หนทางแห่งความสุข ดราม่าพระนักเทศน์

ข่าว

    หนทางแห่งความสุข ดราม่าพระนักเทศน์

    ไทยรัฐฉบับพิมพ์

      21 ก.ย. 2564 06:36 น.

      “พส.” คืออะไร? ใครไม่ทันได้ตามดราม่านี้ก็ให้รู้กันไว้แบบเกาะกระแส บ้างก็ว่า...แปลว่า “พี่สาว” บ้างก็แปลว่า... “เพื่อนสาว”บ้างก็ว่า... “พระสงฆ์” บ้างก็บอกขำๆว่า... “พร้อมส่ง” ก็สุดแต่จะคิดจะพูดเล่นๆกันไป ทำนองว่าอย่าเอาจริงเอาจังกับชีวิต

      เรียกได้ว่า...กลายเป็นกระแสสังคมอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนเมื่อมี “สองพระนักเทศน์” ชื่อดังได้ไลฟ์สดเทศน์สอนธรรมะให้แก่เด็กเยาวชนคนหนุ่มสาวและประชาชนทั่วไปในสังคม จนได้มีผู้เข้าไปชมมากกว่าสองแสนกว่ารายในเวลาเพียงไม่นาน

      ผลจากการเทศน์นอกธรรมาสน์นี้ได้กลายเป็นที่กล่าวขานของผู้คนในสังคมว่าการแสดงธรรมเช่นนั้นเหมาะสมกับสมณสารูปหรือไม่? จึงมีทั้งคนที่ “เห็นด้วย” และ “ไม่เห็นด้วย” ในที่สุดก็ถูกนำมาเป็น “กระแสทางสังคมและศาสนา” ไปในที่สุด

      พระมหาสมัย จินฺตโฆสโก ประธานมูลนิธิกลุ่มแสงเทียน เจ้าอาวาสวัดบางไส้ไก่ กทม. บอกว่า การสอนธรรมะให้กับผู้คนในสังคมของพระสงฆ์นั้น จำเป็นต้องเข้าใจในการรับรู้และรับฟังของผู้ฟัง ต้องมีเทคนิคในการสอน ต้องมีความรู้ความเข้าใจในหลักธรรมคำสอนของพระพุทธองค์

      ต้องรู้จักกาลเทศะทั้งตัวบุคคล สังคม และสิ่งแวดล้อม ในที่สุดได้เกิดประโยชน์ต่อผู้ฟังที่จะสามารถนำคำสอนนั้นไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันอย่างได้ผล ทำให้ผู้รับฟังได้รับประโยชน์ทั้งในปัจจุบันและอนาคต ก่อให้เกิดความศรัทธาและเชื่อมั่นในหลักธรรมคำสอนจนนำไปสู่การปฏิบัติที่เห็นผลเป็นรูปธรรม

      นั่นก็คือนำมาซึ่ง...“หนทางแห่งความสุข” จนได้มีพระสงฆ์ที่มีความรักและศรัทธาในการเผยแผ่ธรรมะ เปิดสำนักเรียน “สอนพระนักเทศน์”ขึ้นมาในปัจจุบัน โดยได้ดำเนินการทุกปีในช่วงเข้าพรรษาสามารถผลิต“พระนักเทศน์เผยแผ่ธรรมะ” ออกมาเป็นรุ่นแล้วรุ่นเล่า

      เมื่อพระนักเทศน์เหล่านี้ผ่านการฝึกอบรมมาอย่างชนิด “มีครูบาอาจารย์” จึงได้ออกเผยแผ่ธรรมะตามโรงเรียน สถานศึกษา หน่วยงานต่างๆ พร้อมกับจัดเข้าค่ายอบรมธรรมะที่เรียกกันว่า “ค่ายพุทธบุตร” จนเป็นที่รู้จักกันในวงการพระสงฆ์และครูบาอาจารย์ของสถานศึกษาต่างๆ

      ผู้สนใจและใคร่รู้ควรเสาะแสวงหาด้วยตนเองว่าบุคคลและสถานที่ดังกล่าวที่ได้กลายเป็น “ต้นฉบับ” คืออยู่แห่งหนตำบลใด แต่ขอนำทางในเบื้องต้นคือ “พระครูอุดมธรรมวาที” แห่งสำนักเรียนวัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร ฝั่งธนบุรี ของกรุงเทพมหานครนี่เอง

