"ราชทัณฑ์" ปลื้มเอกชน อ้าแขนรับนักโทษทำงาน เผยหลังโควิดจ่อรับเพิ่มอีก

ข่าว

    "ราชทัณฑ์" ปลื้มเอกชน อ้าแขนรับนักโทษทำงาน เผยหลังโควิดจ่อรับเพิ่มอีก

    ไทยรัฐออนไลน์

    22 ก.ย. 2564 05:24 น.

    "ราชทัณฑ์" เผยเอกชนขานรับ "นิคมอุตสาหกรรมราชทัณฑ์" รับนักโทษ 1,000 คน ร่วมเสริมกำลังการผลิต-ขับเคลื่อนอุตสาหกรรม หลังนำร่อง "สมุทรปราการ โมเดล" คืนคนดีสู่สังคม ขณะที่บริษัทชั้นนำจ่อรอรับเพิ่มหลังโควิด 300-400 คน 

    เมื่อวันที่ 21 ก.ย. 64 นายอายุตม์ สินธพพันธุ์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าวว่า ตามที่ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญในเรื่องมนุษยชน และต้องการให้โอกาสผู้ต้องขังได้กลับตนเป็นพลเมืองดีของสังคมอีกครั้ง จึงได้ริเริ่มโครงการ "นิคมอุตสาหกรรมราชทัณฑ์ คืนคนดีสู่สังคม เปลี่ยนภาระให้เป็นพลัง" ทั้งนี้ ภายหลังได้นำร่องโครงการที่ จ.สมุทรปราการ เป็นแห่งแรกในโครงการ "สร้างงาน สร้างอาชีพ ฝึกทักษะการทำงานในภาคอุตสาหกรรม" หรือ "สมุทรปราการ โมเดล" ด้วยการทดลองนำผู้ได้รับการพักการลงโทษและถูกคุมประพฤติ โดยติดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ หรือ EM จำนวน 1,000 คน ออกไปทำงานในสถานประกอบการนิคมอุตสาหกรรม เพื่อสร้างความมั่นใจต่อภาคอุตสาหกรรมให้เห็นถึงศักยภาพของผู้ต้องขัง และช่วยเสริมกำลังการผลิตให้กับภาคอุตสาหกรรมที่ขาดแคลนแรงงานในการขับเคลื่อนระบบการผลิต หลังจากเกิดปัญหาแรงงานต่างด้าวจำนวนมากถูกผลักดันกลับประเทศ จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 อย่างรุนแรง

    ล่าสุดบริษัทเอกชนหลายแห่งได้ให้ความสนใจตอบรับผู้ต้องขังที่ได้รับการพักโทษและติดอุปกรณ์ EM ไปทำงาน พร้อมจัดหาที่พักและสวัสดิการตามที่กฎหมายกำหนด นอกจากนี้ยังมีอีกหลายบริษัทที่ติดต่อเข้ามายังกรมราชทัณฑ์เพื่อขอจ้างงานระยะยาวภายหลังจากสถานการณ์โรคโควิดเริ่มเข้าสู่ภาวะปกติ ซึ่งมีประมาณ 300-400 คน 

    "การสร้างงานรวมถึงการให้ความรู้ทางวิชาชีพนั้นเป็นเรื่องสำคัญที่ รมว.ยุติธรรม ติดตามใกล้ชิด และกำชับมาตลอดว่า กรมราชทัณฑ์ต้องทำให้เสร็จลุล่วง สิทธิของผู้ต้องขังต้องเสมอภาค เพราะเขาคือประชาชนคนไทยเช่นเดียวกัน ดังนั้นเมื่อพ้นโทษพวกเขาต้องมีงานทำ และสามารถเดินอยู่ในสังคมได้ มีงาน มีรายได้ ไม่หวนกลับไปกระทำผิดซ้ำเฉกเช่นเดิม" นายอายุตม์ กล่าว

    นายอายุตม์ กล่าวต่อว่า ก่อนการส่งผู้ต้องขังเข้าทำงานในนิคมอุตสาหกรรม กรมราชทัณฑ์ จะคัดเลือกผู้ต้องขังชั้นกลางขึ้นไป ที่เข้าเกณฑ์ครบกำหนดปล่อยตัว เข้าโครงการเตรียมความพร้อมฝึกทักษะการทำงาน 1-2 ปี และเมื่อผู้ต้องขังผ่านการฝึกอบรมแล้วจะได้รับการพิจารณาให้เข้าสู่โครงการพักการลงโทษ กรณีมีเหตุพิเศษด้านฝึกทักษะการทำงานในนิคมอุตสาหกรรม เพื่อออกไปทำงานจริงในนิคมอุตสาหกรรม ภายหลังการปล่อยตัวพ้นโทษและติดอุปกรณ์ EM ควบคู่กับการดูแลผู้กระทำผิดหลังปล่อยทั้งระบบ 

    "โครงการดังกล่าวยังช่วยแก้ไขปัญหานักโทษล้นเรือนจำได้อีกด้วย เนื่องจากสถานการณ์การเพิ่มขึ้นของผู้ต้องขังอย่างต่อเนื่อง ทำให้ปัจจุบันกรมราชทัณฑ์มีผู้ต้องขังอยู่ในความควบคุมดูแลจำนวน 305,447 คน ขณะที่ศักยภาพภายในเรือนจำและทัณฑสถานนั้นสามารถรองรับได้เพียงบริหารงานเรือนจำหลายๆ ด้าน อีกทั้งจากสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบัน คาดการณ์ว่าภายใน 10 ปี จะมีอัตราการเพิ่มของผู้ต้องขังสูงขึ้น และในจำนวนนี้จะมีผู้พ้นโทษกลับมากระทำผิดซ้ำเพิ่มขึ้นด้วย ดังนั้นเพื่อแก้ไขปัญหาเหล่านี้ กรมราชทัณฑ์จึงหวังเป็นอย่างยิ่งว่าโครงการดังกล่าวจะเพิ่มโอกาสให้ผู้พ้นโทษมีพื้นที่ยืนในสังคมมากขึ้น กลับไปเป็นทรัพยากรมนุษย์ที่สามารถเติมเต็ม และขับเคลื่อนชุมชนเศรษฐกิจสังคมอย่างยั่งยืน ไม่ทำร้ายสังคม ไม่กลับมากระทำผิดซ้ำอีก" นายอายุตม์ กล่าว.

    อ่านเพิ่มเติม...

    อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    กรมราชทัณฑ์นิคมอุตสาหกรรมราชทัณฑ์นักโทษผู้พ้นโทษรับนักโทษทำงานผู้ต้องขังอายุตม์ สินธพพันธุ์ข่าวทั่วไป

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันอังคารที่ 26 ตุลาคม 2564 เวลา 10:48 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์