- เอทีเค 8.5 ล้านชุด ที่ สปสช.เตรียมแจกฟรี เบื้องต้นจะกระจายในพื้นที่สีแดงก่อน แต่ประชาชนกลุ่มเสี่ยงต้องทำแบบคัดกรองความเสี่ยงในแอปพลิเคชัน "เป๋าตัง" แล้วคลิกที่รับชุดตรวจโควิด-19
- สปสช.พร้อมกระจายชุดตรวจ ATK 8.5 ล้านชุด เน้นพื้นที่สีแดงก่อน เฉพาะ กทม.ได้ 2 ล้านชุด
- อย.ยันชุดตรวจ ATK 8.5 ล้านชุด ได้มาตรฐาน สปสช.เผยพร้อมกระจายกลาง ก.ย.นี้ เน้นพื้นที่สีแดง ส่วนกลุ่มเสี่ยงต้องทำแบบประเมินผ่านแอปฯ เป๋าตัง
ภายหลังที่ องค์การเภสัชกรรม (อภ.) ได้ลงนามสัญญาจัดซื้อชุดตรวจทดสอบโควิด-19 แบบตรวจหาด้วยตนเอง หรือ ATK จำนวน 8.5 ล้านชุด เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งลอตแรกจะถูกจัดส่งมาถึงไทยในวันที่ 7-9 ก.ย.นี้ และจะทำการส่งมอบเป็นลอตๆ ต่อจนครบจำนวน 8.5 ล้านชิ้น
โดย นายกรัฐมนตรี ได้กำชับกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) และสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ให้เตรียมการกระจายชุดตรวจ ATK ผ่านหน่วยบริการที่อยู่ในระบบหลักประกันสุขภาพใน 2 รูปแบบ คือ
- 1. แจกให้ชุมชนแออัด รวมทั้งตลาด โดยให้ผู้นำชุมชน ผู้ประสานงาน หรืออาสาสมัครสาธารณสุข (อสส.) และอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) มารับชุดตรวจและกระจายให้กลุ่มเป้าหมาย โดยที่ประชาชนไม่ต้องเดินทางมารับที่หน่วยบริการ
- 2. แจกที่หน่วยบริการ ได้แก่ โรงพยาบาล และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลทุกแห่ง รวมถึงคลินิก และร้านขายยาที่เข้าร่วมโครงการ โดยประชาชนขอรับผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง ที่ธนาคารกรุงไทยกำลังพัฒนาอัปเดตระบบ เพิ่มเมนูรับชุดตรวจโควิดฟรี
...
เตรียมกระจาย ATK กลาง ก.ย.นี้
โดย นพ.อภิชาติ รอดสม รองเลขาธิการ สปสช. เปิดเผยถึงการกระจายชุดตรวจ ATK แบบ Self-test จำนวน 8.5 ล้านชุด สำหรับให้ประชาชนนำไปตรวจด้วยตัวเองที่บ้านว่า จะแจกให้ประชาชนกลุ่มเสี่ยง เช่น มีคนในบ้านเป็นโควิด อยู่ในชุมชนแออัด มีการสัมผัสอยู่ใกล้ผู้ติดเชื้อ อยู่ในพื้นที่ระบาด กลุ่มที่ให้บริการผู้อื่น เช่น แม่ค้าในตลาด เป็นต้น คาดว่าจะสามารถกระจายให้ประชาชนกลุ่มเสี่ยงได้ในช่วงกลางเดือน ก.ย.นี้ ในพื้นที่ กทม.ได้เตรียมไว้ 2 ล้านชุด สำหรับชุมชน 2,000 กว่าชุมชน กระจายให้ศูนย์บริการสาธารณสุขของ กทม.แล้วกระจายต่อให้อาสาสมัครสาธารณสุข หรือ อสส. เอาไปกระจายในชุมชน แต่คนที่รับต้องพิสูจน์ตัวตนผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง และทำแบบประเมินว่าเป็นกลุ่มเสี่ยงจริงหรือไม่
เน้นจังหวัดสีแดง กระจายผ่าน ร้านยา-คลินิก เครือข่าย สปสช.
