นับถอยหลังเปิดเทอม 2 เด็กนักเรียนไม่ฉีดวัคซีน เรียนร่วมกับเพื่อนได้ไหม

ข่าว

    นับถอยหลังเปิดเทอม 2 เด็กนักเรียนไม่ฉีดวัคซีน เรียนร่วมกับเพื่อนได้ไหม

    ไทยรัฐออนไลน์

    6 ต.ค. 2564 14:38 น.

    • สำรวจความพร้อมการฉีดวัคซีนให้เด็กนักเรียนอายุ 12 ปีขึ้นไป พ่อแม่วางใจได้แค่ไหน
    • เปิดเรียนเทอม 2 เด็กไม่ฉีดวัคซีนเข้าเรียนร่วมกับเด็กฉีดวัคซีนได้ไหม 
    • คำแนะนำเด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี ไม่อยู่ในเกณฑ์การรับวัคซีน ควรปฏิบัติตัวอย่างไรห่างไกลโควิด-19

    หลังจากใช้ชีวิตอยู่กับการระบาดของ "โควิด-19" มานานหลายระลอก ทุกคนคาดหวังว่าจะกลับไปใช้ชีวิตปกติ คนได้ออกไปทำงาน เด็กๆ ได้ไปโรงเรียน หลังจากต้องเรียนออนไลน์กันมาพักใหญ่ ไม่นานมานี้ก็เริ่มมีข่าวดี 

    หลังจากกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) วางแผนเตรียมความพร้อมเปิดภาคเรียนที่ 2 ในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2564 โดยจะฉีดวัคซีนให้แก่นักเรียนที่มีอายุ 12-17 ปีที่สมัครใจ โดยเด็กที่จะรับการฉีดวัคซีนนั้นจะต้องได้รับความยินยอมจากผู้ปกครอง ทำให้พ่อแม่หลายคนกังวลใจว่า หลังจากฉีดวัคซีนแล้วเด็กจะได้รับผลกระทบ หรือหากไม่ฉีดวัคซีนจะสามารถไปโรงเรียนตามปกติได้หรือไม่

    ฉีดวัคซีนในเด็กนักเรียน เตรียมพร้อมเปิดเรียน

    จากข้อสงสัยดังกล่าว นางสาววรยา เหลืองอ่อน ผู้อำนวยการกองโรคติดต่อทั่วไป กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า ทางกระทรวงสาธารณสุข ร่วมมือกับกระทรวงศึกษาธิการ มีการเตรียมความพร้อมให้กับเด็กนักเรียน ในส่วนของโรงเรียนมัธยม เทียบเท่า เช่น โรงเรียนสายอาชีพ โรงเรียนสอนศาสนา โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน หรือสังกัดอื่นๆ

    ตอนนี้เราได้รวบรวมผลสำรวจความประสงค์ของนักเรียนว่า จะสมัครใจฉีดมากน้อยเพียงใด ซึ่งตรงนี้จะต้องได้รับความยินยอมจากผู้ปกครอง จากนั้นจะจัดสรรวัคซีนให้กับทางจังหวัดเพื่อที่จะดำเนินการฉีดให้กับนักเรียนต่อไป

    สำหรับวัคซีนที่จะฉีดให้กับเด็กอายุ 12 ปีขึ้นไปในประเทศไทยตอนนี้ มีวัคซีนที่ขึ้นทะเบียนกับ อย. เพียงตัวเดียวคือ วัคซีนไฟเซอร์ ส่วนวัคซีนโมเดอร์นา แม้จะขึ้นทะเบียนกับ อย. เหมือนกัน แต่วัคซีนโมเดอร์นา ยังไม่มีการส่งมอบให้ประเทศไทย

    วัคซีนเด็กนักเรียน กับ ผลข้างเคียง อาการไม่พึงประสงค์

    วัคซีนทั่วไปหลังฉีดแล้วจะมีไข้ ปวดตามตัว ปวดบริเวณที่ฉีด ซึ่งอาการจะไม่รุนแรงอะไรมาก บางรายอาจจะไม่มีอาการใดเลย

    สำหรับวัคซีนไฟเซอร์ในเด็ก เราอาจจะต้องมีความระมัดระวังในเรื่องกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ ซึ่งสามารถรักษาให้หายได้ อาจจะมีอาการหายใจหอบ หายใจเร็ว เหนื่อยง่าย หน้ามืด ใจสั่น ซึ่งอาจจะเกิดขึ้นได้หลังฉีดวัคซีนประมาณ 4-30 วัน หากบุตรหลานที่ฉีดไปแล้ว ภายใน 1 เดือนมีอาการดังกล่าว แนะนำให้พบแพทย์ และแจ้งประวัติการฉีดวัคซีน

    ขณะที่อาการแพ้วัคซีน ส่วนมากเกิดขึ้นภายใน 30 นาทีหลังจากการฉีด ซึ่งในระบบบริการจะมีการเตรียมรถนำส่งผู้ป่วยที่จะไปถึง รพ.ได้ภายใน 10-15 นาที หรือสถานที่ตรงนั้นจะต้องมีความพร้อมในการช่วยผู้ป่วยฉุกเฉิน

