ดีเดย์ฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ของไฟเซอร์ นักเรียนนักศึกษาอายุ 12-18 ปี วันแรกเข้าฉีดพร้อมกันคึกคัก มุ่งสร้างภูมิคุ้มกันโรคโควิด-19 ลดการเกิดอาการป่วยรุนแรง เตรียมพร้อมเปิดเทอมภาคเรียนที่ 2

เมื่อวันที่ 4 ต.ค.2564 ที่ห้องประชุมมโนห์รา อาคารเฉลิมพระเกียรติ 7 ชั้น รพ.พัทลุง นายกู้เกียรติ วงศ์กระพันธุ์ ผวจ.พัทลุง พร้อมด้วย นพ.จรุง บุญกาญจน์ ผอ.โรงพยาบาลพัทลุง นพ.วุฒิชัย ดิลกธราดล รอง ผอ.ฝ่ายการแพทย์ รพ.พัทลุง พญ.อภิญญา เพ็ชรศรี รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดพัทลุง และเจ้าหน้าที่สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดพัทลุง ได้เข้าให้ขวัญและกำลังใจ เยี่ยมนักเรียน นักศึกษา ที่มีอายุตั้งแต่ 12-18 ปี ที่เข้ารับบริการฉีดวัคซีนไฟเซอร์เป็นวันแรกของจังหวัดพัทลุง โดยในวันนี้มีการฉีดวัคซีนไฟเซอร์แก่กลุ่มบุคคลดังกล่าว จำนวน 150 ราย ทั้งนี้ จังหวัดพัทลุงได้รับการจัดสรรวัคซีนไฟเซอร์รอบแรก จำนวน 14,820 โดส ขณะที่เด็กนักเรียนนักศึกษากลุ่มเป้าหมายในช่วงอายุดังกล่าวมีถึงจำนวนกว่า 40,000 คน แต่จนถึง ณ วันนี้ผู้ปกครองของเด็กนักเรียนนักศึกษายินยอมให้ลูกของตนเองฉีดวัคซีนไฟเซอร์ จำนวน 28,988 ราย

ขณะเดียวกันทาง สสจ.พัทลุง ร่วมมือโรงพยาบาลของรัฐทุกอำเภอของจังหวัดพัทลุง ได้เร่งฉีดวัคซีนรอบแรกตั้งแต่วันที่ 4 ตุลาคม 2564 เป็นต้นไปให้กับเด็กนักเรียน นักศึกษาให้ได้ตามเป้าจำนวน 14,820 โดส ภายใน 15 วัน และรอบที่ 2 ตั้งแต่วันที่ 18-31 ตุลาคม ทั้งนี้ เพื่อเป็นสร้างภูมิคุ้มกัน ลดความรุนแรง และการเสียชีวิตจากการป่วยด้วยโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ซึ่งจะเป็นการเตรียมความพร้อมในการเปิดเรียน ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2564 ทางด้านเด็กนักเรียนนักศึกษา ที่เข้ารับวัคซีนในวันนี้ทุกคนต่างรู้สึกดีใจที่ได้รับวัคซีนและผู้ปกครองยินยอม ไม่มีความกังวลในเรื่องของวัคซีน ที่ฉีดแล้วมีผลข้างเคียงตามที่เป็นข่าว

ด้าน โรงเรียนต่างๆ ในพื้นที่ จ.นครราชสีมา ได้เตรียมความพร้อมสถานที่ อาคาร และเจ้าหน้าที่ สำหรับการฉีดวัคซีนให้กับเด็กนักเรียนของโรงเรียน โดยเฉพาะที่โรงเรียนราชสีมาวิทยาลัย อ.เมือง จ.นครราชสีมา ซึ่งเป็นโรงเรียนระดับมัธยมศึกษาขนาดใหญ่พิเศษ ประจำจังหวัดนครราชสีมา เตรียมใช้สถานที่โรงอาหารขนาดใหญ่ เพื่อใช้เป็นจุดพักคอยของผู้ปกครอง และนักเรียน สามารถจุคนได้กว่า 4,000 คน และใช้อาคาร 90 ปี ราชสีมาวิทยาลัย ซึ่งเป็นหอประชุมขนาดใหญ่ ติดเครื่องปรับอากาศ ใช้เป็นสถานที่ฉีดวัคซีนนักเรียน

