"หมอสมศักดิ์" คาด ไทยได้ใช้ยาโมลนูพิราเวียร์ เร็วสุด พ.ย.นี้ ช้าสุดต้นปี 65

ข่าว

    "หมอสมศักดิ์" คาด ไทยได้ใช้ยาโมลนูพิราเวียร์ เร็วสุด พ.ย.นี้ ช้าสุดต้นปี 65

    ไทยรัฐออนไลน์

    6 ต.ค. 2564 15:00 น.

    อธิบดีกรมการแพทย์ เผย ยาโมลนูพิราเวียร์ คาดเข้าไทยเร็วสุด พ.ย. ช้าสุดต้นเดือนปี 65 เหตุต้องผ่านการรับรองจากสหรัฐฯก่อน ระบุ สามารถยับยั้งโควิด-19 ได้เกือบทุกสายพันธุ์

    วันที่ 6 ต.ค. 2564 ที่กระทรวงสาธารณสุข นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวถึงความคืบหน้าของยาต้านไวรัสโควิด-19 โมลนูพิราเวียร์ (Molnupiravir) ว่า ที่ผ่านมาทางกรมการแพทย์ได้มีการพูดคุยกับบริษัทยาในต่างประเทศมาโดยตลอด โดยยาโมลนูพิราเวียร์นั้น ข้อบ่งชี้คือเป็นยาต้านไวรัส ออกฤทธิ์โดยการยับยั้งการจำลองตัวเองของเชื้อไวรัสโควิด-19 โดยไม่ได้ออกฤทธิ์ต่อตัวหนาม จึงสามารถยับยั้งไวรัสโควิด-19 ได้เกือบทุกสายพันธุ์ที่มีการแพร่ระบาดอยู่

    ซึ่งการวิจัยแบบสุ่มระยะที่ 3 หรือ MOVe-OUT Trial ในผู้ป่วยที่มีอาการเล็กน้อยถึงปานกลาง และเป็นผู้ป่วยที่ได้รับวัคซีน โดยให้ยาภายใน 5 วัน ตั้งแต่เริ่มมีอาการ รวมถึงทดลองให้ยาในผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดอาการรุนแรงอย่างน้อย 1 ปัจจัย คือ มีภาวะอ้วน อายุมากกว่า 60 ปี เบาหวาน โรคหัวใจ และโรคมะเร็ง อย่างใดอย่างหนึ่ง โดยมีผู้เข้ารับการทดลอง 775 คน ได้ยาโมลนูพิราเวียร์ 385 คน และยาหลอก 377 คน โดยให้ยาโมลนูพิราเวียร์ 800 มิลลิกรัม วันละ 2 เวลา เช้า-เย็น จำนวน 5 วัน พบว่า ช่วยลดความเสี่ยงต่อการนอนโรงพยาบาล ในกลุ่มที่ให้ยา 50% และไม่มีผู้เสียชีวิต (ภายใน 29 วัน) แต่มีเสียชีวิตในผู้ทีให้ยาหลอก 8 ราย

    ส่วนแผนการดำเนินงานของบริษัท Merck ซึ่งเป็นบริษัทผู้ผลิตยาโมลนูพิราเวียร์ ได้ดำเนินการยื่นขอการรับรองจากองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (US FDA) ให้ใช้เป็นกรณีฉุกเฉิน หากได้ขึ้นทะเบียน จะถือว่าเป็นยาต้านโควิด-19 ชนิดเม็ดตัวแรกที่จะได้รับรองจากสหรัฐฯ ขณะที่ทาง Merck ยังตั้งเป้าที่จะผลิตยาให้ได้สำหรับ 10 ล้านคนภายในปีนี้ นอกจากนี้ยังมีแผนที่ทำสัญญากับฐานการผลิตยาหลายแห่งในโลก โดยที่อินเดีย ได้มีการพูดคุยแล้ว 5-6 บริษัท เพื่อให้ได้ยาราคาถูกให้กับประเทศที่มีรายได้น้อยถึงปานกลาง ซึ่งราคาที่ขายจะต่างกับประเทศที่มีรายได้สูงอย่างสหรัฐอเมริกา ขณะที่ไทยก็จะได้ซื้อยาในราคาที่แพงกว่าประเทศรายได้ต่ำ ตามกฎ Tiered pricing

    โดยที่ผ่านมาบริษัท MSD (บริษัทลูกของ Merck) ได้เข้ามาหารือกับกรมการแพทย์ ทั้งเรื่องข้อมูลยาและผลการวิจัย มาตั้งแต่ต้นเดือน ก.ค. ที่ผ่านมาแล้ว แต่ไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้จนกว่าจะเซ็นสัญญาเสร็จสิ้น ซึ่งไทยสามารถเปิดเผยได้เพียงว่าสั่งจองไปแล้วในจำนวนหนึ่ง และคาดว่ายาดังกล่าวจะสามารถขึ้นทะเบียนกับ US FDA ได้ภายในเดือน พ.ย.นี้ ส่วนไทยประมาณการว่าจะสามารถขึ้นทะเบียนกับองค์การอาหารและยาในไทยได้ในช่วง พ.ย. 64-ต้นปี 65

    นอกจากนี้ยังพบว่า การวิจัยแบบ MOVe-IN Trial ในผู้ป่วยรุนแรงใช้ไม่ได้ผล แต่ทาง Merck ได้ทำการวิจัยแบบ MOVe-AHEAD Study ในหลายประเทศ ซึ่งไทยมี 5 โรงพยาบาลที่ได้เข้าร่วม อาทิ โรงพยาบาลราชวิถี เพื่อทดลองในผู้ที่สัมผัสกับผู้ติดเชื้อ ว่าสามารถป้องกันการติดเชื้อโควิดได้หรือไม่ คาดว่าจะเริ่มทำการวิจัยในต้นเดือน ธ.ค.นี้ หากมีความคืบหน้าทางกรมการแพทย์จะนำมาชี้แจงเป็นระยะต่อไป ขณะเดียวกันยังมี 1-2 บริษัทที่กำลังศึกษาวิจัยเช่นเดียวกับทาง ไฟเซอร์

    นพ.สมศักดิ์ ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า ยาโมลนูพิราเวียร์ ยังไม่ควรใช้ในหญิงตั้งครรภ์ เพราะยังไม่มีการวิจัยเช่นเดียวกับกลุ่มเด็ก จึงต้องขอดูการขึ้นทะเบียนกับทาง US FDA ก่อนว่าเป็นอย่างไร.

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันจันทร์ที่ 18 ตุลาคม 2564 เวลา 08:08 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์