      “ชีวิตของพระนักบวชในพระพุทธศาสนาล้วนมีกรอบทางสังคมให้ประพฤติปฏิบัติเป็นตาข่ายค่อนข้างหลายชั้น นับตั้งแต่พระธรรมวินัยที่พระพุทธองค์ได้ทรงบัญญัติขึ้นมาให้สงฆ์สาวกของพระพุทธองค์ได้ประพฤติปฏิบัติ นั่นคือ...ศีลสองร้อยยี่สิบเจ็ดข้อเป็นกรอบชั้นที่หนึ่ง”

      ส่วนกรอบชั้นที่สองคือ มหาเถรสมาคมที่มีอำนาจดูแลปกครองคณะสงฆ์ให้อยู่ในกรอบพระธรรมวินัย พร้อมทั้งบัญญัติข้อห้ามต่างๆขึ้นมาที่ไม่ขัดต่อพระธรรมวินัย ให้พระสงฆ์ได้ประพฤติปฏิบัติให้เข้ากับยุคปัจจุบัน กรอบชั้นที่สาม...คือ กติกา ระเบียบ ประเพณี และ วัฒนธรรมของท้องถิ่น นั้นๆ

      กรอบนี้เป็นกรอบที่เกิดขึ้นมาจากบรรพชนได้ถ่ายทอดมาถึงอนุชนรุ่นหลังที่พระสงฆ์อยู่ในวัดวาอารามนั้นๆจะต้องปฏิบัติตาม และชั้นที่สี่คือ...กฎหมายบ้านเมืองที่ทุกชีวิตจะต้องอยู่ภายใต้กรอบเดียวกัน

      พระมหาสมัย ย้ำว่า ไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมายและไม่มีใครจะมาอ้างว่าตนเองไม่รู้กฎหมาย ดังนั้นการที่บุคคลใดบุคคลหนึ่งจะมาใช้ชีวิตเป็น “เพศบรรพชิต” นั้น จึงมิใช่เรื่องง่ายตามความเข้าใจกัน

      ส่วนท่านที่เข้ามาอยู่ในร่มผ้ากาสาวพัสตร์แล้ว หมดความเพียรไม่สามารถปฏิบัติอยู่ในกรอบทั้งสี่ด้านหรือด้านใดด้านหนึ่งก็ขอ “ลาสิกขา” มิใช่ (ลากสิกขาบท) ไปโดยมิให้มีความมัวหมองในเพศของบรรพชิตหรือประพฤติผิดศีลธรรม รวมทั้งกฎหมายบ้านเมืองแต่ประการใดนี่คือกรอบของนักบวชในปัจจุบัน

      เอาล่ะ คราวนี้มาถึงประเด็นการ “สอนธรรมะ” ของ “พระสงฆ์” ในยุคปัจจุบัน นอกจากสอนธรรมะอยู่ในเขตวัดวาอารามแล้ว ยังเข้าไปสอนธรรมะในโรงเรียนหรือสถานศึกษาต่างๆที่ครูบาอาจารย์หรือผู้บริหารสถานศึกษานิมนต์ท่านไป รวมถึงสอนธรรมศึกษาระดับธรรมศึกษาชั้นตรี โทและเอกตามลำดับ

      นับว่าเป็นการให้ความช่วยเหลือ แบ่งเบาภาระของครูบาอาจารย์ได้อย่างดีเลิศ ส่วนหนึ่งของการสอนธรรมะเช่นนี้จึงเป็นการสอนจาก “ผู้ที่มีสัญลักษณ์ทางศาสนา” โดยตรง จึงมีส่วนที่จะให้ผู้เรียนหรือผู้รับรู้นั้นได้เกิดความเชื่อมั่น เคารพ ศรัทธาเป็นลำดับถัดไป

      “พระที่สอนธรรมะจึงต้องค้นคว้า ศึกษาหาความรู้เพิ่มเติม เสาะแสวงหาเทคนิคในการสอนธรรมะด้วยวิธีการต่างๆ จากคำสอนที่เป็นภาษาบาลีให้มาเป็นภาษาไทยฟังได้ง่าย เข้าใจง่าย สามารถนำไปปฏิบัติได้ทันทีและเห็นผลในโอกาสถัดไป...”

