ยธ.โชว์ผลงานปี 64 ลดผู้ต้องขังในคุก-แก้ ก.ม.ล้าสมัย-ปลดล็อกกระท่อม

ข่าว

    ยธ.โชว์ผลงานปี 64 ลดผู้ต้องขังในคุก-แก้ ก.ม.ล้าสมัย-ปลดล็อกกระท่อม

    ไทยรัฐออนไลน์

    30 ก.ย. 2564 00:44 น.

    "สมศักดิ์" แถลงโชว์ผลงานกระทรวงยุติธรรมปี 64 เผยพอใจภาพรวมการทำงาน เชื่องานปีหน้าสำเร็จแน่ เพราะเตรียมพร้อมไว้แล้ว ชี้ต้องทำตัวเป็นเหมือนเพื่อนกับประชาชน ให้เข้าถึงทุกแห่ง หวังสร้างความสุขทุกพื้นที่

    เมื่อวันที่ 29 ก.ย. 64 ที่กระทรวงยุติธรรม นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม แถลงผลการดำเนินงานของกระทรวงยุติธรรม "ยุติธรรมเชิงรุก สร้างสุขให้ประชาชน" ประจำปี 2564 โดยมี ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงยุติธรรม ว่าที่ ร.ต.ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ เลขานุการ รมว.ยุติธรรม น.ส.ณัฐธ์ภัสส์ ยงใจยุทธ ผู้ช่วย รมว.ยุติธรรม นายธนวัชร นิติกาญจนา ที่ปรึกษา รมว.ยุติธรรม อธิบดีกรมต่างๆ และผู้บริหารระดับสูงเข้าร่วม โดยมีมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 อย่างเข้มงวด โดยมีบูธผลงานของกรมต่างๆ ที่นำมาจัดแสดง เช่น กรมราชทัณฑ์ กรมคุมประพฤติ กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ และกระทรวงยุติธรรม

    โดย นายสมศักดิ์ กล่าวว่า งานแรกที่ตนได้ทำ คือ การลดผู้ต้องขังในเรือนจำ แต่ปล่อยออกมาแล้วเราต้องสร้างกลไกให้พวกเขา ไม่กลับเข้าไปในเรือนจำอีก ไม่กลับไปทำผิดซ้ำ ซึ่งจากเดิมตอนที่ตนมารับตำแหน่งมีผู้ต้องขัง 381,454 คน มีพื้นที่เรือนนอน 328,733.29 ตารางเมตร สามารถรองรับผู้ต้องขังได้เพียง 266,587 คน ซึ่งเกินความจุ 43.08% ตนเทียบดูคนที่อยู่ในเรือนจำมีพื้นที่นอนเพียง 0.7 ตารางเมตร เบียดเสียดกันมาก มีที่น้อยกว่าโลงศพเสียอีก เราจึงไปดูเรือนนอนปรับทำเตียงนอน 2 ชั้น ทำให้เพิ่มพื้นที่เป็น 1.2 ตารางเมตรต่อคน ซึ่งตามมาตรฐานสากลอยู่ที่ 2.2 ตาราเมตร เราต้องค่อยๆ ปรับอาจจะเพิ่มปีหน้าเป็น 1.4 ตารางเมตรต่อคน นอกจากนี้การลดจำนวนผู้ต้องขัง ด้วยการพักการลงโทษและลดวันต้องโทษจำคุกและพักโทษพิเศษ ปัจจุบันมีผู้ที่ได้รับการติดกำไล EM ไปแล้ว 74,082 คน โดยเรามีทั้งหมด 30,000 เครื่องหมุนเวียนในการใส่

