โควิดลาม..วัคซีนช้า ท่องเที่ยวเจ๊งระนาว

ข่าว

โควิดลาม..วัคซีนช้า ท่องเที่ยวเจ๊งระนาว

ไทยรัฐฉบับพิมพ์

    11 ก.ย. 2564 05:14 น.

    เข้าสู่โค้งสุดท้าย “นโยบายเปิดประเทศภายใน120 วัน” ตามแผน “นายกฯ” เคยประกาศไว้ก่อนหน้านี้ที่เร่งเดินหน้าขยายเส้นทางนำร่องแหล่งท่องเที่ยวใหม่รับชาวต่างชาติฉีดวัคซีนครบโดสไม่ต้องกักตัว สอดรับเชื่อมโยงภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ด้วยสูตร 7+7 ปรับลดเวลาจาก 14 วัน เหลือ 7 วัน

    แล้วเดินทางไปแหล่งท่องเที่ยวส่วนขยายนำร่องเพิ่มอีก 7 แห่งใน 3 จังหวัดใกล้เคียงกัน กลายเป็นความท้าทายในสถานการณ์การติดเชื้อยืนยันทะลุหลักหมื่นเสียชีวิตหลักร้อยรายวันที่ยังมีปัญหา “การฉีดวัคซีนล่าช้าและ มีทางเลือกน้อย” อันเป็นปัจจัยสำคัญต่อความเชื่อมั่นในการเปิดประเทศต้อนรับนักท่องเที่ยวไม่เต็มศักยภาพนี้ ดังนั้นวัคซีนป้องกันโควิด-19 เป็นกุญแจสำคัญต่อการพัฒนาโมเดลอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวนำไปสู่การเปิดประเทศให้ลุล่วง ชำนาญ ศรีสวัสดิ์ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) บอกว่า ภาพรวมการท่องเที่ยวไทยยังคงดับสนิทจากโควิด-19 ระบาดรุนแรงช่วงนี้ที่ยังไม่มีวี่แววในการควบคุมได้เร็ววัน

    เรื่องนี้กระทบต่อความรู้สึก “ประชาชนคนไทยกังวลการติดเชื้อ” ไม่อยากออกนอกบ้านท่องเที่ยวดังเดิม ทั้งยังมีปัจจัย “แต่ละจังหวัดออกมาตรการ ควบคุมโรคเข้มงวดต่างกัน” อันเป็นเงื่อนไขให้การเดินทางท่องเที่ยวข้ามจังหวัด ลำบากไม่สะดวกแล้วตอกย้ำ “ท่องเที่ยวต้องหยุดนิ่งชะงัก” โดยปริยาย

    ส่วนหนึ่งมาจาก “การกระจายวัคซีนล่าช้าไม่ครอบคลุมประชากร” ทำให้ยังมีการระบาดในหลายพื้นที่จำต้องคงมาตรการล็อกดาวน์ไว้ ทำให้บรรยากาศการท่องเที่ยวในประเทศเกิดขึ้นได้ไม่จริง ยกเว้น “ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์” ยกระดับเป็นพื้นที่กรีนโซนที่ยังพอมีชาวต่างชาติเดินทางเข้ามาใน จ.ภูเก็ตกันในระยะนี้

    แต่ยังมีจำนวนน้อยมาก ภาพรวม “นักท่องเที่ยวเข้ามาโครงการแซนด์ บ็อกซ์ราว 3 หมื่นคนใน 2 เดือน” จนถูกมองเป็นเชิงสัญลักษณ์จุดเริ่มต้น ในแง่ “การส่งเสริมการตลาดการท่องเที่ยวไทย” ที่ไม่อาจประคับประคองให้ ภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวขับเคลื่อนเดินหน้าอย่างมีประสิทธิภาพเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ได้

    ถ้าหากย้อนดู... “ความเสียหายในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทย” นับตั้งแต่มีการระบาดระลอกแรกนี้ “รัฐบาลประกาศมาตรการล็อกดาวน์” ทำให้ผู้ประกอบการค่อนข้างกระสับกระส่ายสับสนไม่น้อย แต่โชคดีเป็นมาตรการ ระยะเวลาสั้นๆ 2-3 เดือน แล้วก็ผ่อนคลายมาตรการตามลำดับมาเรื่อยๆ

    ไม่นาน “รัฐบาล” ออกมาตรการเยียวยาผู้เดือดร้อนถูกเลิกจ้าง ส่วนผู้ประกอบการท่องเที่ยวได้รับผลกระทบที่พอมีเงินเก็บก็นำมาหนุนธุรกิจเดินหน้าแบบกระท่อนกระแท่นให้มีรายได้ช่วยต่อลมหายใจคราวนั้น

