วัคซีนเด็ก–พ่อแม่คิดหนัก

ข่าว

    วัคซีนเด็ก–พ่อแม่คิดหนัก

    ลมกรด

      15 ก.ย. 2564 05:22 น.

      ตอนนี้พ่อแม่ผู้ปกครองตกอยู่ในอาการเดียวกันหมด ลังเลสองจิตสองใจว่าควรจะให้ลูกไปฉีดวัคซีนโควิดไหม ฉีดก็กลัว ไม่ฉีดก็กลุ้ม กลัวว่าถ้าลูกไปฉีดแล้วเกิดผลข้างเคียง อาการแพ้จะรุนแรงแค่ไหน คุ้มไหมที่ให้ลูกไปเสี่ยง ครั้นจะไม่ให้ฉีดก็ต้องมาคอยกังวลห่วงลูกจะติดโควิดเข้าสักวัน ดังนั้นรัฐบาลต้องจัดหาทางเลือกที่ดีที่สุดให้กับเด็กไทย

      หลังจากละล้าละลังมาพักใหญ่ เมื่อปลายสัปดาห์ที่แล้วรัฐบาลก็ได้หาข้อยุติเบื้องต้นประกาศแนวทางการฉีดวัคซีนให้เด็กและเยาวชน โดย คุณรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยว่า ที่ประชุม ศบค.มีมติเห็นชอบการให้บริการฉีดวัคซีน ไฟเซอร์สำหรับ ผู้มีอายุ 12 ปีขึ้นไป ด้วยความยินยอมของผู้ปกครอง จะเริ่มภายในเดือน ต.ค.นี้ กลุ่มเป้าหมายได้แก่นักเรียน/นักศึกษาที่ศึกษาอยู่ในระดับมัธยมศึกษาปีที่ 1-6 หรือประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช./ปวส.) หรือเทียบเท่า แบ่งเป็น 2 ระยะ ระยะแรกนักเรียนระดับมัธยมศึกษาปีที่ 4-6 หรือประกาศนียบัตรวิชาชีพ หรือเทียบเท่า ระยะถัดไปจะจัดสรรวัคซีนสำหรับระดับชั้นอื่นๆที่เหลือ

      คุณรัชดากล่าวว่า รูปแบบจะให้บริการผ่านสถานศึกษาที่มีผู้มีอายุ 12 ปีขึ้นไปกำลังศึกษาอยู่ ส่วนสถาบันการศึกษาที่นักเรียน นักศึกษา มีอายุเกิน 18 ปี ให้รับวัคซีนไฟเซอร์ได้โดยอนุโลม กระทรวงศึกษาฯจะเร่งฉีดให้เร็วและครอบคลุมที่สุดเพื่อรับการเปิดภาคเรียนที่ 2/2564 ขณะที่สำนักอนามัย กทม. จะเริ่มฉีดวัคซีนไฟเซอร์ให้แก่เด็กนักเรียนในสังกัด ที่อยู่ในกลุ่มผู้มีภาวะเสี่ยงและผู้ที่มีโรคประจำตัว 7 โรคเรื้อรัง ตั้งแต่วันที่ 21 ก.ย.เป็นต้นไป

      เท่ากับว่าในเบื้องต้นรัฐบาลมีแค่วัคซีนไฟเซอร์ฉีดให้ก่อน ในขณะที่ ณ ปัจจุบัน องค์การอาหารและยา (อย.) ได้จดทะเบียนให้วัคซีนไฟเซอร์และโมเดอร์นา สามารถฉีดให้ผู้มีอายุ 12 ปีขึ้นไปแล้ว ส่วนวัคซีน ซิโนฟาร์ม ได้ยื่นขอจดทะเบียนฉีดให้ เด็กอายุ 3 ปีขึ้นไป เรื่องอยู่ระหว่างการพิจารณา นอกจากนี้มีข่าวว่าวัคซีน ซิโนแวค ก็กำลังจะยื่นขอจดทะเบียนฉีดให้เด็กอายุ 3 ปีขึ้นไปเช่นกัน