    นายสมศักดิ์ กล่าวต่อว่า ผู้ต้องขัง 35% เมื่อถูกปล่อยภายในไม่เกิน 3 ปี จะกลับเข้าเรือนจำใหม่เพราะไม่มีงานทำ ดังนั้นเราต้องสร้างอาชีพมีงานให้ทำ ซึ่งในเรือนจำมีการฝึกอาชีพอย่างหลากหลาย และได้มีโครงการตั้งนิคมอุตสาหกรรมราชทัณฑ์ แต่อาจจะเสร็จไม่ทันในสมัยรัฐบาลชุดนี้ โดยเรามีโครงการนำร่อง "สมุทรปราการโมเดล" เริ่มต้นในการส่งผู้ต้องขัง 1,000 คน ไปทำงานที่บริษัทเดลต้า อิเล็กทรอนิกส์ ประเทศไทย ส่วนค่าจ้างใช้เกณฑ์ค่าแรงขั้นต่ำ โดยมีอีกหลายบริษัทที่สนใจ กรมราชทัณฑ์ตั้งเป้าไว้ที่ 16,000 คน ซึ่งจะลดรายจ่ายของกรมราชทัณฑ์ได้ 336 ล้านบาทต่อปี มีเม็ดเงินหมุนเวียน 1,933 ล้านบาทในระบบเศรษฐกิจ ลดการสร้างเรือนจำใหม่ได้ถึง 5 แห่ง รวมเป็นเงิน 7,500 ล้านบาท
     
    นายสมศักดิ์ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ตนได้มุ่งแก้ไขกฎหมายบางฉบับที่ล้าสมัย คือ ร่าง พ.ร.บ.ป้องกันการกระทำความผิดซ้ำของผู้กระทำความผิดอุกฉกรรจ์ที่ใช้ความรุนแรง พ.ศ. .… แนวคิดเกิดจากอดีตผู้ต้องขังกลับมาทำความผิดซ้ำ เช่น ข่มขืนฆ่า ข่มขืนเด็ก ฆาตรกรต่อเนื่อง ยาเสพติดรายใหญ่ เมื่อพ้นโทษหากเราปล่อยให้เขาไปอยู่ในสังคม ไม่มีใครรู้ไม่มีใครตามมักจะกระทำผิดซ้ำ เช่น นายสมคิด พุ่มพวง และไอซ์ หีบเหล็ก เมื่อเกิดเหตุสังคมก็วิพากษ์วิจารณ์ว่าใครจะเป็นเจ้าภาพรับผิดชอบ กระทรวงยุติธรรมจึงรับเป็นเจ้าภาพร่างกฎหมาย โดยศึกษาจากประเทศต่างๆ โดยกฎหมายนี้จะให้มีการเฝ้าระวัง ใส่กำไล EM และมีอาสาสมัครคุมประพฤติช่วยดูแล สร้างความมั่นใจและปลอดภัยให้กับสังคม เป็นกฎหมายล่าสุดที่เรากำลังเสนอเข้าสภา ส่วนกฎหมายที่อยู่ในชั้น กมธ. คือ ร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญาสำหรับเด็ก ร่าง พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย และ ร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองพยาน ส่วนกฎหมายที่อยู่ในชั้นพิจารณาของวุฒิสภาและอยู่ระหว่างรอการโปรดเกล้าฯ คือ ประมวลกฎหมายยาเสพติด 2564 ที่แก้ไขกฎระเบียบเพื่อเพิ่มโทษผู้ค้ายาเสพติด ไม่เพียงติดคุกแต่จะถูกไล่ยึดทรัพย์ไม่ว่าจะไปอยู่ที่ใด และเน้นการยึดทรัพย์ตามมูลค่าในการค้ายา ร่าง พ.ร.บ.พืชกระท่อม พ.ศ. .... และสุดท้าย ที่สำเร็จไปแล้ว คือ พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 8) พ.ศ. 2564 (ปลดล็อกพืชกระท่อม) มีผลบังคับใช้ไปเมื่อวันที่ 24 ส.ค. 64 