    กระทั่ง “ระบาดระลอก 2 ต่อเนื่องระลอก 3” ค่อนข้างหนักหนาสาหัสมาก กลายเป็นปัจจัยให้ “คนไทยกังวลกลัวโรคติดต่อ” ไม่กล้าออกไป ท่องเที่ยวกันมากกว่าเดิม “แห่ยกเลิกการเดินทางหมดเกลี้ยง” ทำลาย บรรยากาศการท่องเที่ยวโดยสิ้นเชิงกระทบ “การกระตุ้นไทยเที่ยวไทย” ไม่สามารถขับเคลื่อนไปได้ตามมา

    กลายเป็นห่วงโซ่ให้มีเสียงสะท้อนจาก “เอเจนซีต่างชาติขาดความเชื่อมั่นหลีกเลี่ยงพาทัวร์นักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาในไทย” ที่เป็นสัญญาณ สะท้อนถึงชาวต่างชาติยังรู้สึกไม่โอเคในสถานการณ์โรคระบาดนี้ที่อย่าลืมว่า “ทั่วโลก” ต่างก็เฝ้าติดตามบรรยากาศการท่องเที่ยวไทยอยู่ตลอดเช่นกัน

    คนไทยไม่กล้าท่องเที่ยวบ้านตัวเองแล้วจะให้ชาวต่างชาติกล้าเข้ามาได้อย่างไร...?

    ปัญหานี้ยังกระทบต่อ “โครงการแซนด์บ็อกซ์” บรรยากาศการท่องเที่ยว ไม่ค่อยคึกคักเป็นตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ทำให้นักท่องเที่ยวมีน้อยไม่สามารถกระจายการใช้บริการได้ทั่วถึงกันนี้ส่งผลให้ “ผู้ประกอบการท่องเที่ยว” ทุ่มเงินลงทุนไปแล้วกลับไม่มีรายได้แถมยังมีค่าใช้จ่ายคงเดิมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

    อย่างเช่น “ธุรกิจโรงแรม” สามารถอยู่รอดได้ต้องมีอัตราการบริการไม่ต่ำกว่า 30% แต่ตอนนี้นักท่องเที่ยวใช้บริการแบบกะปริบกะปรอยเฉลี่ย 5-20% จนโรงแรมระดับ 5 ดาว ปรับกลยุทธ์การตลาดลดอัตราค่าบริการ กลายเป็นผลกระทบต่อโรงแรม 2-3 ดาว ต้องเจอปัญหาหนักแทบไม่มีคนเข้าพักบริการด้วยซ้ำ

    ตอกย้ำตั้งแต่โควิด-19 ระบาดมีธุรกิจการท่องเที่ยวคงเหลือเปิดให้บริการกันแบบรักษาสภาพ 50% เท่านั้น ถ้ายังปล่อยให้การท่องเที่ยวไร้คนเที่ยวเช่นนี้ “ธุรกิจหลายแห่งอาจต้องเจ๊งล้มหายตายจากกันไปหมด” เพราะเมื่อไม่มีรายได้แล้วก็ไม่อาจหันหน้าหาพึ่งพาสถาบันการเงินให้ปล่อยเงินกู้ต่อลมหายใจได้แน่ๆ

    “โครงการภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์จำเป็นต้องต่อยอดกระตุ้นการท่องเที่ยวให้คึกคักกว่านี้ที่ต้องเป็นโจทย์ใหญ่ให้ภาครัฐ...ภาคประชาชนร่วมแรงร่วมใจกัน เพื่อสร้างเงินหมุนเวียนก่อให้เกิดรายได้ต่อระบบเศรษฐกิจทั้งหมด มิเช่นนั้น อาจเป็นเพียงสัญลักษณ์ที่ไม่สามารถนำไปสู่การเปิดประเทศ 120 วันได้จริง” ชำนาญว่า

    ล่าสุด “ศบค.” เห็นชอบขยายภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์กว้างยิ่งขึ้นด้วยการ เพิ่มการเดินทางท่องเที่ยวเชื่อมโยงต่อพื้นที่จังหวัดใกล้เคียงตาม “สูตร 7+7” ปรับลดอยู่ จ.ภูเก็ต 14 วัน เหลือ 7 วัน แล้วเดินทางไปพื้นที่นำร่องอื่นต่อ 7 วัน...ในการส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาะสมุย เกาะพะงัน เกาะเต่า จ.สุราษฎร์ธานี เกาะพีพี เกาะไหง ไร่เลย์ จ.กระบี่ เขาหลัก เกาะยาวน้อย และเกาะยาวใหญ่ จ.พังงา จากนั้นก็จะสามารถเดินทางไปจังหวัดอื่นได้ที่แต่ละจังหวัดปลายทางต้องเตรียมการวางแผน บริหารจัดการควบคุมรองรับการระบาดโควิด-19 นี้