นายประยงค์ ประทุมวัน ผอ.โรงเรียนราชสีมาวิทยาลัย เปิดเผยว่า สำหรับปีการศึกษา 2564 นี้ โรงเรียนราชสีมาวิทยาลัย มีนักเรียนตั้งแต่ระดับชั้น ม.1-ม.6 อยู่ประมาณ 4,200 คน ซึ่งภายหลังจากที่รัฐบาลได้มีนโยบายจะฉีดวัคซีนไฟเซอร์ให้กับเด็กนักเรียน ทางโรงเรียนก็ได้ทำการสำรวจความสมัครใจผู้ปกครองของนักเรียนที่ประสงค์จะฉีดวัคซีนทั้งหมด ล่าสุดพบว่ามีผู้ปกครองแจ้งความสมัครใจให้บุตรหลานของตนเอง ฉีดวัคซีนแล้วกว่า 3,700 คน คิดเป็นร้อยละ 80 ของนักเรียนทั้งหมด ส่วนที่เหลือก็อาจจะมีความกังวลใจจึงยังไม่ได้ตอบรับเข้ามา ถึงอย่างไรก็ตามทางโรงเรียนก็จะติดตามสอบถามอีกครั้ง

"ส่วนความพร้อมในการฉีดวัคซีนนั้น ทางโรงเรียนราชสีมาวิทยาลัย ก็มีความพร้อมทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นสถานที่พักคอย ซึ่งจะใช้อาคารโรงอาหารขนาดใหญ่ ที่สามารถรองรับคนได้กว่า 4,000 คน และจุดฉีดวัคซีนก็จะใช้อาคาร 90 ปี ราชสีมาวิทยาลัย ซึ่งเป็นหอประชุมขนาดใหญ่ติดเครื่องปรับอากาศ นอกจากนี้ยังมีสถานที่จอดรถ และห้องน้ำไว้บริการผู้ปกครองและนักเรียนที่จะมาฉีดวัคซีนอย่างทั่วถึง จึงนับว่ามีความพร้อม 100% แล้ว แต่ถึงอย่างไรก็ตามก็ต้องรอการพิจารณาอนุมัติจากทาง สสจ.นครราชสีมาอีกครั้ง" นายประยงค์ กล่าว

นายแพทย์นรินทร์รัชต์ พิชญคามินทร์ นายแพทย์ สาธารณสุข จ.นครราชสีมา เปิดเผยว่า สำหรับวัคซีนไฟเซอร์สำหรับฉีดให้กับนักเรียนและเยาวชนนั้น ขณะนี้ทางจังหวัดนครราชสีมา ได้รับการจัดสรรวัคซีนไฟเซอร์ลอตแรกจากกระทรวงสาธารณสุขมาแล้ว จำนวน 74,400 โดส โดยมีเด็กนักเรียนที่แจ้งความประสงค์จะฉีดวัคซีนมาแล้วประมาณ 140,000 คน คิดสัดส่วนวัคซีนที่ได้มาคิดเป็นร้อยละ 50 ของจำนวนนักเรียนที่แจ้งความประสงค์จะฉีดวัคซีน โดยวัคซีนที่ได้รับมาในลอตแรกนี้ ก็จะแบ่งไปตามอำเภอต่างๆ ทั้ง 32 อำเภอ โดย อ.เมืองนครราชสีมา ซึ่งเป็นพื้นที่มีนักเรียนมากที่สุด ก็จะแบ่งให้ในลอตแรก จำนวน 34,200 โดส และอีก 31 อำเภอ แบ่งให้อำเภอละ 1,296 โดส

นายแพทย์สาธารณสุข จ.นครราชสีมา กล่าวต่อว่า ส่วนวัคซีนลอตต่อไป ทางสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา อยู่ระหว่างประสานขอเพิ่ม ซึ่งลอตแรกคาดว่าจะสามารถเริ่มฉีดให้กับเด็กนักเรียนได้ตั้งแต่วันที่ 10 ต.ค.64 เป็นต้นไป ส่วนจะใช้สถานที่ใดฉีดนั้น ก็ต้องพิจารณาอีกครั้ง โดยในต่างอำเภอจะให้โรงพยาบาลแต่ละอำเภอเป็นผู้พิจารณา ส่วนอำเภอเมืองนั้น ทางสำนักงานสาธารณสุขจะพิจารณา ส่วนจำนวนเข็มที่จะฉีดให้นักเรียนนั้น ยังหาข้อสรุปไม่ได้ ว่าจะฉีดคนละ 1 หรือ 2 เข็ม ต้องรอทางกระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงศึกษาธิการ สรุปชัดเจนอีกครั้ง