    ที่ผ่านมาเราเคยเก็บสถิตินักเรียนที่ฉีดวัคซีนไฟเซอร์จำนวน 1 แสนกว่าราย พบกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ 4 ราย แต่ไม่มีความรุนแรงอะไร สามารถรักษาให้หายได้ และหากมีการฉีดมากขึ้นผลข้างเคียงอื่นๆ ก็อาจจะพบมากยิ่งขึ้น ซึ่งได้มีการระมัดระวังในการฉีดพบว่า ผลข้างเคียงส่วนใหญ่จะพบในเด็กชาย มากกว่า เด็กหญิง

    ในเด็กหญิงจะฉีดวัคซีนเข็ม 1 และ เข็ม 2 ระยะห่างกัน 3 สัปดาห์ แต่ถ้าเป็นเด็กชายจะให้ฉีดเข็มที่ 1 ก่อน ส่วนเข็มที่ 2 จะชะลอไว้ก่อน เนื่องจากผลข้างเคียงตามสถิติจะพบหลังจากฉีดเข็มที่ 2 มากกว่า

    "ในกรณีเด็กชายที่มีโอกาสเกิดกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบมากกว่าเด็กหญิง ถึงแม้ว่าจะน้อยมากก็ตาม แนะนำว่า หลังการฉีดวัคซีน เข็มที่ 1 แล้ว 1 สัปดาห์ขอให้งดออกกำลังกายหนัก หรือทำกิจกรรมหนัก เพราะอาจจะมีอาการหายใจเหนื่อยหอบ หน้ามืด ใจสั่นเป็นลม ซึ่งหากมีอาการเหล่านี้ จะทำให้แยกจากผลข้างเคียงของวัคซีนได้ยาก"

    สำหรับผลข้างเคียงหลังฉีดวัคซีนที่อาจจะเกิดขึ้น ที่พบได้บ่อยๆ เช่น เจ็บหรือปวดที่ต้นแขน คุณพ่อคุณแม่ไม่ต้องตกใจ เราสามารถให้ยาพาราเซตามอนบรรเทาปวดได้ หรือใช้เป็นน้ำเย็นประคบ หากมีไข้สามารถทานยาลดไข้ หรือเช็ดตัวได้ ยกเว้นกรณีบวมมากผิดปกติ หรือ มีลักษณะหายใจหอบ หน้ามืด ใจสั่น เหนื่อยง่าย ต้องรีบพามาพบแพทย์ อาจจะเข้าข่ายกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบเพื่อให้แพทย์ตรวจสอบว่าเกี่ยวข้องกับวัคซีนหรือไม่ แต่ส่วนใหญ่วัคซีนชนิดนี้ปลอดภัยสูง ผลข้างเคียงเกี่ยวกับกล้ามเนื้อหัวใจพบได้น้อยรายมาก

    เด็กนักเรียนเคยติดโควิด / เด็กไม่เคยติดเชื้อ

    ในกรณีเด็กไม่เคยติดโควิดมาก่อนจะฉีดวัคซีนไฟเซอร์ให้ 2 เข็ม ห่างกัน 3 สัปดาห์ ส่วนเด็กที่เคยติดมาแล้ว 1 ครั้ง จะฉีดกระตุ้นให้หลังการติดเชื้อตั้งแต่ 1 เดือนขึ้นไป

    การฉีดไฟเซอร์สำหรับเด็ก เรามีการชั่งน้ำหนักดูว่า ถ้ามีเด็กติดเชื้อแล้วเกิดป่วยหนัก กับฉีดวัคซีนแล้วมีผลข้างเคียง แน่นอนว่าการฉีดวัคซีนได้ประโยชน์มากกว่า เพราะป้องกันการป่วยหนักหรือการเสียชีวิตได้เยอะ

    ในขณะที่เรื่องของการติดเชื้อเราต้องยอมรับว่าในขณะนี้ไม่มีวัคซีนชนิดใดในโลกป้องกันการติดเชื้อได้ 100% ดังนั้นฉีดแล้วจะมีความเป็นไปได้ที่จะติดเชื้อ แต่จะได้ประโยชน์ในเรื่องลดการป่วยหนักและเสียชีวิต ประเทศไทยเราจึงเลือกให้การฉีดได้ประโยชน์มากกว่า และรณรงค์การฉีดวัคซีนในเด็ก