    “แซนด์บ็อกซ์” เป็นโครงการที่ดีแต่ว่า “บรรยากาศยังไม่คึกคัก” เพราะนักท่องเที่ยวขาดความมั่นใจในความปลอดภัย ที่มีปัจจัยจากการกระจาย วัคซีนไม่เพียงพอ ทำให้การต่อยอดทำเรื่องอื่นล่าช้าไปด้วย

    ประเด็นนี้ “รัฐบาล” ต้องเร่งกระจายวัคซีนครอบคลุมคนไทยตามแผน กำหนดไว้สิ้นปีนี้ที่จะช่วยป้องกันโรคระบาดอันเป็นหนทางออกเดียวสามารถสร้างความเชื่อมั่นกระตุ้น “การท่องเที่ยวไทย” ระหว่างนี้ก็ต้องจัดสรรวัคซีน ให้จังหวัดนำร่องรับนักท่องเที่ยวต่างชาติในการฉีดให้คนพื้นที่ครบร้อยเปอร์เซ็นต์ด้วย

    เพื่อให้ทำหน้าที่เสมือน “เป็นประตูด่านหน้าต้อนรับชาวต่างชาติ” โดยเฉพาะ “กลุ่มพนักงานโรงแรม รถขนส่ง เรือ บริษัททัวร์” ต้องสัมผัส ใกล้ชิดนักท่องเที่ยวมีความจำเป็นต้องได้รับการฉีดวัคซีนสร้างภูมิคุ้มกันหมู่รองรับการให้บริการคนต่างแดนที่จะเดินทางมาท่องเที่ยวได้รับความปลอดภัยกันทั้งสองฝ่าย

    ย้ำว่า “การเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวต่างแดน” ต้องพึ่งพาวัคซีนป้องกันโควิด-19 ทั้งทำให้เปิดการท่องเที่ยวสำเร็จลุล่วงด้วยดี ดังนั้น “รัฐบาล” ต้องเร่งกระจายในพื้นที่ระบาดหนัก ที่ทำควบคู่การจัดสรรให้ภาคการท่องเที่ยวได้ฉีดวัคซีนกันด้วย เพื่อให้สามารถเปิดเมืองรับการท่องเที่ยวกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศต่อไป

    เพราะปัญหาที่เจอกัน “หน่วยงานภาครัฐ” กระจายวัคซีนมาสู่ “อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวค่อนข้างน้อย” ทำให้ผู้ประกอบการไม่มั่นใจ สิ้นหวังในสถานการณ์ต่างทยอยปิดกิจการลงเรื่อยๆ

    เท่าที่พูดคุยกับผู้ประกอบการท่องเที่ยวต่างเรียกร้องขอวัคซีนเยอะมาก แต่วัคซีนไม่เพียงพอโควตาไม่แน่นอนจนไม่อาจวางแผนฟื้นฟูการท่องเที่ยวต่อไปได้ “เสมือนทำนาแบบไม่มีเขื่อนมีฝนถึงเพาะปลูกได้” แต่ยังดีไม่นานนี้ “ครม.ทบทวนเราเที่ยวด้วยกันและทัวร์เที่ยวไทย” ทำให้ธุรกิจเริ่มมีความหวังขึ้นมาใหม่

    “สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย” เรียกร้องขอวัคซีนจากรัฐบาลเพื่อนำมากระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวอันเป็นการขับเคลื่อนเดินหน้าตาม “นโยบายของนายกฯ เปิดประเทศภายใน 120 วัน” ที่สามารถทำได้ไม่ยาก ยกเว้นต้องการรอให้ “นักการเมือง” จัดสรรวัคซีนแจกจ่ายให้ลูกบ้านตัวเอง จนครบก่อนแล้ว...

    แบบนี้ปีหน้า “วัคซีนก็ไม่ผ่านมาภาคการท่องเที่ยวครบได้” ผลตามมา ธุรกิจการท่องเที่ยวทยอยปิดตัวเรื่อยๆ สุดท้ายขุนพลผู้นำสำคัญต้องสูญหายหมดสิ้นไปทำให้ “ฟื้นฟูการท่องเที่ยวกลับคืนมาได้ยาก” ขอฝากถึง “รัฐบาลต้องเข้าใจภาคการท่องเที่ยว” ที่ต้องการวัคซีนเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจท่องเที่ยวนี้ด้วย

    นี่คือเสียงสะท้อนภาคการท่องเที่ยว...เสียหายร้อยเปอร์เซ็นต์ หลงเหลือ ต่างชาติเดือนละหมื่นจากเคยมีมา 40 ล้านคนต่อปี...ทางรอดการเปิดประเทศ 120 วัน ลุล่วงได้ด้วยดีคงหนีไม่พ้นเรื่องวัคซีน.

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    เปิดประเทศเปิดประเทศ 2564เปิดประเทศ 120 วันโควิด-19วัคซีนโควิดฉีดวัคซีนสกู๊ปหน้า 1

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันจันทร์ที่ 20 กันยายน 2564 เวลา 12:47 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์