ฟ้าทะลายโจรพื้นเมืองป่าขาด สารทางยาสูงกว่าทั่วไป 6 เท่า

ข่าว

    ฟ้าทะลายโจรพื้นเมืองป่าขาด สารทางยาสูงกว่าทั่วไป 6 เท่า

    ไทยรัฐฉบับพิมพ์

    20 ก.ย. 2564 07:01 น.

    หลังงานวิจัยพบฟ้าทะลายโจรมีฤทธิ์ยับยั้งเชื้อโควิด-19 ส่งผลให้ต้นฟ้าทะลายโจรถึงกับขาดตลาดถึงขั้นกักตุน ขณะเดียวกันกรมวิชาการเกษตรเร่งเพิ่มพื้นที่ปลูกและขยายสู่แปลงใหญ่ พร้อมเดินหน้านำผลงานวิจัยไปใช้เชิงพาณิชย์ พัฒนาต้นแบบสมุนไพรชุมชน สร้างรายได้ให้เกษตรกร

    ล่าสุดสำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 8 สงขลา (สวพ.8) กรมวิชาการเกษตรค้นพบฟ้าทะลายโจรสายพันธุ์พื้นเมืองป่าขาด อ.สิงหนคร จ.สงขลา จากการวิเคราะห์พบว่ามีสารแอนโดรกราโฟไลด์ (andrographolide) 6.01% (60,127 มิลลิกรัม/กิโลกรัม) สูงกว่าค่ามาตรฐานที่มีในฟ้าทะลายโจรสายพันธุ์ทั่วไป 6 เท่า

    “หลังพบว่ากิ่งและใบของฟ้าทะลายโจรป่าขาดที่มีลักษณะของใบและต้นไม่ต่างจากฟ้าทะลายโจรทั่วไปนัก มีความสูงประมาณ 60 ซม. ทรงพุ่มกว้าง 30 ซม. มีกิ่งหลักและกิ่งย่อยอย่างละ 10 กิ่ง ขนาดใบเฉลี่ยกว้าง 3 ซม. ยาว 9 ซม. มีสารแอนโดรกราโฟไลด์มากกว่าฟ้าทะลายโจรทั่วไปถึงกว่า 6 เท่า ส่วนวิธีการปลูกควรใช้ต้นกล้าที่มาจากการเพาะเมล็ด หรือปักชำ หมั่นตัดแต่งกิ่งไม่ให้รกเกินไป หมั่นรดน้ำอย่าให้ขาด ที่สำคัญควรให้แต่ปุ๋ยอินทรีย์ เราเลยนำฟ้าทะลายโจรพันธุ์นี้ขยายเข้าสู่โครงการพืชสมุนไพรชุมชนต้านโควิด-19 ในพื้นที่แปลงใหญ่ อ.สิงหนคร จ.สงขลา”

    นายธัชธาวินท์ สะรุโณ ผู้เชี่ยวชาญ สวพ.8 อธิบายถึงลักษณะทางกายภาพของฟ้าทะลายโจรพื้นเมืองป่าขาด ขณะนี้ได้เตรียมแผนดำเนินงานในพื้นที่ไว้ 5 แบบ เพื่อผลิตฟ้าทะลายโจรในลักษณะแคปซูล

    หากสำเร็จตามเป้าของโครงการจะสามารถผลิตแคปซูลฟ้าทะลายโจรได้รวม 10 ล้านแคปซูล รักษาผู้ป่วยโควิดได้ 333,333 คน (วันละ 6 แคปซูล 5 วัน) คาดว่าจะสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจจากฟ้าทะลายโจรสงขลาไม่ต่ำกว่า 10 ล้านบาท

    ทั้งนี้ ฟ้าทะลายโจรสายพันธุ์พื้นเมืองป่าขาดเมื่อมาผลิตเป็นผงยารับประทาน หากบรรจุแคปซูลละ 500 มิลลิกรัม นำไปเพื่อรักษาไข้หวัด ใช้วันละ 2 แคปซูล แต่หากเพื่อรักษาอาการโควิด-19 ใช้วันละ 6 แคปซูล แต่ห้ามกินติดต่อกันเกิน 5 วัน หรือกินตามคำแนะนำของแพทย์

    สำหรับแผนดำเนินงานโครงการขยายโครงการ 5 รูปแบบ ประกอบไปด้วย...รูปแบบที่ 1 พัฒนาต้นแบบพืชสมุนไพรต้านโควิด-19 ครัวเรือนละ 100 ต้น แบ่งเป็นฟ้าทะลายโจร 40 ต้น กระชายขาว 30 ต้น ขิง 30 ต้น เพื่อใช้ในครัวเรือน แบ่งปันในชุมชน เป็นแหล่งขยายพันธุ์ และเป็นรายได้เสริม เป้าหมาย 32 ราย

    รูปแบบที่ 2 พัฒนาต้นแบบสมุนไพรชุมชน ปลูกและบริหารจัดการในรูปแบบกลุ่ม เช่น วัด และกลุ่มเกษตรกร ปลูกฟ้าทะลายโจร 200-1,000 ต้น จำนวน 7 กลุ่ม พัฒนาการผลิตพืชสมุนไพรแบบมีส่วนร่วม เพื่อให้เกิดประ โยชน์เชิงสาธารณะเป็นหลัก

    รูปแบบที่ 3 พัฒนาต้นแบบฟ้าทะลายโจรเชิงพาณิชย์รายละ 1,000 ต้น ปลูกเพื่อการผลิตผงฟ้าทะลายโจรแคปซูลจำหน่ายเป็นรายได้ และแบ่งปันในชุมชน เป้าหมาย 10 ราย

    รูปแบบที่ 4 การศึกษาการปลูกสมุนไพรในโรงเรือน ศึกษารูปแบบการปลูก การให้น้ำ การจัดการภายใต้สภาพโรงเรือน

    รูปแบบที่ 5 ร่วมกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา จัดทำโครงการ “สงขลา เมืองสมุนไพรต้านโควิด-19” โดย MOU ร่วมกับสำนักงานเกษตรจังหวัดสงขลา สำนักงานสาธารณสุขสงขลา โรงพยาบาลสิงหนคร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ สมาพันธ์เกษตรกรรมยั่งยืนสงขลา และร่วมกับภาคส่วนต่างๆในการพัฒนาพืชสมุนไพร เป้าหมายจำนวน 127 ตำบลของจังหวัดสงขลา

    โดยกระบวนการพัฒนาในส่วนของ สวพ.8 จะศึกษาความเหมาะสมการปลูกพืชสมุนไพร สนับสนุนพันธุ์ ให้ความรู้การผลิต การรับรองมาตรฐานสินค้า GAP อินทรีย์ พัฒนาการแปรรูป การสร้างมูลค่าเพิ่ม การสร้างแบรนด์สินค้า การส่งเสริมการตลาดชุมชน และตลาดดิจิทัล การประชา สัมพันธ์ จัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สรุปบทเรียน และประเมินผลสำเร็จ.

    กรวัฒน์ วีนิล

    อ่านเพิ่มเติม...

    อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    ฟ้าทะลายโจรธัชธาวินท์ สะรุโณฟ้าทะลายโจรพื้นเมืองป่าขาดพืชสมุนไพรพืชสมุนไพรไทยสินค้า GAPกรวัฒน์ วีนิลเกษตร

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันอาทิตย์ที่ 24 ตุลาคม 2564 เวลา 12:50 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์