"ท่องเที่ยว" ตั้งเป้าชิง นทท.ปักธงปี 65 คืนชีพ! ผู้ประกอบการผวา โควิดปะทุ

ข่าว

    "ท่องเที่ยว" ตั้งเป้าชิง นทท.ปักธงปี 65 คืนชีพ! ผู้ประกอบการผวา โควิดปะทุ

    ไทยรัฐออนไลน์

    13 ต.ค. 2564 23:38 น.

    • "ท่องเที่ยว" เตรียมพร้อมรับเปิดประเทศ ตั้งเป้าชิงนักท่องเที่ยว ไตรมาสที่ 4 ปีนี้ และไตรมาสที่ 1 ปีหน้า รอเคาะประเทศเข้าไทยเพิ่ม 14 ต.ค.นี้
    • ททท.พร้อมโปรโมตเที่ยวไทย จัดงานใหญ่เคาต์ดาวน์ภูเก็ต ดันเป็นอีเวนต์ระดับโลก ชง ศบค.เพิ่ม เปิดรายชื่อ 21 ประเทศที่ไม่ต้องกักตัว
    • เตรียมพร้อมเปิดประเทศ เปิดรายชื่อ 21 ประเทศ ที่ไม่ต้องกักตัว รอ ศบค.เคาะชุดใหญ่ไฟเขียว เผยพื้นที่ "แซนด์บ็อกซ์" ยังเปิดรับ นทท.ได้อีกเพียบ ผู้ประกอบการผวาโควิดปะทุซ้ำระลอกใหม่

    ข่าวใหญ่วานนี้หลัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม นัดแถลงผ่านหน้าจอทีวีในเวลา 20.30 น. เล่นเอา "คอการเมือง" แอบลุ้นนิดๆ ถึงกระแส "ยุบสภา" แต่ถึงเวลาก็แห้วตามกัน ปรากฏเป็นการประกาศเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวจาก ประเทศที่มีความเสี่ยงต่ำ ไม่ต้องกักตัว เริ่ม 1 พ.ย.นี้ ตามมาด้วย 1 ธ.ค.ไฟเขียวให้ดื่มแอลกอฮอล์ในร้านอาหาร-สถานบันเทิงได้ตามปกติ ท่ามกลางสถานการณ์ผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 ยังสูงในหลายพื้นที่ และยอดรวมรายวันยังแตะหลักหมื่น!!! 

    จับอาการ "ท่านผู้นำ" อยู่ในอารมณ์กล้าๆ กลัวๆ ตามสัญญาประชาคม เปิดประเทศใน 120 วัน ด้านหนึ่งก็ต้องเล่นบทตีปี๊บ ชื่นชมยินดีกับความสำเร็จการควบคุมการแพร่ระบาด จนสามารถเปิดประเทศได้ตามสัญญา แต่อีกด้านก็ยังผวา หาก "พลาด" ขึ้นมา ระบาดซ้ำรอบใหม่ คราวนี้ "พัง" แน่ ทั้งระบบสาธารณสุขและเศรษฐกิจ 

    แน่นอนภายหลังนายกฯ ส่งสัญญาณเปิดประเทศอย่างเป็นทางการ ฟันเฟืองสำคัญตัวหนึ่งคงหนีไม่พ้น "ภาคการท่องเที่ยว" ที่ถือเป็นความหวังสำคัญของรัฐบาล ในการติดเครื่องเดินหน้าตามแผนสร้างความเชื่อมั่น กอบกู้เครดิต และกระตุ้นเศรษฐกิจด้านการท่องเที่ยว ให้กลับมาฟื้นมีลมหายใจอีกครั้ง หลังจาก "โคม่า" ลากยาวมากว่าขวบปี ดังนั้นวันนี้ลองมาดูกันว่า "ภาคการท่องเที่ยว" วางเป้าหมายสำคัญอะไรไว้บ้าง รวมทั้งมาฟังความเห็นจากฝ่ายที่กังวลถึงสภาพความพร้อมของรัฐบาล สำหรับการเปิดประเทศในอีก 19 วันข้างนี้?

    เชื่อเปิดประเทศ 1 พ.ย. ดึงดูดนักท่องเที่ยว

    นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า หลังจากนายกฯ ประกาศเปิดประเทศวันที่ 1 พ.ย.นี้ แผนระยะที่ 1 จะเปิดอีก 10 จังหวัด ให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาโดยไม่ต้องกักตัว และที่นายกฯ ประกาศเปิดประเทศ 120 วัน ก่อนหน้านี้ครั้งนี้ถือว่าเร็วขึ้น หลายประเทศประกาศเปิดประเทศ เช่น สิงคโปร์ อังกฤษ และสหรัฐอเมริกา ถือเป็นการช่วงชิงนักท่องเที่ยว ถ้าเรายังกักตัว 7 วัน จะต่อสู้ดึงนักท่องเที่ยวยาก ประกาศเปิดประเทศวันที่ 1 พ.ย. เชื่อว่าจะดึงดูดนักท่องเที่ยวเข้าประเทศในไตรมาสที่ 4 และไตรมาสที่ 1 ปีหน้าได้อย่างสมบูรณ์แบบ ประเทศไทยถือเป็นหนึ่งในประเทศยอดนิยมสำหรับช่วงฤดูหนาวของยุโรป อเมริกา ญี่ปุ่น เกาหลี และจีน

    เปิด 10 จังหวัด รวม กทม.

