“ว่าที่ ผบช.ก.” ผู้ปฏิรูปกองปราบ ให้เป็นที่พึ่งสุดท้ายประชาชน

ข่าว

    “ว่าที่ ผบช.ก.” ผู้ปฏิรูปกองปราบ ให้เป็นที่พึ่งสุดท้ายประชาชน

    ทีมข่าวอาชญากรรม

      12 ก.ย. 2564 05:16 น.

      หลายปีที่ผ่านมาชื่อของ “กองปราบปราม” ได้กลับมาเป็นหน่วยงานตำรวจที่ได้รับความไว้วางใจจากประชาชน มีส่วนสำคัญในการสืบสวนจับกุมคดีสำคัญมาต่อเนื่อง ปราบปรามผู้มีอิทธิพลอย่างไม่เกรงกลัว ตรงไปตรงมาและบำบัดทุกข์บำรุงสุขให้ผู้ที่เดือดร้อน ไม่ว่าจะคนรวยหรือคนจน ได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียมกัน

      คดีไหนที่เจอทางตัน ปิดคดีไม่ได้ ไปต่อไม่ได้ ผู้เสียหายต่างหนีร้อนมาพึ่งตำรวจกองปราบปรามทั้งสิ้น จนกลายเป็นที่พึ่งสุดท้ายที่เรียกความเชื่อมั่นศรัทธากลับคืนมาได้เสมอ ไม่ว่าตำรวจจะอยู่ในยุคที่ประชาชนสิ้นหวัง หมดความเชื่อมั่นแค่ไหน แต่ “กองปราบปราม” ยังได้รับความเชื่อมั่นเสมอมา ด้วยผลงานเป็นเครื่องการันตี

      ผลงานที่จับต้องได้การเปลี่ยนแปลงของกองปราบปรามที่ทำให้ประชาชนเข้าถึงพึ่งพาได้ง่าย และได้รับความเป็นธรรมเกิดจากผู้นำหนุ่มไฟแรง พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช รอง ผบช.ก. หรือ “ก้อง ที่ได้หวนกลับคืนมายังหน่วยที่ฟูมฟักให้เป็นตำรวจมือปราบอาชีพในทุกวันนี้

      พล.ต.ต.จิรภพ ได้รับความไว้วางใจจากผู้บังคับบัญชาให้มาเป็น ผบก.ป. เพื่อปฏิรูป “กองปราบปราม” จากเดิมในช่วงก่อนที่เน้นการปฏิบัติงานเชิงรับ “ตำรวจผู้รับใช้ชุมชน” ให้มาเป็นเชิงรุกมากขึ้น จนกลายมาเป็นหน่วยงานสืบสวนมือฉกาจของสำนักงานตำรวจแห่งชาติอีกครั้ง

      ทุกคดีสำคัญของประเทศต้องมีกองปราบปรามเข้าร่วมคลี่คลายคดี

      ตั้งแต่ปี 2561 พล.ต.ต.จิรภพ รับตำแหน่ง ผบก.ป. เริ่มนำกองปราบปรามออกคลี่คลายคดีสำคัญต่อเนื่อง มีผลงานต่อเนื่องจนถึงปัจจุบันดำรงตำแหน่ง รอง ผบช.ก. คุมหน่วยงานหลักกองปราบปราม เป็นคนสร้างหน่วย “หนุมาน” หน่วยปฏิบัติการพิเศษน้องใหม่ แต่ศักยภาพเต็มเปี่ยมด้วยคุณภาพ ในการลงพื้นที่ร่วมเปิดปฏิบัติการปิดคดี กวาดล้างผู้มีอิทธิพลและกลุ่มมือปืนรับจ้าง สร้างความอุ่นใจให้ชาวบ้านในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ

      กองปราบปรามเปิดปฏิบัติการกวาดล้างผู้มีอิทธิพลและซุ้มมือปืนในพื้นที่หลายจังหวัด

      คดีฆ่านักท่องเที่ยวหญิงชาวสวิส ในภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ ร่วมทีม พล.ต.อ.สุวัฒน์ ใช้เวลา 2 วันในการติดตามจับกุมคนร้าย คดี “หลงจู๊สมชาย” เจ้าพ่อบ่อนพนันขาใหญ่ภาคตะวันออกโยงคดีจ้างวานฆ่า คดีทหารคลั่งกราดยิงและจี้จับตัวประกันห้างดังกลางเมืองโคราช พล.ต.ต.จิรภพ นำทีมชุดปฏิบัติการพิเศษ “หนุมาน” กองปราบฯฝ่ากระสุนเข้าไปช่วยเหลือประชาชนในเหตุการณ์ คดี “ผอ.กอล์ฟ” ปล้นร้านทองกลางเมืองลพบุรี

      คดี พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์ กับพวกก่อเหตุอุ้มฆ่าพี่ชายผู้พิพากษา ต่อเนื่องจากเหตุฆาตกรรมเสี่ยชูวงษ์ แซ่ตั๊ง คดียักยอกเงิน 1.6 พันล้านบาทของสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้า เจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) คดีนายพันธุ์ศักดิ์ มงคลศิลป์ มือปืนภาคตะวันออกที่ก่อเหตุโชกโชน คดีจับกุมขบวนการอาชญากรรมข้ามชาติ แก๊งอุ้มเรียกค่าไถ่ คดีโกง “โครงการคนละครึ่ง” ทลายแก๊งสวมซากรถยนต์นำมาดัดแปลงขายใหม่ทั่วประเทศ

      พล.ต.ต.จิรภพ ได้แนวคิดจากประสบการณ์ทำงานในการเป็นตำรวจนักสืบ นักบริหาร และนักพัฒนามานานกว่า 20 ปี เน้นการปรับเปลี่ยนวิสัยทัศน์องค์กร (vision) การพัฒนาหน่วยงานโดยนำเทคโนโลยี ความรู้ในงานบังคับใช้กฎหมายทั่วโลกมาประยุกต์ใช้อย่างมีประสิทธิภาพ และเน้นการพัฒนาบุคลากร

      พล.ต.ต.จิรภพ ให้ความสำคัญกับการศึกษามาโดยตลอด ไล่ตั้งแต่จบการศึกษาคณะรัฐประศาสนศาสตร์ จากโรงเรียนนายร้อยตำรวจ รุ่นที่ 50 ไปศึกษาต่อปริญญาโทคณะ MIS Management Information System (การบริหารข้อมูลสารสนเทศ) จากมหาวิทยาลัย Central Michigan ประเทศสหรัฐอเมริกา และปริญญาเอกวิทยาศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาธุรกิจเทคโนโลยีและการจัดการนวัตกรรม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อีกทั้งต่อมาได้รับคัดเลือกไปอบรมหลักสูตรเอฟบีไอ (FBI) รุ่นที่ 271 จากประเทศสหรัฐอเมริกา

      ตำรวจกองปราบปรามยุคใหม่โดยเฉพาะนักสืบจึงกลายเป็นนักสืบที่มีความคิดนอกกรอบ มีวิสัยทัศน์การทำงาน เท่าทันเทคโนโลยี มีมิติการทำงานที่กว้างขึ้น ควบคู่ไปกับการรักษามาตรฐานการสืบสวนพื้นฐานและมีมารยาทในการเป็นนักสืบที่ดีโดยเคร่งครัด ทำให้ตำรวจกองปราบปรามมีคลื่นลูกใหม่ที่น่าจับตามองอยู่หลายคน

      กองปราบปรามยกระดับหน่วยงานเป็นผู้ถ่ายทอดความรู้ให้กับตำรวจหลายๆหน่วยทั่วประเทศเพื่อสร้างนักสืบเก่งๆ ทั้งความรู้ความสามารถ แนวคิดและวินัยในการทำงานอย่างเข้มข้น

      นำนักสืบรุ่นพี่ที่มีประสบการณ์ มีความรู้มาถ่ายทอด “ต่อยอดงานสืบสวน”

