กรมทรัพยากรน้ำ จับตา “ลานีญา” - เพิ่มประสิทธิภาพบริหารจัดการน้ำสกัดท่วม

ข่าว

    กรมทรัพยากรน้ำ จับตา “ลานีญา” - เพิ่มประสิทธิภาพบริหารจัดการน้ำสกัดท่วม

    ไทยรัฐฉบับพิมพ์

    14 ก.ย. 2564 05:25 น.

    ช่วงตั้งแต่เดือน ก.ย.-ต.ค.-พ.ย.2564 จะเป็นช่วงฝนตกหนักท้ายฤดูทั่วประเทศ ศูนย์เมขลากรมทรัพยากรน้ำ คาดการณ์ว่า จะมีฝนตกหนักเกือบร้อยละ 40 ของฝนปีนี้ และให้ระวังน้ำท่วมทั้งในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่ราบภาคกลางและภาคใต้ตามลำดับ

    ขณะที่ สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (สสน.) ระบุว่า เดือน ก.ย.-ต.ค. ฝนจะเพิ่มมากขึ้นกว่าปกติและคาดว่าจะมีพายุเคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทยอย่างน้อย 1 ลูก ซึ่งอาจทำให้เกิด อุทกภัยได้ ทั้งเดือน พ.ย. มรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ จะมีกำลังแรงและอาจมีหย่อมความกดอากาศต่ำเคลื่อนตัวเข้ามาสู่อ่าวไทยและภาคใต้ ทำให้ภาคใต้มีฝนตกหนักจนเกิดอุทกภัย

    ขณะเดียวกัน ในช่วงเวลาที่ผ่านมา ได้เห็นร่องรอยฝนตกหนักจากสถานการณ์น้ำท่วมนิคมฯ บางปู จ.สมุทรปราการ ที่สร้างความปริวิตกว่าหากฝนตกหนักต่อเนื่อง อาจเกิดกรณีน้ำท่วมเช่นเดียวกันโดยเฉพาะพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑล ตลอดจนหลายพื้นที่ทั่วประเทศ

    นอกจากนี้ยังมีนักวิชาการหลายรายระบุว่าใน ช่วงปลายปี 2564 ประเทศไทย มีโอกาสเกิดปรากฏการณ์ “ลานีญา” ทำให้ฝนมาก ฝนตกหนักกว่าค่าปกติเหมือนในหลายประเทศที่ประสบปัญหาน้ำท่วม

    แต่อย่างไรก็ตาม จากมาตรการเตรียม พร้อมรับฤดูฝนปี 2564 ของกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) ภายใต้การกำกับของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะ ผอ.กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ ได้มีการสั่งการให้ประเมินแนวโน้มปรากฏการณ์ลานีญา โดยเฉพาะหากฝนตกในพื้นที่กรุงเทพฯ ควรมีการเตรียมพร้อมรับสถานการณ์ ซักซ้อมแนวทางการปฏิบัติตามแผนเผชิญเหตุอุทกภัยน้ำป่าไหลหลากและดินถล่ม

    นายวราวุธ ศิลปอาชา
    นายวราวุธ ศิลปอาชา

    ขณะที่ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรฯ ได้มอบหมายให้ กรมทรัพยากรน้ำ เตรียมความพร้อมโดยการเสริมเครื่องสูบน้ำไปประจำการยังสำนักงานทรัพยากรน้ำภาคต่างๆ ทั่วประเทศเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำขับเคลื่อนมาตรการรับมือฤดูฝน 10 มาตรการของกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ โดยจากการคาดการณ์พบว่าฤดูฝนปีนี้จะมีปริมาณฝนมากกว่าปีที่แล้ว 5-10% ซึ่งทำให้ประเทศไทยมีฝนตกหนักและอาจเกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหล หลากได้ในบางพื้นที่

    นายภาดล ถาวรกฤชรัตน์ อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ เปิดเผยว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทส.เป็นห่วงสถานการณ์น้ำท่วม ได้กำชับให้หน่วยงานด้านการบริหารจัดการน้ำทุกส่วนดำเนินการตามภารกิจที่ได้รับมอบหมายอย่างเต็มที่ กรมทรัพยากรน้ำ โดยสำนักงานทรัพยากรน้ำภาค 1-11 ได้เตรียมความพร้อมบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนจากภาวะน้ำท่วม โดยได้ส่งเครื่องสูบกระจายไปในพื้นที่เสี่ยง และได้ดำเนินการตามมาตรการของกองอำนวยการน้ำแห่งชาติอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการช่วยเหลือเกษตรไม้ผลในพื้นที่นอกเขตชลประทาน และการรับมือฤดูฝนปี 2564 ของกองอำนวย การน้ำแห่งชาติ

    พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ
    พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ

    “สำหรับการเตรียมความพร้อมด้านเครื่องมือ เครื่องจักร และแผนปฏิบัติการด้านการป้องกันและบรรเทาวิกฤติน้ำในช่วงฤดูฝน ประจำปี 2564 ทส.โดยกรมทรัพยากรน้ำ กำหนดพื้นที่ปฏิบัติการ ประกอบด้วย ศูนย์ผลิตน้ำสะอาด จุดแจกจ่ายน้ำช่วยเหลือ จุดสูบน้ำช่วยเหลือและจุดจ่ายน้ำสะอาด รวมทั้งหมด 537 จุด โดยในช่วงภาวะน้ำแล้ง ภาวะฝนทิ้งช่วง และในช่วงต้นฤดูฝน ปี 2564 ที่ผ่านมา กรมทรัพยากรน้ำได้สูบน้ำช่วยเหลือในพื้นที่เกษตรไม้ผล และเสริมน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคให้กับประชาชนทั่วประเทศไปแล้วกว่า 60 ล้าน ลบ.ม. ทั้งยังได้เสริมเครื่องสูบน้ำในพื้นที่ต่างๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการสูบน้ำป้องกันและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน ขณะเดียวกัน ทส.ได้จัดเตรียมรถบรรทุก/รถบรรทุกน้ำ 100 คัน เครื่องจักรกลหนัก 10 คัน เรือดูดโคลน 8 ลำ และจัดเตรียมชุดขุดเจาะน้ำบาดาล 78 ชุด และรถผลิตน้ำดื่มสะอาด 18 คัน พร้อมทั้งปรับปรุงซ่อมแซมสถานีโทรมาตรและสถานี Early Warning System เพื่อให้มีความพร้อมในการเตือนภัยป้องกันการเสียชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนจากเหตุน้ำท่วมและน้ำหลาก-ดินถล่ม จำนวน 2,097 สถานี โดยสถานีดังกล่าวครอบคลุมพื้นที่ 4,911 หมู่บ้านพื้นที่เสี่ยงภัย” นายภาดล ระบุ

    นายภาดล ถาวรกฤชรัตน์
    นายภาดล ถาวรกฤชรัตน์

    นอกจากนี้ ได้มีแผนการดำเนินงานตาม นโยบายการสร้างความมั่นคงด้านทรัพยากรน้ำและเพิ่มน้ำต้นทุนของรัฐบาล โดยเน้นเป้าหมายการฟื้นฟูระบบนิเวศพื้นที่ต้นน้ำ และพื้นที่ชุ่มน้ำ พร้อมทั้งการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชน ผ่านโครงการอนุรักษ์ฟื้นฟู และพัฒนาแหล่งน้ำนอกเขตพื้นที่ชลประทาน โดยมีเป้าหมายที่จะเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนในปีงบประมาณ 2564 เพิ่มขึ้นประมาณ 163.05 ล้าน ลบ.ม. (188 แห่ง) ประชาชนจะได้ประโยชน์ 51,999 ครัวเรือน ครอบคลุมพื้นที่การเกษตร 209,788 ไร่ พร้อมทั้งการพัฒนาระบบกระจายน้ำ ในแต่ละพื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ในทุกๆแหล่งน้ำที่มีศักยภาพ เพื่อให้เกิดความสมดุลกับความต้องการ น้ำสำหรับการอุปโภคบริโภคของประชาชน

    ด้าน นายสุประภาพ พัฒน์สิงหเสนีย์ ผอ.ศูนย์เมขลา กรมทรัพยากรน้ำ กล่าวว่า กอนช. ได้ผลักดันให้มีการพัฒนาระบบ National Thai Water เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพบริหารน้ำ ทั้งนี้ ศูนย์เมขลาและศูนย์นาคราช ได้ร่วมเชื่อมโยงข้อมูลสร้างการรับรู้ให้กับประชาชน โดยจากการคาดการณ์จะมีฝนในช่วงเดือน ก.ย.-ธ.ค.นี้ ส่วนพื้นที่เสี่ยงคือ พระนครศรีอยุธยา อ่างทอง ลพบุรี สิงห์บุรี ชัยนาท จันทบุรี ฉะเชิงเทรา ปราจีนบุรี สระแก้ว นครราชสีมา บุรีรัมย์ ศรีสะเกษ อุบลราชธานี ยโสธร ชัยภูมิ เป็นต้น

    “ทีมข่าวสิ่งแวดล้อม” มองว่า มาตรการรับมือฝนหนักท้ายฤดู คือ โจทย์สำคัญของรัฐบาล แน่นอนว่าเราคงต้องยอมรับภัยพิบัติจากธรรมชาติ ทั้งสภาพอากาศโลกแปรปรวน ภาวะโลกร้อน ลานีญา ซึ่งเป็นเรื่องเหนือการควบคุม

    แต่มาตรการบริหารจัดการน้ำของรัฐต้องชัดเจน มีประสิทธิภาพ เพราะปัญหาน้ำท่วม ไม่ใช่เรื่องใหม่ เราเผชิญหน้ามาหลายครั้งแล้ว

    ช่วงที่ผ่านมาสังคมไทยต้องเผชิญกับความทุกข์ยากอย่างแสนสาหัสจากโควิด-19 มากจนเกินพอแล้ว อย่าให้คนไทยต้องผจญกับน้ำท่วมซ้ำซากอีกเลย.

    ทีมข่าวสิ่งแวดล้อม

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    ฝนตกหนักกรมทรัพยากรน้ำลานีญาน้ำท่วมจัดการน้ำภาดล ถาวรกฤชรัตน์ประวิตร วงษ์สุวรรณทีมข่าวสิ่งแวดล้อมข่าวทั่วไป

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันอาทิตย์ที่ 26 กันยายน 2564 เวลา 11:44 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์