    ส่วน 10 จังหวัดรวมกรุงเทพฯ ด้วยหรือไม่ นายพิพัฒน์ กล่าวว่า รวมด้วย 10 จังหวัดหมายความว่า กระบี่ พังงา เปิดทั้งจังหวัด ส่วนกรุงเทพฯ ชลบุรี เปิดบางส่วน จ.ชลบุรี จะเปิดเฉพาะ อ.บางละมุง อ.สัตหีบ จังหวัดอื่นๆ จะมีที่ อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ จ.เชียงใหม่ 4 อำเภอ คือ อ.เมือง อ.ดอยเต่า อ.แม่แตง และ อ.แม่ริม จ.ระนอง ที่เกาะพยาม และอาจจะมีที่ จ.เลย ที่ อ.เชียงคาน

    รอเคาะประเทศเข้าไทยเพิ่ม 14 ต.ค.นี้

    ส่วนประเทศความเสี่ยงต่ำที่จะเข้าไทยโดยไม่ต้องกักตัวนั้น กระทรวงการท่องเที่ยวฯ เป็นส่วนหนึ่งที่เสนอต่อกระทรวงสาธารณสุข และ ศบค. ให้เปิด ททท.ได้ประชุมและเสนอ ศบค.ชุดเล็กไป คงต่อรอดูการประชุม ศบค.ชุดใหญ่พิจารณาวันที่ 14 ต.ค.นี้ ประเทศที่จะเข้ามาไม่ต้องกักตัวนั้น เป็นไปตามที่นายกฯ ได้ประกาศไปแล้ว เบื้องต้นมี 4-5 ประเทศ เป็นประเทศที่นิยมเข้าไทยอยู่แล้ว เช่น อังกฤษ เยอรมนี สหรัฐอเมริกา แต่สิ่งที่เราอยากดึงลูกค้าอีกประเทศที่สำคัญมากคือ จีน ส่วนประเทศอาเซียน เราพยายามคิดว่าทำอย่างไรนอกเหนือจากสิงคโปร์แล้ว เราจะทำบับเบิลกับประเทศอื่นๆ รอบบ้านเราได้หรือไม่ แต่หมายถึงประเทศเพื่อนบ้านเราพร้อมจะเปิด สำคัญที่สุดต้องไม่อยู่ในภาวะเสี่ยง อย่างน้อยต้องได้รับวัคซีนแล้ว 2 โดส ก่อนเข้าประเทศไทย

    ตั้งเป้าปี 65 รับนักท่องเที่ยว 15 ล้านคน 

    นอกจากนี้ นายพิพัฒน์ ยังคาดการณ์เป้าหมายรายได้รวมของภาคการท่องเที่ยวในปี 2565 อยู่ที่ 1.5 ล้านล้านบาท แบ่งเป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย จำนวน 15 ล้านคน สร้างรายได้ประมาณ 6 แสนล้านบาท ส่วนตลาดไทยเที่ยวไทย เกิดการเดินทาง 160 ล้านคน-ครั้ง สร้างรายได้ประมาณ 8 แสนล้านบาท ซึ่งหากประเมินในแง่รายได้ของตลาดรวม จะคิดเป็น 50% ของปีปกติก่อนเกิดการระบาดโควิด-19 หรือปี 2562 ที่มีรายได้จากการท่องเที่ยวรวมอยู่ที่ 3.4 ล้านล้านบาท โดยในปี 2564 การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้ตั้งเป้ารายได้รวมจากการท่องเที่ยวทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศที่ 8.5 แสนล้านบาท แบ่งเป็นรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติ 3 แสนล้านบาท ส่วนนักท่องเที่ยวในประเทศ อยู่ที่ 5.5 แสนล้านบาท