นพ.อภิชาติ กล่าวด้วยว่า อีกส่วนจะส่งไปตามต่างจังหวัด โดยเฉพาะจังหวัดสีแดง ผ่านหน่วยบริการ เช่น โรงพยาบาล โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) จากนั้นหน่วยบริการจะกระจายผ่านอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) หรือให้ประชาชนมารับที่หน่วยบริการ แต่ต้องประเมินว่าเป็นกลุ่มเสี่ยงก่อนรับชุดตรวจ ATK ด้วยเช่นกัน นอกจากนี้จะกระจายผ่านร้านยาและคลินิกในเครือข่าย สปสช. ประมาณ 1,000 แห่งทั่วประเทศ อาจให้ผู้รับมารับชุดตรวจที่ร้านยา และลงทะเบียนผ่านแอปฯ เป๋าตัง โดยให้ร้านยาติดตามผลการคัดกรองให้
ทำแบบประเมินผ่านแอปฯ ก่อนรับผ่านร้านขายยากว่า 1 พันแห่ง
ภญ.ศิริรัตน์ ตันปิชาติ นายกสมาคมเภสัชกรรมชุมชน กล่าวว่า ในส่วนของช่องทางการกระจายผ่านร้านยานั้น จากการหารือเบื้องต้นกับ สปสช. คือให้ผู้ประสงค์จะรับชุดตรวจ ATK ลงทะเบียนและทำแบบประเมินความเสี่ยงผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง สามารถเลือกร้านยาที่จะเข้าไปรับชุดตรวจได้ รวมทั้งอาจ Walk in มาที่ร้านยา ให้ร้านยาประเมินความเสี่ยงและบันทึกข้อมูลเข้ามาในระบบแอปฯ เป๋าตังเช่นกัน ขณะนี้มีร้านยาที่ลงทะเบียนเป็นหน่วยบริการในระบบหลักประกันสุขภาพประมาณ 1,000 ร้านทั่วประเทศ อยู่ใน กทม.ประมาณ 300 ร้าน
เน้น "กลุ่มเสี่ยง" ได้คนละ 2 ชุด
ภญ.ศิริรัตน์ กล่าวอีกว่า คนที่จะรับชุดตรวจนั้น ต้องเป็นกลุ่มเสี่ยง เช่น มีคนในที่ทำงานติดเชื้อ แต่ตัวเองยังมีอาการปกติ ไม่แน่ใจว่าจะได้รับเชื้อด้วยหรือไม่ แบบนี้เข้าข่ายรับ ATK ได้ จะได้ไปคนละ 2 ชุด สำหรับตรวจครั้งแรก และตรวจซ้ำอีกครั้งเมื่อผ่านไป 5 วัน เมื่อทราบผลตรวจแล้ว ผู้ตรวจต้องส่งรูป หรือโทรกลับมาแจ้งที่ร้านยาเพื่อรับคำแนะนำในการแปลผลการตรวจ ในกรณีที่ผลเป็นลบ เภสัชกรจะแนะนำให้กักตัวอยู่บ้านให้ครบ 14 วัน แต่ถ้าผลเป็นบวกจะแนะนำให้เข้าระบบการดูแลที่บ้านแบบ Home Isolation และถ้ามีอาการมาก มีการพูดคุยกันว่าจะให้ร้านยาส่งยาฟาวิพิราเวียร์ไปให้ที่บ้าน อย่างไรก็ตามการส่งยาฟาวิพิราเวียร์ต้องรอความชัดเจนอีกครั้ง
...
ยันชุดตรวจ ATK 8.5 ล้านชุด ผ่านมาตรฐาน อย.
ด้าน นายแพทย์ไพศาล ดั่นคุ้ม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กล่าวถึงกรณี ชุดตรวจ ATK 8.5 ล้านชิ้น ที่ถูกตั้งข้อสงสัยว่า ไม่ได้มาตรฐาน ว่า ประเด็นชุดตรวจนี้ได้รับอนุญาตจาก อย.ไทยแล้ว อย.ของไทยทดสอบแล้ว จากคณะแพทยศาสตร์ รพ.รามาธิบดี ที่ทดสอบจากชุดทดสอบจริงแล้ว ยืนยันชุดตรวจ Antigen Test Kit (ATK) ผ่านเกณฑ์ความไวมากกว่า 90% และเป็นไปตามเกณฑ์ทุกอย่าง ดังนั้นจึงเป็นที่มั่นใจได้ว่า อย.ของไทยเราสามารถอนุญาตเป็นไปอย่างถูกต้อง และเป็นไปตามมาตรฐานสากล
เขียนโดย : หงเหมิน
กราฟิก : Jutaphun Sooksamphun