สธ.แถลง ขอโทษประชาชน แต่ขอมั่นใจ ยัน ข้อมูลผู้ป่วย รพ.เพชรบูรณ์ ถูกแฮกไป ไม่ใช่ข้อมูลสำคัญ เร่งสืบค้นต้นตอแล้ว ยังไร้การเรียกเงินใดๆจากรพ. มีแต่การเอาข้อมูลไปขายในอินเทอร์เน็ต ชี้ มีโทษ

วันที่ 7 ก.ย. เมื่อเวลา 13.30 น. ที่กระทรวงสาธารณสุข นายแพทย์ธงชัย กีรติหัตถยากร รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข นายแพทย์อนันต์ กนกศิลป์ ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร นายสุทธิพงษ์ วสุโสภาพล รองเลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ร่วมกัน แถลงข่าว แฮกข้อมูลผู้ป่วย และประเด็น การปฏิบัติตามมาตรา 7 พระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2550 กรณี การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยไม่ได้รับความยินยอม ภายหลังเกิดกรณีการแฮกข้อมูลผู้ป่วย ท่ี จ.เพชรบูรณ์ ว่า

นายแพทย์ธงชัย กีรติหัตถยากร รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข ยืนยัน ที่มีข่าวการขายข้อมูลผู้ป่วย ที่ รพ.เพชรบูรณ์ เมื่อ 5 ก.ย. ยันข้อมูลที่ถูกนำไปขาย ไม่ใช่ฐานข้อมูลคนไข้หลักของ รพ. ไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูลการวินิจฉัยโรค ผลตรวจใดๆ ทั้งสิ้น ส่วนอีกฐานข้อมูล คือข้อมูลการนัดผู้ป่วย และฐานข้อมูลเวรแพทย์แต่ละท่าน จะขึ้นเวรวันไหน เวลาไหนบ้าง ฉะนั้นฐานข้อมูลทั้งหมดไม่ได้อยู่ในฐานการรักษาทั่วไปของ รพ. วันนี้ ระบบ รพ.เพชรบูรณ์ ยังสามารถเข้าไปได้ปกติ และมีการดำเนินการตรวจสอบเรื่องความเสี่ยง ลงไปเช็กข้อมูลทั้งหมดแล้ว โดย สธ.ร่วมกับคณะกรรมการจากหน่วยงานอื่นๆ เพื่อตรวจสอบแล้ว 

นายแพทย์อนันต์ กนกศิลป์ ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ยืนยันว่า เซิร์ฟเวอร์ที่ถูกโจมตี เป็นเซิร์ฟเวอร์ที่แยกออกมาต่างหาก ไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูลรักษาคนไข้ จากการตรวจสอบเบื้องต้น ไม่มีการบุกรุกไปเซิร์ฟเวอร์ตัวอื่นๆ เบื้องต้น ได้มีการส่งเจ้าหน้าที่ไปสืบย้อนกลับไปแล้ว ว่า มีการเข้ามาแฮกข้อมูล จากช่องทางใด การที่ข้อมูลคนไข้รั่วไหลครั้งนี้ ยังไม่มีการเรียกเงินใดๆ จาก รพ. แต่มีการเอาข้อมูลไปขายในอินเทอร์เน็ตเท่านั้น

นายสุทธิพงษ์ วสุโสภาพล รองเลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ กล่าวว่า สำหรับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งมีพ.ร.บ.สุขภาพแห่งชาติ พ.ศ.2550 โดยเฉพาะ มาตรา 7 กำหนด ข้อมูลสุขภาพส่วนบุคคล เป็นความลับส่วนบุคคล ที่เปิดเผยไม่ได้ ยกเว้นได้รับการยินยอมจากผู้ป่วย เจ้าตัวเท่านั้น กรณีดังกล่าวอาจทำให้เกิดความเสียหายกับผู้ป่วยได้ หากมีความเสียหายเกิดขึ้น มีโทษจำคุก ไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ แต่เป็นความผิดที่ยอมความได้ ทั้งนี้ ยังมีความผิดกฎหมายฉบับอื่น อาทิ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ด้วย 

นายแพทย์อนันต์ กล่าวว่า ในส่วน รพ.เพชรบูรณ์ จะทบทวนมาตรการ และความเสี่ยงต่างๆ เพื่อจัดการให้มั่นคงปลอดภัยมากกว่าเดิม และต้องสร้างให้บุคลากรที่ใช้งานได้ตระหนักให้มากขึ้น จะมีการตั้งหน่วยงานเพื่อป้องกัน และตอบโต้ต่อไป

นายสุทธิพงษ์ ยังกล่าวถึง คำถามข้อมูลหลุดถูกแฮกไป เสียหายมากน้อยแค่ไหน ว่า ก่อนอื่น ต้องกราบขอโทษคนไข้ทุกคน ที่ปล่อยให้มีการแฮกข้อมูลไปได้ เมื่อทางเราทราบเรื่อง ก็ได้ร่วมกับหน่วยงานเข้าไปดูแลข้อมูลทั่วไปที่ถูกแฮกไปเป็นชื่อ นามสกุล และเบอร์โทรศัพท์ ไม่ได้ลึกไปถึงรายละเอียดอื่น อาทิ เรื่องผลแล็บ หรือมีโรคประจำตัวอะไร ดังนั้น ระบบ รพ.เพชรบูรณ์ ยืนยันว่า ยังดำเนินการได้เป็นปกติทุกอย่าง