    ดึง "ลิซ่า-อันเดรอา" เคาต์ดาวน์ภูเก็ต ดันเป็นอีเวนต์ระดับโลก

    ด้าน นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ททท.เตรียมร่วมกับเอกชนพันธมิตรดึง “ลิซ่า แบล็กพิงก์” หรือ ลลิษา มโนบาล ศิลปินสาวชาวไทยชื่อดังระดับโลก และอันเดรอา โบเชลลี นักร้องโอเปราชื่อดังของโลกชาวอิตาลีมาร่วมงานเคาต์ดาวน์ เทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 2565 ที่ จ.ภูเก็ต ปีนี้ตั้งใจจัดให้เป็นอีเวนต์ยิ่งใหญ่ระดับโลก เพื่อให้ประเทศไทยอยู่ในปฏิทินของการเคาต์ดาวน์โลก เชื่อมั่นว่าจะช่วยสร้างความน่าดึงดูดใจให้กับนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกเดินทางมาเที่ยวในประเทศไทยต่อไป หลังจากรัฐบาลได้ผ่อนคลายการกักตัว และการเปิดพื้นที่เพิ่มเติมเพื่อดึงนักท่องเที่ยวเข้ามา เช่น วันที่ 1 พ.ย.นี้ จะเปิดพื้นที่นำร่องเพิ่มเติมอีก 5 จังหวัด ตอนนี้ ททท.กำลังอยู่ระหว่างการเจรจารายละเอียดการดึงลิซ่ามาครั้งนี้ น่าจะช่วยดึงสาวกบลิ้งค์ หรือกลุ่มแฟนคลับจากประเทศต่างๆ มาเที่ยวไทยในช่วงปีใหม่ 

    ชง ศบค.อนุมัติเพิ่ม-เปิดรายชื่อ 21 ประเทศ

    สำหรับการเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ 10 ประเทศ ที่ฉีดวัคซีนครบโดส ไม่ต้องกักตัวตามนโยบายของนายกรัฐมนตรีนั้น ขณะนี้นายกรัฐมนตรีระบุมา 5 ประเทศ ได้แก่ อังกฤษ สิงคโปร์ เยอรมนี จีน สหรัฐอเมริกา ส่วนที่เหลือที่ประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 วันที่ 14 ต.ค.นี้ จะเคาะออกมา เท่าที่ ททท.เสนอต่อศูนย์ปฏิบัติการ ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศปก.ศบค.) ได้สรุปรายชื่อประเทศความเสี่ยงต่ำไปทั้งหมด 21 ประเทศ ซึ่งนักท่องเที่ยวที่เข้ามาในคืนแรกยังต้องพักในโรงแรมที่ได้รับมาตรฐาน SHA PLUS ทำการตรวจหาเชื้อด้วยวิธี RT-PCR ที่โรงแรมเลย เมื่อผลออกมาเป็นลบสามารถเดินทางไปได้ทั่วประเทศ ส่วนหนังสือขออนุญาตเข้าประเทศ (COE) ที่ถูกบ่นว่ายุ่งยากนั้น อาจจะยกเลิกใช้วันที่ 1 พ.ย.นี้ หากรัฐบาลยกเลิกใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน 

    ในส่วนของรายชื่อประเทศที่ ททท.เสนอพิจารณาจากมิติด้านเศรษฐกิจ โอกาสทางการส่งเสริมตลาด ประกอบด้วย สหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร เยอรมนี สวีเดน เดนมาร์ก ฟินแลนด์ นอร์เวย์ ฝรั่งเศส รัสเซีย จีน (รวมฮ่องกง ไต้หวัน) ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ออสเตรเลีย สิงคโปร์ อิสราเอล สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ สวิตเซอร์แลนด์ มาเลเซีย และอิตาลี 

    พื้นที่แซนด์บ็อกซ์ยังเปิดรับ นทท.อีกกว่า 100 ประเทศ

    นายศิริปกรณ์ เชี่ยวสมุทร รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาด ททท. กล่าวว่า มีคำถามว่า เมื่อนายกฯ จะประกาศรับนักท่องเที่ยวจาก 10 ประเทศไม่ต้องกักตัวแล้ว พื้นที่นำร่องที่เปิดไปแล้ว เช่น ภูเก็ต แซนด์บ็อกซ์ และพื้นที่นำร่องที่เตรียมเปิดวันที่ 1 พ.ย. จะใช้หลักเกณฑ์อย่างไร ขออธิบายว่า เรื่องนี้เหมือนขนมชั้น ชั้นที่ 1 เป็น 10 ประเทศตามที่นายกฯ ประกาศ ส่วนชั้นที่ 2 ยังเปิดรับอีกกว่า 100 ประเทศเข้ามาในพื้นที่นำร่อง เมื่ออยู่ครบ 7 วันถึงออกนอกพื้นที่ได้ ส่วนชั้นที่ 3 ผู้ที่ไม่ได้ฉีดวัคซีนยังเข้ามาได้ แต่ต้องถูกกักตัวในโรงแรมที่เป็นสถานที่กักกันของรัฐ แต่ก็ขึ้นอยู่กับเกณฑ์การกักตัว 10-14 วัน 

