สาธารณสุข ยืนยัน หญิงตั้งครรภ์ เกิน 12 สัปดาห์ ฉีดวัคซีนกันโควิด-19 ได้ ไม่ต้องกลัว หนุนให้เร่งมาฉีด เหตุมีความเสี่ยงกว่าคนทั่วไปถึง 3 เท่า วอนควรทำงานที่บ้าน หากสามารถทำได้ แม่ตายพร้อมลูกในท้อง ไม่ควรผ่าเอาเด็กออก

วันที่ 13 ส.ค. 13.30 น. ที่กระทรวงสาธารณสุข พลอากาศโท นพ.การุณ เก่งสกุล ประธานราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์แห่งประเทศไทย และ นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมอนามัย แถลงข่าว ประเด็น การดูแลหญิงตั้งครรภ์ในสถานการณ์โรคโควิด 19

นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมอนามัย กล่าวถึง กรณีหญิงตั้งครรภ์ติดเชื้อโควิด-19 จำนวน 1,993 คน มีผู้มารับวัคซีน 10 คน พบทารกติดเชื้อ 113 ราย ว่า ช่วงแรกของโควิดระบาดเมื่อปีที่แล้ว ปัญหาหญิงตั้งครรภ์ติดเชื้อโควิด-19 ยังพบไม่มากนัก หรือแทบไม่มีเลย แต่ตั้งแต่ระบาดระลอก 2 ก็มีมากขึ้น พอมาถึงการระบาดโควิด-19 ระลอก 3 พบหญิงตั้งครรภ์ติดเชื้อโควิด-19 อย่างรวดเร็ว และเริ่มมีรายงานว่า กลุ่มหญิงตั้งครรภ์ เสียชีวิตเพิ่มมากขึ้น โดยพบว่าสาเหตุการเสียชีวิตเกิดจากภาวะปอดอักเสบมากที่สุด

...

อย่างไรก็ตาม ปัจจัยเสี่ยงของหญิงตั้งครรภ์ติดเชื้อและเสียชีวิต คือ การมีโรคประจำตัว ภาวะอ้วน อายุเกิน 35 ปี มีโรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง และติดเชื้อมาจากคนในครอบครัว ดังนั้น การยกระดับมาตรการดูแล คือ การเน้นป้องกันระดับบุคคล

1. เน้นดูแลตนเองอย่างเคร่งครัด เว้นระยะห่าง ล้างมือบ่อยๆ ตรวจวัดอุณหภูมิ

2. ทำงานที่บ้านหากสามารถทำงานได้ โดยเฉพาะไม่ได้รับวัคซีน 2 เข็ม หรืออายุครรภ์ 28 สัปดาห์เป็นต้นไป หรือผู้มีความเสี่ยงสูง

3. สนับสนุนให้ฉีดวัคซีน เพราะมีความเสี่ยงมากกว่าบุคคลทั่วไปถึง 3 เท่า

ด้าน พลอากาศโท นพ.การุณ กล่าวว่า เมื่อปีที่แล้ว เราแทบไม่มีปัญหาเรื่องนี้เลย จนถึงช่วงหลังสงกรานต์ ตัวเลขติดเชื้อโควิดในหญิงตั้งครรภ์นี้ก็พุ่งสูงขึ้นมาก ทั้งนี้ การผ่าตัดทำคลอด พบว่าแม่มีโอกาสนำโควิด-19 ไปติดลูกสูงถึงกว่า 11% เทียบกับประเทศที่ทำการฉีดวัคซีนครอบคลุม อย่าง สหรัฐอเมริกา อังกฤษ ซึ่งอัตราการตายจะน้อยกว่าไทยมาก ฉะนั้นสิ่งที่สำคัญที่สุด คือ การเข้ารับวัคซีน ไม่ต้องเลือกว่าฉีดยี่ห้อไหน ให้ฉีดไปก่อนเลยเข็มแรก เมื่อมีโอกาส หมายถึงรับวัคซีนไปก่อนตัวไหนก็ได้ แล้วมารับวัคซีน เข็ม 2 ก็จะมีผลป้องกันการเสียชีวิตแน่นอน เพราะมีรายงานจากต่างประเทศยืนยันแล้วว่าสามารถใช้ได้

พลอากาศโท นพ.การุณ กล่าวยืนยัน ปัญหาฉีดวัคซีนโควิด-19 แล้วกลัวลูกตายในท้อง ว่า เราสรุปอย่างนั้นไม่ได้ ขอย้ำ วัคซีนมีความปลอดภัยสูง ไม่ต้องกลัว ปลอดภัยแน่นอน ฉีดเมื่อท้อง 3 เดือนขึ้นไป หรือ อายุครรภ์ 12 สัปดาห์ ทั้งนี้ ที่ต้องฉีด 12 สัปดาห์ขึ้นไป เพราะช่วงเวลาก่อนหน้านั้น เด็กในท้องจะอยู่ในภาวะบอบบางมาก เพราะกำลังสร้างกล้ามเนื้อ เส้นเลือด

ส่วนเรื่อง การให้ยาฟาวิพิราเวียร์ ในคนท้อง ย้ำว่า ยาชนิดนี้ห้ามใช้ในคนท้องเด็ดขาด ต้องไปใช้ยาอื่นแทน แต่หากไม่จำเป็นก็จะไม่ใช้ ให้ใช้สำหรับผู้มีอาการหนักจริงๆ เท่านั้น

ถามว่า ทำไมคนท้องมีโอกาสเสียชีวิตได้มากหากติดโควิด-19 นพ.การุณ กล่าวต่อว่า นั่นก็เพราะ น้ำคร่ำในท้องแม่จะมีมากสุด ในช่วง 8 เดือน ระหว่างตั้งครรภ์ ทำให้เกิดภาวะปอดแฟบในคนท้อง ได้ตามปกติ เพราะน้ำคร่ำจะไปดัน ทำให้ระบบการหายใจของคนท้อง จะยากกว่าคนปกติ

ทั้งนี้ ยืนยันว่า ความสำคัญของวัคซีนป้องกันโควิด-19 เมื่อแม่ได้รับวัคซีนแล้ว เมื่อมีภูมิคุ้มกันแล้ว ก็จะส่งผลไปถึงลูกในท้องแม่ด้วย ส่วนกรณีหากแม่-ลูกเสียชีวิตพร้อมกันเพราะติดโควิด-19 ขอย้ำว่า ไม่ควรผ่าเอาลูกออกจากท้องแม่ เพราะเชื้อโควิดที่อยู่ในท้องและน้ำคร่ำ จะมีโอกาสกระจายมากขึ้นไปอีก ทั้งนี้ เมื่อลูกได้เสียชีวิตไปพร้อมแม่ ทุกคนก็เสียใจ ก็ขอให้ดำเนินการตามขั้นตอนไปปกติครับ

"ยืนยัน แม่ตั้งครรภ์ รับวัคซีนป้องกันโควิด-19 ได้แน่นอน ไม่ต้องกลัวว่าจะมีปัญหาอะไร ให้หญิงตั้งครรภ์รับวัคซีนไปก่อนเข็มแรกได้เลย โดยไม่จำเป็นต้องเลือกว่ายี่ห้อไหน เพื่อให้ร่างกายได้ทำการรู้จักวัคซีนก่อน แล้วเมื่อฉีดเข็ม 2 ภูมิคุ้มกันก็ขึ้นสูงได้ พร้อมทั้งย้ำว่าสามารถฉีดวัคซีนสลับยี่ห้ออื่นได้ทั้งหมด" พลอากาศโท นพ.การุณ กล่าว...