"รมว.ยุติธรรม" ถก "กรมราชทัณฑ์" เร่งผลิต-ปลูกฟ้าทะลายโจร ให้ได้ตามเป้า เผย ส.ค.นี้ จะผลิตได้ 4 ล้านเม็ด ย้ำผู้ติดเชื้อต้องลดลง กำชับผู้บริหารต้องหมั่นใส่ใจ ทำงานดักปัญหา อย่าไล่ตาม เน้นใช้งบประมาณอย่างคุ้มค่า
เมื่อวันที่ 13 ส.ค.64 นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ประชุมผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ ร่วมกับ นายนิยม เติมศรีสุข รองปลัดกระทรวงยุติธรรม นายอายุตม์ สินธพพันธุ์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ ผู้บริหาร และผู้บัญชาการเรือนจำทั่วประเทศ
โดย นายสมศักดิ์ กล่าวว่า เรื่องการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในเรือนจำนั้น เราต้องเน้นยาแผนไทยอย่างฟ้าทะลายโจรมากขึ้น จะไปเน้นยาแผนปัจจุบันคงไม่ไหว เพราะราคาแพง หากเราใช้เงินอย่างสุรุ่ยสุร่าย ค่าใช้จ่ายจะสูง เราจะต้องเน้นกึ่งป้องกันกึ่งรักษา ขอฝากอธิบดีช่วยกวดขัน หากไม่มีฟ้าทะลายโจรในแต่ละเรือนจำเลยถือว่าสุรุ่ยสุร่าย นอกจากนี้ยังต้องมีสต๊อกไว้ส่วนกลางด้วย เราไม่จำเป็นต้องทำงานหนักโดยการไล่ตามปัญหา แต่เราต้องใช้วิธีการดัก เอาใจใส่ผู้ใต้บังคับบัญชาและผู้ต้องขัง เราจะรู้ว่าโรคเคลื่อนเข้ามาหาเราต้องเตรียมดักโรคเอาไว้ คนที่ติดเชื้อน้อยอาการไม่หนักก็รีบรักษาให้หาย นอกจากนี้ตนได้รับรายงานว่า มียาฟ้าทะลายโจรสำรองในเรือนจำทั้งหมด 4 ล้านกว่าแคปซูล ยังขาดอีกประมาณ 10 กว่าล้านแคปซูล ซึ่งกำลังเร่งหา และผลิตให้ได้ตามเป้าหมายที่เราวางไว้ โดยภายในเดือน ส.ค.นี้ เรือนจำจะผลิตได้ทั้งหมด 4 ล้านแคปซูล
นายสมศักดิ์ กล่าวอีกว่า ยังมีอีกหลายเรือนจำ ที่ยังไม่มียาสำรองในบัญชียังเป็นศูนย์ ขอให้ไปติดตามเร่งรัด อาจจะรายงานยังไม่ครบ หรือยังไม่ได้กรอกรายงานจำนวนเข้ามา สัปดาห์หน้าเราจะมาดูอีกครั้ง ในส่วนของการปลูกและการผลิตเองในแต่ละเรือนจำนั้น ขณะนี้ตนได้กำชับให้แต่ละเรือนจำปลูกและผลิตโดยเร็วให้เตรียมวัตถุดิบพร้อมไว้ ซึ่งในเดือนนี้จะได้รับปลอกแคปซูล 8 ล้านเม็ด ซึ่งจะแจกจ่ายให้แต่ละเรือนจำนำไปผลิต นอกจากนี้ในการปลูกขอให้ศึกษาวิธีการให้ดีใน 1 ไร่ จะปลูกได้ประมาณ 20,000-25,000 ต้น ซึ่งจะได้ผงประมาณเกือบ 500 กิโลกรัม ซึ่ง 1 กิโลกรัมจะผลิตยาได้ 2,500 แคปซูล หากเรือนจำไหนมีที่ดินน้อยก็ให้ปลูกติดกันถี่ๆ น่าจะพอใช้ในเรือนจำช่วยผู้ต้องขังที่ติดเชื้อได้
...
"ผมมั่นใจข้อมูลการใช้ฟ้าทะลายโจรรักษาผู้ต้องขังของกรมราชทัณฑ์ และสังคมก็มั่นใจในข้อมูลของเรา เราต้องเอาใจใส่ดูแล โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง จะลดอัตราการเสียชีวิต วันนี้เราอยู่เหมือนในภาวะสงคราม ผบ.เรือนจำทั้งหลายต้องใส่ใจ ตนจะตามงานในสัปดาห์หน้าอีกครั้ง และขอให้ผู้มีความรู้ทางด้านแพทย์ ศึกษาการบริหารการใช้ยาต่างๆ อย่างไรให้มีคุณค่ามากที่สุด ผู้ติดเชื้อในเรือนจำต้องน้อยลงไปเรื่อยๆ เพราะเราประชุมและทำงานกันอย่างแข็งขัน ต้องได้ผล พวกท่านเป็น ผบ.ที่มีอำนาจสูงต้องทำให้ได้ เพราะไม่ใช่เรื่องยาก ต้องหมั่นสังเกตผู้ใต้บังคับบัญชาด้วย" นายสมศักดิ์ กล่าว