      วัคซีนไฟเซอร์อาจจะเป็นที่ต้องการของผู้ใหญ่ แต่ถ้าจะฉีดให้เด็กพ่อแม่ผู้ปกครองจำนวนมากคงคิดหนัก ทั้งไฟเซอร์และโมเดอร์นาเป็นวัคซีน mRNA ประสิทธิภาพสูง แต่เทคโนโลยีใหม่นี้ไม่รู้ว่าจะส่งผลกระทบต่อร่างกายในภายภาคหน้าหรือไม่

      ขณะที่วัคซีนเชื้อตายทั้งซิโนฟาร์มกับซิโนแวค แม้จะถูกกระแสสังคมสร้างมายาคติทำให้ด้อยค่า แต่ในแง่ความปลอดภัยนั้นเชื่อถือได้ ก็เหมือนฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ อีก 10 ปี หรือ 20 ปีก็ไม่เกิดผลกระทบอะไรต่อร่างกาย (ปัจจุบันจีนฉีดวัคซีนให้เด็กอายุ 12-17 ปีไปแล้วกว่า 160 ล้านโดส)

      ผมไม่รู้ว่าซิโนฟาร์มกับซิโนแวคจะได้รับการจดทะเบียนจากอย.ไทยหรือไม่ สมมติไม่ผ่านการรับรอง ไทยจะมีแค่วัคซีน mRNA เท่านั้นหรือที่ฉีดให้เด็ก ซึ่งจะจำกัดเฉพาะไฟเซอร์หรือเปล่า ถ้าจะเอาโมเดอร์นาต้องควักเงินจ่ายเองไปฉีดกับโรงพยาบาลเอกชนไหม

      หรือหากวัคซีนเชื้อตายผ่านการรับรองจาก อย. รัฐบาลจะจัดสรรให้เป็นวัคซีนพื้นฐานหรือไม่ พ่อแม่ผู้ปกครองมีสิทธิที่จะเลือกชนิดวัคซีนให้ลูกไหม วันดีคืนดีจะถูกบังคับให้ฉีดเป็นสูตรไขว้หรือเปล่า

      และหากเป็นกรณีที่พ่อแม่ไม่ยอมเสี่ยงให้ลูกฉีดวัคซีน การเรียนการสอนจะเป็นอย่างไร ต้องมีเด็กฉีดวัคซีนแล้วกี่เปอร์เซ็นต์ถึงจะเปิดให้เรียนที่โรงเรียนได้ จะให้ไปเรียนเฉพาะเด็กที่ฉีดวัคซีนหรือจะให้เรียนผสมกันได้เลย และทางโรงเรียนจะมีมาตรการป้องกันการติดเชื้ออย่างไร

      ข้อสงสัยต่างๆเหล่านี้เป็นเรื่องที่รัฐบาลต้องสร้างความกระจ่างโดยเร็ว ผมเชียร์เต็มที่ให้รัฐเร่งจัดหาวัคซีนเด็ก แต่ต้องมีแผนปฏิบัติที่ชัดเจน สมเหตุสมผล และมีทางเลือกที่ปลอดภัย

      ชีวิตความปลอดภัยของลูกสำคัญที่สุด เมื่อพ่อแม่คิดหนัก รัฐบาลจึงต้องคิดหนักยิ่งกว่า ต้องคิดอย่างละเอียดรอบคอบทุกแง่มุมนะครับ.

      ลมกรด

      อ่านเพิ่มเติม...

      แท็กที่เกี่ยวข้อง

      วัคซีนโควิดวัคซีนป้องกันโควิด-19วัคซีนmRNAฉีดวัคซีนฉีดวัคซีนให้เด็กโควิด-19ลมกรดหมายเหตุประเทศไทย

      คุณอาจสนใจข่าวนี้

      thairath-logo

      ApplicationMy Thairath

      ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
      Trendvg3 logo
      Sonp logo
      inet logo
      วันเสาร์ที่ 25 กันยายน 2564 เวลา 05:27 น.
      ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
      เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์