      ตำรวจกองปราบปรามเข้าใหม่ จะต้องผ่านหลักสูตร โรงเรียนสืบสวนกองปราบ ผ่านการติวเข้ม จนพร้อมออกมาปฏิบัติงาน มีการพัฒนาระบบฐานข้อมูลที่วางเอาไว้เป็นรากฐานในการปฏิรูปกองปราบฯในระยะยาว

      โครงการ ศูนย์บริหารข้อมูลอาชญากรรม (CSD Big Data Center) ซึ่งกองปราบฯจะเป็นศูนย์กลางในการรวบรวม และวิเคราะห์ข้อมูลอาชญากรรมในระดับประเทศ

      พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช รอง ผบช.ก. กล่าวกับ “ทีมข่าวอาชญากรรม” ว่า “ผมชอบคิดตลอดเวลา ชอบเรียนรู้สิ่งใหม่ๆและเอามาประยุกต์ใช้กับการพัฒนากองปราบปราม หน่วยงานที่ผมควบคุมดูแล ให้ความสำคัญกับการพัฒนาคน เทคโนโลยีและระบบข้อมูลข่าวสาร จึงได้เกิดโรงเรียนสืบสวนกองปราบ เกิดหน่วย “หนุมาน” ทุกคดีที่ตำรวจกองปราบปรามลงไปทำ ไปสนับสนุน สามารถเรียกความเชื่อมั่นในสังคมได้ กองปราบปรามจะต้องทำงานไม่เกรงกลัวอิทธิพล ตรงไปตรงมา ถูกผิดว่ากันด้วยพยานหลักฐาน ไม่มีการกลั่นแกล้งกัน เพื่อบำบัดทุกข์บำรุงสุขให้กับพี่น้องประชาชน”

      “ผมมีทีมงานที่ดี ผู้บังคับบัญชาและผู้ใต้บังคับบัญชาที่ดีที่พร้อมลงเรือไปกับผม ความเชื่อใจเป็นสิ่งสำคัญ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาได้พัฒนาให้กองปราบปรามจนเป็นที่พึ่งสุดท้ายของประชาชน และผมก็หวังจะให้พี่น้องประชาชนเชื่อใจ ไว้ใจกองปราบฯ และกองบัญชาการสอบสวนกลาง”

      ด้วยวิสัยทัศน์กว้างไกลของ พล.ต.ต.จิรภพ ที่ได้ปฏิรูปกองปราบปรามมาต่อเนื่องหลายปี จนออกดอกออกผลเกิดเป็นความสงบสุข ความปลอดภัย และสร้างความยุติธรรมให้กับพี่น้องประชาชนเรื่อยมา เชื่อว่า พล.ต.ต.จิรภพ ว่าที่ ผบช.ก. ในอนาคตอันใกล้นี้จะเป็นผู้นำคนใหม่ของกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง

      จะทำให้หน่วยงานนี้ได้ตอบโจทย์ความต้องการพี่น้องประชาชนที่เดือดร้อน ขาดที่พึ่ง สร้างความสงบสุข ความเท่าเทียมของรัฐบาล คืนความยุติธรรมให้สังคม เหมือนกับที่สร้าง “กองปราบปราม” ให้เติบโตมาด้วยผลงาน

      จนกลายเป็นที่พึ่งสุดท้ายของประชาชนจริงๆ.

      ทีมข่าวอาชญากรรม

      อ่านเพิ่มเติม...

      แท็กที่เกี่ยวข้อง

      จิรภพ ภูริเดชก้องกองปราบปรามปฏิรูปกองปราบปรามหน่วยหนุมานหน่วยหนุมานกองปราบทีมข่าวอาชญากรรมแกะรอยสัปดาห์

      คุณอาจสนใจข่าวนี้

      thairath-logo

      ApplicationMy Thairath

      ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
      Trendvg3 logo
      Sonp logo
      inet logo
      วันอาทิตย์ที่ 17 ตุลาคม 2564 เวลา 15:05 น.
      ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
      เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์