    นายสมศักดิ์ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ในส่วนการช่วยเหลือเยียวยาประชาชน เฉพาะปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 เยียวยาผู้เสียหายแล้ว 6,912 ราย เป็นเงิน 358,066,535.59 บาท โดยรวมตั้งแต่ตนรับตำแหน่งตั้งแต่ปี 2562 ถึงปัจจุบันเยียวยาแล้ว 19,020 ราย รวมเป็นเงิน 976,781,633.48 บาท ซึ่งในปีงบประมาณหน้า ตนได้พูดคุยกับส่วนราชการทั้งหมดแล้ว พวกเราจะตั้งหน้าตั้งตาทำอย่างเต็มที่ โดยงานที่จะดำเนินการในปี 2565 อย่างแรก คือ คดีรถหรูของดีเอสไอ ตนได้เร่งรัดดำเนินการอยู่ แต่แก้ปัญหาได้ไม่กี่คัน เราพบว่ามีเจ้าหน้าที่ทำแค่ 4 คน โดยยังเหลือรถหรูที่หลีกเลี่ยงภาษี ตามที่กรมศุลกากรประเมินราคาแล้ว พร้อมที่จะเป็นคดี 1,428 คัน ราคาคันละ 6.8 ล้านบาท รวมมูลค่า 9,710 ล้านบาท โดยเพิ่มบุคลากร 100 คนเพื่อทำสำนวนคดีนี้ นอกจากนี้ยังมีคดียาเสพติด พนันออนไลน์ ลักลอบนำเข้าบุหรี่-เหล้าหนีภาษี ตนขอเตือนผู้ที่กระทำอยู่ถ้าไม่เลิกก็ถูกจับ และตนได้ศึกษา พ.ร.บ.การสอบสวนคดีพิเศษ สามารถใช้เอกชนหรืออาสาสมัครมาช่วยดำเนินการได้ 

    "ในส่วนของการไกล่เกลี่ยนั้น มีทั้งกรมบังคับคดี กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ เราจะทำให้สำเร็จในปีหน้า คนที่เป็นหนี้ไม่ควรหนีหนี้ เพราะเจ้าหนี้พร้อมให้ความกรุณา อย่างกองทุน กยศ. การกู้แล้วมีผู้ค้ำประกัน เราสามารถไกล่เกลี่ยให้ใช้หนี้ในแต่ละเดือนในเงินที่ไม่สูงได้ ทั้งนี้ในกระทรวงยุติธรรมส่วนใหญ่ข้าราชการเป็นผู้ทรงคุณวุฒิ รู้กฎหมายมากมาย ตนมาเป็นรัฐมนตรีรู้กฎหมายไม่มาก แต่ตนเรียนทางด้านเศรษฐศาสตร์ ตนมองภาพในการใช้งบประมาณให้เกิดประโยชน์สูงสุด และเราต้องทำตัวเป็นเหมือนเพื่อนกับพี่น้องประชาชน เข้าให้ถึงทุกแห่ง เพื่อสร้างความสุขให้กับทุกพื้นที่" นายสมศักดิ์ กล่าว

    จากนั้น นายสมศักดิ์ ได้ให้สัมภาษณ์ถึงความพึงพอใจภาพรวมการทำงานในปีที่ผ่านมาว่า ภาพรวมถือว่าน่าพอใจ เพราะมีการทำงานบูรณาการร่วมกันของทุกหน่วยงาน ทั้งในกระทรวงและนอกกระทรวง และไม่มีเรื่องร้องเรียนในการทำงานของกระทรวงยุติธรรมเลย

    เมื่อถามว่า งานในปีหน้าจะสำเร็จมากน้อยแค่ไหน นายสมศักดิ์ กล่าวว่า สำเร็จแน่นอน เช่น คดีรถหรูของดีเอสไอ เพราะเราได้ศึกษาแนวทางและเพิ่มกำลังคนในการทำคดีไว้แล้ว ทุกๆ งานในปีหน้าเรามีการเตรียมพร้อมและตั้งหลักเอาไว้หมดแล้ว.

    อ่านเพิ่มเติม...

    อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

      แท็กที่เกี่ยวข้อง

      สมศักดิ์ เทพสุทินรมว.ยุติธรรมกระทรวงยุติธรรมยธ.ยธ.แถลงผลงานปี64ผลงาน ยธ.ปี64กระทรวงยุติธรรมแถลงผลงานผู้ต้องขังเรือนจำกระท่อมข่าวทั่วไป

      คุณอาจสนใจข่าวนี้

      thairath-logo

      ApplicationMy Thairath

      ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
      Trendvg3 logo
      Sonp logo
      inet logo
      วันจันทร์ที่ 29 พฤศจิกายน 2564 เวลา 12:07 น.
      ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
      เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์