ผลการใช้พื้นที่เกษตรกรรมยั่งยืน แปดริ้วผ่านฉลุยด้านมิติเศรษฐกิจ

ข่าว

    ผลการใช้พื้นที่เกษตรกรรมยั่งยืน แปดริ้วผ่านฉลุยด้านมิติเศรษฐกิจ

    ไทยรัฐฉบับพิมพ์

    14 ก.ย. 2564 07:01 น.

    นายพลเชษฐ์ ตราโช รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เผยถึงผลการดำเนินโครงการ Supporting Agricultural Survey on Promoting Sustainable Agriculture in ASEAN Region หรือ โครงการ SAS-PSA เพื่อสนับสนุนและส่งเสริมการสำรวจการเกษตรแบบยั่งยืนตามตัวชี้วัดขององค์การสหประชาชาติ ที่ได้ดำเนินการสำรวจนำร่องจังหวัดฉะเชิงเทรา โดยใช้ตัวชี้วัดต้นแบบจากองค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) ประกอบไปด้วย มิติด้านเศรษฐกิจ มูลค่าผลผลิตต่อไร่ กำไรจากการขายผลผลิต การเข้าถึงแหล่งเงินทุนและแหล่งประกันภัยพืชผล มิติสิ่งแวดล้อม การจัดการทรัพยากรดินและน้ำ การใช้ปุ๋ยและสารเคมี การใช้สารกำจัดศัตรูพืช ความหลากหลายของผลผลิต และ มิติทางสังคม อัตราค่าจ้างแรงงานภาคเกษตร การจ่ายค่าตอบแทน ปัญหาการขาดแคลนอาหาร และการถือครองที่ดินของเกษตรกร เป็นต้น

    ผลการสำรวจ 135 ครัวเรือนตัวอย่างจาก 5 อำเภอของจังหวัดฉะเชิงเทรา อ.พนมสารคาม (ต.บ้านช่อง) อ.สนามชัยเขต (ต.ท่ากระดาน) อ.บางน้ำเปรี้ยว (ต.หมอนทอง) อ.บ้านโพธิ์ (ต.สิบเอ็ดศอก) และ อ.เมืองฉะเชิงเทรา (ต.บางเตย) มีเนื้อที่ถือครองทางการเกษตรรวม 4,905 ไร่ พบว่า เกษตรกรมีความยั่งยืนด้านเศรษฐกิจ ร้อยละ 85.3 ด้าน สิ่งแวดล้อม ร้อยละ 60.8 และ ด้านสังคม ร้อยละ 68.6

    “ผลการสำรวจจะเห็นว่าเนื้อที่เกษตรที่มีความยั่งยืนในมิติเศรษฐกิจ สูงถึงร้อยละ 85.3 ของเนื้อที่เกษตรทั้งหมด แสดงให้เห็นว่า ครัวเรือนเกษตรกร ยังคงมีผลกำไรจากผลผลิตในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา สามารถ เข้าถึงแหล่งเงินทุนและแหล่งประกันภัยได้ บางครัวเรือนมีรายได้จากผลผลิตมากกว่า 1 ชนิด ขณะที่มิติสิ่งแวดล้อม เนื้อที่เกษตรมีความยั่งยืน ร้อยละ 60.8 ต่ำกว่ามิติอื่น เนื่องจากเกษตรกรยังคงใช้สารเคมีอันตรายในการกำจัด ศัตรูพืช กำจัดแมลงในปริมาณที่ไม่เหมาะสม ใช้ปริมาณมากแต่ผลผลิตต่อไร่ยังต่ำ และแม้ว่าเนื้อที่ถือครองต่อครัวเรือนจะมีขนาดใหญ่ แต่เนื่องจากเกษตรกรมีอายุมาก ส่วนใหญ่จึงทำเกษตรเชิงเดี่ยว ยังขาดความหลากหลายของผลผลิต

    ส่วนมิติความยั่งยืนด้านสังคม ร้อยละ 68.6 ของเนื้อที่เกษตรทั้งหมด เนื่องมาจากยังมีปัญหาด้านค่าจ้างแรงงานเกษตรที่ค่อนข้างต่ำ อย่างไรก็ตาม พบว่าเกษตรกรไม่มีความกังวลเรื่องการขาดแคลนอาหารและการได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ เนื่องจาก ในจังหวัดฉะเชิงเทราส่วนใหญ่เป็นเกษตรกรผู้ปลูกข้าว สามารถนำผลผลิตมาบริโภคในครัวเรือน และปลูกพืชผักสวนครัวไว้กินเองอีกด้วย แม้ต้องเผชิญสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19” รองเลขาธิการ สศก.กล่าว

    ทั้งนี้ ข้อมูลที่ได้จากการสำรวจ สศก.จะเผยแพร่ผ่านเว็บไซต์ของ ASEAN Food Security Information System : AFSIS เพื่อให้หน่วยงานต่างๆนำไปใช้ประโยชน์ สำหรับการวางนโยบายและแผนต่อไป โดยโครงการ SAS-PSA มีกำหนดระยะเวลาดำเนินการ 2 ปี 8 เดือน (26 มี.ค.2563-25 พ.ย.2565) โดยนำร่องใน 3 ประเทศ ไทย กัมพูชา และลาว โดยเริ่มที่ประเทศไทยเป็นประเทศแรก ณ จังหวัดฉะเชิงเทรา และ เตรียมขยายผลการสำรวจให้ครอบคลุมทั่วประเทศในระยะต่อไป.

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    เกษตรกรรมการเกษตรแบบยั่งยืนพลเชษฐ์ ตราโชมิติเศรษฐกิจองค์การสหประชาชาติครัวเรือนเกษตรกรมิติความยั่งยืนเกษตร

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันเสาร์ที่ 25 กันยายน 2564 เวลา 10:41 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์