    หนุนติดเครื่อง "การท่องเที่ยว" เพิ่มจีดีพี

    ด้าน นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์ ให้สัมภาษณ์ว่า เห็นด้วยกับการเปิดประเทศวันที่ 1 พ.ย.นี้ เราต้องนำเศรษฐกิจฝ่าวิกฤติโควิดไปให้ได้ ต้องยอมรับความจริงว่า 2 เครื่องยนต์หลักที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจ คือ การส่งออก และการท่องเที่ยว เมื่อประสบปัญหาโควิด เราเหลือแค่เครื่องยนต์สำคัญ คือ การส่งออก ส่วนการท่องเที่ยวหายไปมาก ก่อนเกิดโควิด การท่องเที่ยวคิดเป็น 11% ของจีดีพี วันนี้เหลือ 1% กว่าๆ ขณะที่การส่งออก 45% ของจีดีพีเพิ่มไปเป็น 51% แต่ถ้าเราเปิดประเทศและเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวเข้าประเทศมากขึ้น มีเงื่อนไขดูแลโควิดควบคู่ไปด้วย จะช่วยให้จีดีพีไทยเพิ่มขึ้นได้ คือมีการท่องเที่ยว การแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจต้องทำควบคู่กันไป รัฐบาลมีหน้าที่ต้องแก้ทั้ง 2 ข้อเป็นโจทย์ทับซ้อนกันอยู่ 

    ผู้ประกอบการผวา! ระบาดซ้ำระลอกใหม่

    นายจักรพล ตั้งสุทธิธรรม ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า หลายประเทศประสบความสำเร็จในการใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับโควิด เช่น เดนมาร์ก สิงคโปร์ ชิลี แต่ข้อแตกต่างของมาตรการรองรับประเทศเหล่านี้กับไทยคือ เปิดประเทศหลังจากประชาชนได้รับวัคซีน 70% แล้วทั้งสิ้น ไทยนำร่องเปิดภูเก็ต แซนด์บ็อกซ์ วันที่ 1 ก.ค. ขณะที่ประชาชนได้รับวัคซีนครบโดสเพียง 56% หลายจังหวัดที่จะเปิดวันที่ 1 พ.ย. ยังไม่มีจังหวัดใดมีประชาชนได้รับวัคซีนครบโดสถึง 70% แสดงถึงการบริหารจัดการฉีดวัคซีนไร้ประสิทธิภาพ จากการพูดคุยกับผู้ประกอบการท่องเที่ยวกังวลการเปิดประเทศ เพราะรัฐบาลไม่มีมาตรการคู่ขนานชัดเจน อาจนำไปสู่การระบาดระลอกใหม่ 

    ฉะแผนเปิดประเทศ รบ. "เลื่อนลอย-เสี่ยงตาย"

    ด้าน นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย (พท.) ในฐานะคณะทำงานด้านต่างประเทศพรรคเพื่อไทย แถลงถึงกรณีนายกรัฐมนตรีประกาศเปิดประเทศว่า พรรคเพื่อไทยไม่ปฏิเสธการเปิดประเทศ แต่ปฏิเสธการตั้งเป้าหมายแบบเลื่อนลอย ไร้การดำเนินการรองรับ สาระสำคัญ คือ จะเปิดอย่างไร และเตรียมพร้อมอย่างไร หากมองความพร้อม สิ่งที่เจอคือความไม่พร้อม เช่น ภูมิคุ้มกันหมู่ที่ห่างไกลความจริง จังหวัดที่ตั้งเป้าเปิดรับนักท่องเที่ยวยังเป็นจุดศูนย์กลางการติดเชื้อ ระบบสาธารณสุขยังคาบเส้นศักยภาพของระบบ ต่างชาติไม่เชื่อมั่น สหรัฐฯ จัดไทยเป็นประเทศสีแดง มีความเสี่ยงสูงสุด แนะนำให้หลีกเลี่ยงการเดินทาง อียูปลดไทยออกจากประเทศปลอดภัย เมื่อตลาดจีน ญี่ปุ่นยังปิด ตลาดยุโรป สหรัฐฯ ให้เลี่ยงเดินทางมา จึงมองไม่เห็นว่านักท่องเที่ยวจะมาจากไหน เพราะรัฐบาลบริหารล้มเหลว ทำให้ประเทศต้องเปิดท่ามกลางความเสี่ยงสูง เปิดก็เสี่ยงตาย ไม่เปิดก็อดตาย ชวนฉีดวัคซีนรองรับเปิดท่องเที่ยว.

    ผู้เขียน : หงเหมิน

    กราฟิก : Varanya Phae-araya

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    เปิดประเทศเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยว1 พ.ย.เปิดประเทศการท่องเที่ยวนักท่องเที่ยวคลายล็อกโควิดวัคซีนspecial contentข่าวทั่วไป

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันเสาร์ที่ 16 ตุลาคม 2564 เวลา 00:58 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์