      จากปรากฏการณ์ที่พระนักเทศน์รุ่นใหม่ทั้งสองรูปใช้สื่อทางเทคโนโลยีสอนธรรมะโดยที่ไม่จำเป็นต้องออกไปพบปะผู้รับฟังนอกวัดและมีผู้ฟังต่างได้มีส่วนร่วมรับฟังธรรมะครั้งคราเดียวนับสองแสนกว่าคน จึงเป็นความสำเร็จของการเผยแผ่ธรรมะในยุคปัจจุบัน

      พระมหาสมัย ยอมรับว่ามีความชื่นชมอนุโมทนาสาธุด้วยกับการกระทำดังกล่าวเพราะเป็นการเผยแผ่ธรรมะให้ทันกับสถานการณ์ในปัจจุบันในยุคของการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 นับว่าเป็นการใช้เทคโนโลยีที่ถูกต้องเหมาะสมโดยประการทั้งปวง

      ส่วนการสอนธรรมะมีเสียงหัวเราะสนุกสนานก็เป็นธรรมดา ไม่เสียสมณสารูป คงไม่มีใครอยากฟังธรรมะแล้วยิ่งเกิดความเครียด วิตกกังวล สับสนในชีวิตตนเอง แต่การฟังธรรมะแล้วได้ข้อคิดแนวทางการปฏิบัติที่ถูกต้อง...เหมาะสมกับตนเอง ก่อให้เกิดประโยชน์จนเกิดความศรัทธาในคำสอน...

      ก็เป็นสิ่งที่ควรสนับสนุนต่อไป ดังนั้น...การเผยแผ่ธรรมะของพระสงฆ์ทั้งสองรูปนี้จึงควรดำเนินการต่อไปอยู่ในกรอบของพระธรรมวินัยและการดูแลของคณะสงฆ์ไทย

      ถึงแม้ว่าจะมีเสียงตักเตือน เสียงห่วงใย เสียงนักร้องที่เคยมีพฤติกรรมร้องเรียนไปทุกกรณีอยู่บ้างก็ตาม แต่มิใช่อุปสรรคของการเผยแผ่ธรรมะ เสียงที่ห่วงใยและตักเตือนมานั้น ขอให้เรารับฟัง ปรับปรุง ไม่เป็นคนแข็งกระด้าง รู้จักผ่อนปรน รู้จักแก้ไขก็จะนำมาซึ่ง “ความสำเร็จ” ของการเผยแผ่ธรรมะในยุคปัจจุบันได้

      พระภิกษุทั้งสองรูปที่ปรากฏว่าสอนธรรมะจนเข้าถึงเด็กเยาวชนคนหนุ่มสาวซึ่งเป็น “คนรุ่นใหม่” ในสังคมนี้ นับว่าเป็นจุดเริ่มต้นของการนำเอาหลักธรรมคำสอนของพระพุทธองค์ให้หยั่งลึกลงไปในจิตใจของอนุชนรุ่นหลัง พวกเขาจะได้ศรัทธาใน “ศาสนา” และหลักธรรม “คำสอน” ของพระพุทธองค์

      “จะได้มองเห็นคุณค่าของพระสงฆ์มากขึ้นกว่าที่มีอยู่แล้ว การที่พวกเขาได้รับธรรมะวันละเล็กวันละน้อยก็สามารถสะสมให้เกิดการประพฤติดีปฏิบัติชอบตามหลักธรรมได้”

      “เพชรเม็ดงามของคณะสงฆ์ไทย” ขออนุโมทนาและภาวนาให้เกิดขึ้นต่อไป ชีวิตของชาวบ้านจะได้รับแสงแห่งพระธรรมของพระพุทธองค์จนนำไปสู่การประพฤติปฏิบัติที่เห็นเป็นมรรคและผล ในที่สุดก็กลายเป็น “สงฆ์สาวกของพระพุทธองค์” ส่องธรรมนำทางชีวิตชาวพุทธ...ชาวบ้านได้อย่างดียิ่ง

      “ธรรมะไม่มา โลกาจะวินาศ ธรรมะกลับคืนมา ความพินาศจะไม่เกิดขึ้นกับชาวโลก”.

      อ่านเพิ่มเติม...

      อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

      แท็กที่เกี่ยวข้อง

      พระนักเทศน์ธรรมะสอนธรรมะไลฟ์ธรรมะไลฟ์สดธรรมะแสดงธรรมพส.สกู๊ปหน้า 1

      คุณอาจสนใจข่าวนี้

      thairath-logo

      ApplicationMy Thairath

      ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
      Trendvg3 logo
      Sonp logo
      inet logo
      วันอังคารที่ 26 ตุลาคม 2564 เวลา 08:35 น.
      ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
      เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์