สัญญาณป่วย "วัณโรค" ย้ำผู้ป่วยต้องกินยารักษาให้ครบสูตร อย่าหยุดยาเองเด็ดขาด

ข่าว

    สัญญาณป่วย "วัณโรค" ย้ำผู้ป่วยต้องกินยารักษาให้ครบสูตร อย่าหยุดยาเองเด็ดขาด

    ไทยรัฐออนไลน์

    22 ส.ค. 2564 16:40 น.

    "กรมควบคุมโรค" เตือนผู้ป่วย "วัณโรค" ให้กินยารักษาให้ครบสูตร อย่าหยุดยาเองเด็ดขาด ป้องกันการเกิดเชื้อวัณโรคดื้อยา หลังพบผู้ป่วยแล้ว 1,221 ราย ชี้ ทำให้การรักษายุ่งยาก เชื้อแพร่คนอื่นได้

    วันที่ 22 ส.ค. 2564 นายแพทย์อภิชาต วชิรพันธ์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงปัญหาของโรควัณโรคว่า โรคนี้เป็นโรคระบบทางเดินหายใจ เกิดจากเชื้อแบคที่เรียที่มีชื่อว่ามัยโคแบคทีเรียม ทูเบอร์คูโลซีส (Mycobacterium Tuberculosis) เกิดได้ทุกอวัยวะ แต่ส่วนใหญ่จะเกิดที่ปอด

    สำหรับสถานการณ์ขณะนี้มีแนวโน้มลดลง ในปีที่ผ่านมามีรายงานผู้ป่วยใหม่และผู้ขึ้นทะเบียนรักษารวมจำนวน 87,879 ราย ลดจากปี 2559 ที่มีจำนวน 119,000 ราย เสียชีวิต 6,802 ราย ปัญหาวัณโรคของไทยขณะนี้แยกเป็น 3 กลุ่ม คือ ประชาชนทั่วไป วัณโรคดื้อยาหลายขนาน (Multi Drug Resistant Tuberculosis :MDR-TB) และวัณโรคในผู้ติดเชื้อเอชไอวีซึ่งมีจำนวน 6,798 ราย

    ส่วนในกลุ่มของผู้ป่วยวัณโรคดื้อยานั้น พบในผู้ป่วยรายใหม่ประมาณร้อยละ 2 ซึ่งปีที่ผ่านมาพบผู้ป่วย 1,221 ราย บางรายดื้อยาที่ใช้รักษาถึง 4 ขนาน สาเหตุสำคัญของเชื้อวัณโรคดื้อยาเกิดมาจากสองสาเหตุหลักคือ ผู้ป่วยกินยาไม่ครบตามสูตรที่แพทย์กำหนด และกินยาไม่ต่อเนื่อง โดยมักเกิดขึ้นหลังจากที่ได้กินยารักษาไปแล้ว 2 สัปดาห์ อาการจะดีขึ้น ทำให้ผู้ป่วยคิดว่าหายแล้วจึงไม่กินยาต่อ ทำให้เชื้อที่อยู่ในปอดไม่ตาย และพัฒนาตัวเองเป็นชนิดดื้อยา และผู้ป่วยสามารถแพร่เชื้อชนิดดื้อยานี้สู่คนรอบข้างได้จากการไอจาม โดยเชื้อจะอยู่ในละอองน้ำมูก น้ำลาย ของผู้ป่วย ส่งผลให้การรักษามีความยุ่งยากขึ้น ต้องใช้ยาที่แรงขึ้น และใช้เวลารักษานานขึ้นอย่างน้อย 20 เดือน และอัตราการรักษาหายขาดมีประมาณร้อยละ 50 เท่านั้น

    ทางด้าน แพทย์หญิงผลิน กมลวัทน์ ผู้อำนวยการกองวัณโรค กล่าวเพิ่มเติมว่า การป้องกันปัญหาเชื้อวัณโรคดื้อยาหลายขนาน สามารถทำได้ไม่ยาก โดยขอให้ผู้ป่วยวัณโรคทุกรายกินยาให้ครบตามจำนวนที่แพทย์สั่งรักษา อย่าขาดยา หรือหยุดยาเองอย่างเด็ดขาด และไปพบแพทย์ตามนัดจนกว่าแพทย์จะสั่งหยุดยา โดยยาที่ใช้รักษาในปัจจุบันมีประสิทธิภาพดีมาก ใช้ระยะเวลารักษาประมาณ 6-8 เดือน ซึ่งเร็วกว่าเดิมที่ต้องใช้เวลา 1 ปีครึ่งถึง 2 ปี หากกินยาได้ครบถ้วนจะหายขาด 100%

    สำหรับอาการของวัณโรค ประชาชนสามารถสังเกตอาการเด่นๆ ที่เป็นลักษณะเฉพาะของโรคนี้ได้คือ มีอาการไอแห้งๆ ติดต่อกันเกิน 2 สัปดาห์ขึ้นไป และมีอาการอื่นๆ ร่วมด้วย เช่น น้ำหนักตัวลด เจ็บหน้าอก ไอแล้วมีเลือดปนออกมาด้วย หรือมีไข้ต่ำๆ มักเกิดขึ้นในช่วงบ่ายๆ และค่ำ หากมีคนในครอบครัวหรือคนข้างบ้านมีอาการดังกล่าว ขอให้พาไปพบแพทย์ที่สถานพยาบาลใกล้บ้าน หรือสถานบริการสาธารณสุขใกล้บ้านทุกแห่งทั่วประเทศ เพื่อเข้าสู่ระบบการตรวจวินิจฉัยและรักษาโดยเร็ว และสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลาเพื่อป้องกันการแพร่เชื้อ

    ทั้งนี้ การป้องกันไม่ให้ป่วยเป็นวัณโรค มีคำแนะนำดังนี้ 1.ควรตรวจสุขภาพ และเอกซเรย์ปอดทุกปี 2.เด็กแรกเกิดทุกคนต้องได้รับการฉีดวัคซีนบีซีจีเพื่อป้องกันวัณโรค 3.หากมีอาการสงสัยว่าจะเป็นวัณโรคตามอาการที่กล่าวมา ขอให้ไปตรวจที่สถานพยาบาลทุกแห่ง 4.รักษาสุขภาพให้แข็งแรง 5.ดูแลบ้านเรือนให้สะอาด อากาศหมุนเวียนถ่ายเทดี 6.หลีกเลี่ยงเข้าไปในสถานที่แออัด 7.หลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยงต่อการติดเชื้อเอชไอวี 8.ไม่คลุกคลีกับผู้ที่กำลังป่วยเป็นวัณโรค

    ส่วนผู้ที่ป่วยแล้ว ขอให้สวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อสู่คนอื่น กินยาให้ครบตามแพทย์สั่ง รับประทานอาหารได้ทุกชนิด งดดื่มเหล้า สูบบุหรี่ และสารเสพติดทุกชนิด และให้ปฏิบัติตามคำแนะนำการป้องกันโรคโควิด-19 อย่างเคร่งครัด โดยการเว้นระยะห่าง ล้างมือบ่อยๆ ด้วยสบู่หรือแอลกอฮอล์เจล งดการรวมกลุ่ม งดออกนอกบ้าน เพราะหากผู้ป่วยวัณโรคติดเชื้อโควิด-19 จะทำให้มีอาการรุนแรงมากยิ่งขึ้น.

    อ่านเพิ่มเติม...

    อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    วัณโรคป่วยวัณโรคดื้อยาวัณโรคดื้อยาอภิชาต วชิรพันธ์กรมควบคุมโรค

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันพุธที่ 20 ตุลาคม 2564 เวลา 11:05 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์