง “เพจกู้ภัยวัดหนองดี” ของหน่วยกู้ภัยสยามรวมใจ-ปู่อินทร์ จุดหนองดี อ.นาบอน จ.นครศรีธรรมราช เผยแพร่ภาพสุดสะเทือนใจเป็นภาพลูก 3 คน ก้มกราบศพแม่ที่เสียชีวิตด้วยโควิดและศพอยู่ที่ท้ายรถกู้ภัยเพราะ จนท.กู้ภัยจะนำไปฌาปนกิจที่วัดใน อ.ถ้ำพรรณรา เนื่องจากลูกทั้ง 3 คนติดเชื้อโควิดอยู่ระหว่างรักษาตัวที่ รพ. สนาม ไม่สามารถเดินทางไปเผาศพแม่ได้ มีผู้เข้าไปแสดงความคิดเห็นจำนวนมากกับภาพบีบหัวใจภาพนี้ ส่วนใหญ่ให้กำลังใจครอบครัวผู้เสียชีวิตและร่วมไว้อาลัย ขณะที่สถานการณ์ผู้ป่วยมีผู้ติดเชื้อรายใหม่อีก 488 คน

    ปัตตานียังหนักยอดติดเชื้อพุ่ง

    ส่วนที่ จ.ปัตตานี สถานการณ์โควิด-19 น่าห่วง มียอดผู้ติดเชื้อพุ่งสูงในวันที่ 14 ต.ค. ถึง 644 รายจากสาเหตุเดิมคือการรวมกลุ่มของผู้คนในสถานที่ต่างๆ และนำเชื้อกลับไปแพร่ในชุมชนจนกระจายเป็นวงกว้าง โดยอำเภอเมืองปัตตานียังคงเป็นอันดับหนึ่งที่มีการติดเชื้อสูงภายในจังหวัด ขณะที่หน่วยงานสาธารณสุขจัดการตรวจหาเชื้อเชิงรุกที่สนามกีฬากลางปัตตานี

    “อนุทิน” ดูสถานการณ์โควิดใต้

    ที่ จ.ยะลา นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายก รัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข พร้อมด้วยนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา นำคณะเดินทางไปประชุมเจ้าหน้าที่บุคลากรทางการแพทย์ในพื้นที่ ติดตามสถานการณ์โควิด-19 ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ รพ.ยะลา มอบนโยบายและแนวทางปฏิบัติงานแก่บุคลากรสาธารณสุขในพื้นที่ในการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดเพื่อลดจำนวนผู้ติดเชื้อ พร้อมกันนี้ได้มอบยาชุดช่วยเหลือผู้ประสบภัย 8 รายการ จำนวน 3,000 ชุด หน้ากากอนามัย 20,000 ชิ้น พร้อมยาฟาวิพิราเวียร์ จำนวน 50,000 เม็ด ให้กับ พล.ท.เกรียงไกร ศรีรักษ์ แม่ทัพภาคที่ 4 สำหรับยอดผู้ติดเชื้อโควิดรายใหม่ที่ จ.ยะลา มีจำนวน 785 คน โดยก่อนหน้าเดินทางมา จ.ยะลา นายอนุทินและนายพิพัฒน์ได้เดินทางไปติดตามมาตรการป้องกันโควิด-19 ที่ จ.สงขลา

    สหรัฐฯโอเควัคซีนสูตรไขว้

    สถาบันสุขภาพแห่งชาติสหรัฐฯ เผยผลการศึกษาเบื้องต้น ว่า การใช้วัคซีนต่างชนิดฉีดเป็นเข็มที่ 3 ไม่ว่าจะเป็นของไฟเซอร์ โมเดอร์นา หรือจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน มีความปลอดภัย ทั้งการฉีดวัคซีนต่างสูตรนั้น ยังพบว่ามีประสิทธิภาพในการกระตุ้นภูมิคุ้มกันเทียบเท่ากันหรือสูงกว่า เมื่อเทียบกับการฉีดสองโดสแรกด้วยวัคซีนยี่ห้อเดียวกัน ขณะที่มหาวิทยาลัยอิมพีเรียล คอลเลจ ลอนดอนของอังกฤษ เรียกร้องให้คนเข้ารับการฉีดเข็มที่สาม หลังการตรวจหาเชื้อกลุ่มตัวอย่างกว่า 100,000 คน พบว่า ผู้ที่ได้รับวัคซีนครบสองโดสผ่านไป 3-6 เดือน มีอัตราการติดเชื้อเพิ่มขึ้น

    บาหลีเปิดเกาะ-ยอดเป็นศูนย์

    ส่วนเกาะบาหลีของอินโดนีเซียเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติเป็นวันแรก แต่ประสบปัญหายอดเที่ยวบินจากต่างประเทศเป็นศูนย์ ทำให้ร้านค้าต่างๆและบรรดาบริการแท็กซี่ต่างรอเก้อ สมาคมการท่องเที่ยวบาหลีเผยว่า รัฐเปิดเกาะกะทันหันเกินไป เพิ่งแจ้งรายชื่อประเทศที่อนุญาตให้เข้าเมือง 19 ชาติ (ไม่มีสหรัฐฯ ออสเตรเลียและไทย) เมื่อคืนวันที่ 13 ต.ค. แต่การเดินทางมาบาหลีต้องรอขอวีซ่า แถมมีมาตรการนักท่องเที่ยวต้องเข้ารับการกักตัวในโรงแรม 5 วัน ทั้งที่พฤติกรรมนักท่องเที่ยวซึ่งระยะหลังเป็นชาวจีน มักพักอยู่ในบาหลีเป็นเวลาสั้นๆ ขณะที่เว็บไซต์ข้อมูลเที่ยวบิน ไฟลท์เรดาห์ 24 ระบุด้วยว่าตลอดวันที่ 14-15 ต.ค. ไม่มีเที่ยวบินจากต่างประเทศเดินทางเข้าเกาะบาหลี

    อ่านเพิ่มเติม...

    อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    โควิด-19ล็อกดาวน์29 จังหวัดสีแดงเข้มล็อกดาวน์เพิ่มศบคเคอร์ฟิวข่าวหน้า1

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันพฤหัสที่ 21 ตุลาคม 2564 เวลา 21:10 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์