ขณะที่ ศูนย์ฉีดวัคซีนจังหวัดน่าน อาคารหอประชุม มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ์ วิทยาเขตน่าน ตำบลม่วงตึ๊ด อำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดน่านร่วมกับสำนักงานสาธารณสุขและโรงพยาบาลน่าน กำหนดจัดกิจกรรม “Kick Off สร้างเกราะป้องกันด้วยวัคซีน เด็กปลอดภัย เรียนอุ่นใจ สร้างความมั่นใจร่วมกัน” ของจังหวัดน่าน เพื่อสร้างความมั่นใจต่อการจัดการเรียนการสอนให้กับเด็กและเยาวชนจังหวัดน่าน อายุ 12-18 ปี สำหรับนักเรียนในกลุ่มเป้าหมายของจังหวัดน่านมีทั้งหมด 36 โรงเรียน นักเรียน 13,177 คน ประสงค์ฉีดวัคซีนไฟเซอร์จำนวน 5,977 คน

เด็กชายพงศ์ศิริ พงศ์ศิริวงศ์ นักเรียนที่เข้ารับบริการฉีดวัคซีนในวันนี้ กล่าวว่า รู้สึกตื่นเต้นในการเข้ารับบริการฉีดวัคซีนในวันนี้ และหลังฉีด 30 นาที มีอาการปวดหัวนิดหน่อย ซึ่งหลายคนมีอาการเดียวกัน โดยได้รับยาพาราฯ ไว้รับประทานหากมีอาการปวดหรือเป็นไข้

ส่วนที่บริเวณขุมทรัพย์ความรู้จังหวัดอ่างทอง (AKAP) นายวีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดอ่างทอง เป็นประธานเปิดงาน “Kick Off สร้างเกราะป้องกันด้วยวัคซีน เด็กปลอดภัย เรียนอุ่นใจ ต้อนรับเปิดเทอม” เขตสุขภาพที่ 4 และเยี่ยมให้กำลังใจและสนับสนุนการดำเนินงานฉีดวัคซีนในนักเรียน และมอบชุดอุปกรณ์ป้องกันโควิด-19 ให้แก่นักเรียนในพื้นที่อำเภอเมืองอ่างทองที่มารับวัคซีน จำนวน 416 คน ณ ขุมทรัพย์ความรู้จังหวัดอ่างทอง (AKAP)

ด้าน นายโอภาส ต้นทอง ศึกษาธิการจังหวัดอ่างทอง เปิดเผยว่า พื้นที่เขตสุขภาพที่ 4 มีนักเรียน นักศึกษา อายุ 12-18 ปี ที่ศึกษาอยู่ในระดับชั้น ม.1-6 หรือประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช./ปวส.) หรือเทียบเท่า จำนวน 23,144 คน สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดอ่างทองได้รวบรวมข้อมูลและสรุปจำนวนนักเรียน นักศึกษาที่มีความประสงค์รับการฉีดวัคซีนจากหน่วยงานทางการศึกษาต้นสังกัด มีผู้ประสงค์รับการฉีดวัคซีน จำนวน 16,762 คน คิดเป็นร้อยละ 72.42 จังหวัดอ่างทองได้รับจัดสรรวัคซีนไฟเซอร์ (Pfizer) รอบแรก จำนวน 7,140 โดส

ทั้งนี้ คณะทำงานได้พิจารณาจัดสรรวัคซีนโดยจัดส่งให้กับโรงพยาบาลประจำอำเภอทั้ง 7 อำเภอ และได้กำหนดให้บริการฉีดวัคซีนในวันที่ 4 ต.ค.64  ให้แก่นักเรียน นักศึกษา ในพื้นที่อำเภอเมือง จำนวน 416 คน ณ ขุมทรัพย์ความรู้จังหวัดอ่างทอง (AKAP) ประกอบด้วย นักเรียน กศน.อำเภอเมือง (ม.ปลาย)  นักเรียนโรงเรียนเทศบาล 3 วัดชัยมงคล (ม.ปลาย-นักเรียนโรงเรียนโยธินบูรณะอ่างทอง (ม.ปลาย) และ นักเรียนวิทยาลัยนาฏศิลปอ่างทอง (ม.ปลาย).