    เด็กไม่ฉีดวัคซีนเข้าเรียนกับเพื่อนได้ไหม

    ในกรณีที่พ่อแม่ไม่สมัครใจให้ลูกฉีดวัคซีน เด็กสามารถเข้าเรียนร่วมกับเพื่อนๆ ได้ตามปกติ เพราะเป็นการให้วัคซีนตามความสมัครใจ ไม่ได้เป็นการบังคับ เด็กที่ไม่ฉีดวัคซีนจะได้รับการปฏิบัติไม่แตกต่างจากเด็กที่ฉีดวัคซีน สามารถร่วมกิจกรรม เข้าห้องเรียน เล่นกับเพื่อนได้ตามปกติ ขอแค่มีเอกสารความยินยอมหรือแจ้งความประสงค์ที่จะฉีดวัคซีนมาจากผู้ปกครอง หากในภายหลังผู้ปกครองต้องการให้ลูกฉีดวัคซีนก็สามารถทำได้ แต่จะต้องชั่งน้ำหนักว่า ระหว่างที่รอวัคซีนแล้วเพื่อนฉีดไปแล้ว ระหว่างนั้นอาจจะติดเชื้อก็ได้ ดังนั้นแนะนำว่าอย่าเลย หากมีโอกาสได้รับวัคซีนก็ให้ฉีดเพราะอย่างน้อยก็ลดความรุนแรง และลดโอกาสในการติดเชื้อ

    การฉีดวัคซีนจะทำให้การติดเชื้อน้อยกว่า เมื่อเทียบกับการไม่ฉีดวัคซีน ในเมื่อเราจำเป็นต้องกลับเข้ามาสู่ภาวะปกติ มีการรวมตัวกันเพื่อเปิดการเรียนการสอน เพราะฉะนั้นการฉีดวัคซีนจะสามารถป้องกันได้ นอกจากนี้ยังต้องมีมาตรการเดิมคือ ต้องสวมหน้ากาก เว้นระยะห่าง ล้างมือบ่อยๆ

    การลดการแพร่เชื้อในโรงเรียนด้วยวัคซีนสามารถช่วยได้ แต่ไม่ใช่ทั้งหมด ดังนั้นจึงต้องรักษามาตรการของโควิดเอาไว้อย่างเข้มข้นเหมือนเดิม


    เด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี ได้ฉีดวัคซีนตอนไหน

    นพ.เฉวตสรร นามวาท ผู้อำนวยการกองควบคุมโรคและภัยสุขภาพในภาวะฉุกเฉิน กรมควบคุมโรค เปิดเผยถึงการฉีดวัคซีนโควิด-19 ในนักเรียน เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2564 ว่า ขณะนี้กระทรวงศึกษาธิการได้แจ้งตัวเลขนักเรียนทั่วประเทศในฐานข้อมูลจำนวน 5,048,000 ราย โดยผู้ปกครองแสดงความจำนงให้บุตรหลานฉีดวัคซีน 3,618,000 กว่าราย คิดเป็นร้อยละ 71

    สำหรับการจัดสรรวัคซีนไฟเซอร์ลอตแรก 2 ล้านโดส จะกระจายให้ทุกจังหวัด โดยสัดส่วนวัคซีนจะพิจารณาความพร้อมของแต่ละจังหวัดด้วย และจะส่งให้ครบภายในเดือนตุลาคมซึ่งจะมีวัคซีนไฟเซอร์เข้ามาอีก 8 ล้านโดส โดยมีการเริ่มฉีดวัคซีน ตั้งแต่วันที่ 4 ตุลาคม ที่ผ่านมาตามความพร้อม และไม่มีระยะเวลาสิ้นสุดของการฉีดวัคซีน เนื่องจากอาจมีผู้แสดงความจำนงขอฉีดเพิ่มก็จะดำเนินการฉีดให้ ไม่เสียสิทธิแต่อย่างใด สถานที่ฉีดสามารถฉีดได้ทั้งที่สถานศึกษาและโรงพยาบาล โดยขอให้บริหารจัดการคิวไม่ให้มีความแออัด

    การฉีดวัคซีนไฟเซอร์ในเด็กอายุ 12 ปีขึ้นไป ยังฉีด 2 เข็ม ระยะห่าง 3-4 สัปดาห์ ส่วนข้อเสนอการฉีดวัคซีนในเด็กผู้ชายเพียงเข็มเดียว จะมีการพิจารณาข้อมูลทางวิชาการ หากมีการปรับเปลี่ยนจะดำเนินการให้ทันก่อนฉีดวัคซีนเข็มที่ 2

    ส่วนกลุ่มเด็กประถมอายุต่ำกว่า 12 ปีที่ยังไม่อยู่ในเกณฑ์การรับวัคซีน ข้อแนะนำคือใช้มาตรการป้องกันตนเอง สวมหน้ากาก ล้างมือ เว้นระยะห่าง หากดำเนินการได้ดีก็ยังสามารถทำกิจกรรมการเรียนการสอนได้.

    ผู้เขียน : J. Mshare

    กราฟฟิก : Varanya Phae-araya

    อ่านเพิ่มเติม...

    อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

      แท็กที่เกี่ยวข้อง

      วัคซีนเด็กspecial contentวัคซีนนักเรียนวัคซีนในเด็กวัคซีนไฟเซอร์J. Mashare

      คุณอาจสนใจข่าวนี้

      thairath-logo

      ApplicationMy Thairath

      ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
      Trendvg3 logo
      Sonp logo
      inet logo
      วันจันทร์ที่ 6 ธันวาคม 2564 เวลา 17:40 น.
      ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
      เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์