มองเห็นไหม “อนาคตของชาติ”

ข่าว

    มองเห็นไหม “อนาคตของชาติ”

    เพลิงสุริยะ

      18 ก.ย. 2564 05:12 น.

      น่าสนใจกับตัวเลขทางสถิติ สำรวจประชาชนในยุคโควิด-19 ที่ สำนักงานสถิติแห่งชาติ ทำการสำรวจความคิดเห็นประชาชน ที่มีอายุตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไป จำนวน 46,600 คน ช่วงระหว่างวันที่ 23 มิ.ย.-6 ก.ค. และนำรายงานผลสำรวจให้ ครม.รับทราบ

      เกี่ยวกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด ด้านการปรับตัว และการเข้าถึงดิจิทัล

      พบว่าประชาชนส่วนใหญ่ 81.5% ไม่ได้ทำงานที่บ้าน (เวิร์กฟรอมโฮม) เพราะอาชีพไม่เหมาะสมกับการทำงานที่บ้าน ปัญหาที่ประสบ คือ ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น สภาพแวดล้อมไม่เอื้ออำนวย และสัญญาณอินเตอร์เน็ตไม่ดี

      ส่วนการเรียนออนไลน์ พบว่า 42% มีบุตรหลานอยู่ในวัยที่เรียนออนไลน์ ประสบปัญหา 5 อันดับแรก คือ ไม่ค่อยเข้าใจในวิชาที่เรียน ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น ไม่มีสมาธิ สัญญาณอินเตอร์เน็ตไม่ดี และ อุปกรณ์ไม่ทันสมัย

      แผนการปรับตัวเพื่อรับมือกับโควิด 3 อันดับแรก คือ ปรับเปลี่ยนวิธีดำเนินชีวิต 95.4% นำเงินออมออกมาใช้จ่าย โดยเฉพาะในกลุ่มอาชีพค้าขาย ธุรกิจส่วนตัว 32.6% และกู้ยืมเงิน หรือจำนำขายทรัพย์สินที่มีอยู่ 22.8% ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มรับจ้างทั่วไป ขับรถรับจ้าง กรรมกร

      สิ่งที่รัฐบาลควรสนับสนุนให้ประชาชนปรับตัวเข้าสู่ดิจิทัล 5 อันดับแรก คือ จัดหา WIFI ฟรีให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ จัดหาอินเตอร์เน็ตในราคาถูก จัดหาอินเตอร์เน็ตให้นักเรียน นักศึกษาฟรี จัดหาอุปกรณ์ เช่น คอมพิวเตอร์ในราคาถูก และจัดสถานที่กลางในการเรียนออนไลน์สำหรับเด็กที่ขาดแคลน

      เป็นข้อมูลที่สอดคล้องกับข้อเรียกร้องของกลุ่ม “นักเรียนเลว” ที่ทำกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์เกี่ยวกับการเรียนออนไลน์ ที่ทำให้เด็กกว่า 1.8 ล้านคน ต้องหลุดออกไปจากระบบการศึกษา

      เพราะทีมผู้บริหารกระทรวงศึกษาธิการ ที่อยู่บนหอคอยงาช้าง วางยุทธศาสตร์การศึกษา โดยเฉพาะการเรียนการสอนผ่านออนไลน์ แบบไม่เห็นหัวเด็ก

      ทีแรกก็ยังมีความหวังในตัว น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.ศึกษาธิการ ที่จัดว่าเป็นคนค่อนข้างรุ่นใหม่ จุดพลุรูปแบบการเรียนการสอน 5 On คือ On-site, On-Air, On-Line, On-demand และ On-hand

      จะด้วยความไม่พร้อม ความลักลั่นสารพัดทางการศึกษา โรงเรียนเกรด A เกรด A+ ในเมือง ย่อมพร้อมกว่าโรงเรียนหลังเขาในป่าใหญ่ในทุกด้าน

      สุดท้ายมันก็เป็นแค่อีเวนต์การศึกษาที่ไปไม่ถึงฝัน

      ต้องกลับเข้าสู่ระบบการเรียนการสอนแบบ On-site เหมือนเดิม

      แต่โน่นต้องไปว่ากันเอาเทอม 2 ของปีการศึกษา 2564

      ก่อนอื่นต้องรอดูว่าจะระดมฉีดวัคซีนให้เด็กนักเรียนวัย 12-17 ปี คือกลุ่มนักเรียนมัธยมกว่า 4.5 ล้านคน ได้ทันเวลาตามที่คุณตรีนุชวางเอาไว้หรือไม่

      เพราะยังมีข้อโต้แย้ง มีความเห็นที่หลากหลาย ของฝ่ายผู้ปกครองต่อความปลอดภัยในบุตรหลานของพวกเขา จะได้รับผลข้างเคียงจากวัคซีนมากน้อยเพียงใด

      การแก้ปัญหา ที่ไล่หลังปัญหามาตลอด ของรัฐบาลนี้ ทำให้เกิดผลกระทบเป็นวงกว้าง

      ผมจึงค่อนข้างเห็นด้วยกับเสียงเรียกร้องของเหล่าเด็กๆ ที่อยากให้รัฐบาลมีการจัดการระบบที่ดีขึ้น เพื่อให้นักเรียนได้กลับไปเรียนเหมือนเดิม

      เพราะถ้าการศึกษาดี จะไม่มีนักเรียนออกมาเรียกร้องแบบนี้

      ถ้าเด็กคืออนาคตของชาติ รัฐบาลก็ต้องมีการจัดการที่ดีกว่านี้

      เพื่อแสดงให้เห็นว่าเห็นคุณค่าของอนาคตของชาติ

      ประโยคนี้มันบาดลึกหัวใจ ในฐานะผู้ปกครองคนหนึ่งเหมือนกันนะ.

      “เพลิงสุริยะ”

      อ่านเพิ่มเติม...

      แท็กที่เกี่ยวข้อง

      โควิด-19สถานการณ์โควิดโควิดวันนี้ล็อกดาวน์ศบควัคซีนโควิดเพลิงสุริยะกล้าได้กล้าเสีย

      คุณอาจสนใจข่าวนี้

      thairath-logo

      ApplicationMy Thairath

      ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
      Trendvg3 logo
      Sonp logo
      inet logo
      วันเสาร์ที่ 16 ตุลาคม 2564 เวลา 13:17 น.
      ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
      เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์