• ผลพวงโควิด-19 ทำเกษตรกรทรุด เหตุผลผลิตล้นตลาด ค้าขายไม่ได้ ตลาดในประเทศปิด ส่งออกหยุด ต้องเผชิญความทุกข์ยากตามมา
  • ทบ. กำชับหน่วยขึ้นตรง ลงพื้นที่ช่วยเกษตรกร จัดซื้อนำผลผลิตทางการเกษตรประกอบเลี้ยง แจกจ่ายกำลังพล ให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19
  • ทภ.1-ทภ.4 เร่งมือช่วยชาวสวน นำทหารเข้าช่วยเก็บผลผลิต จัดซื้อ ผุดโครงการ "หน่วยทหาร จ่ายตลาด ช่วยเกษตรกร ฟื้นฟูเศรษฐกิจ" และ "ทหารอิ่มท้อง พี่น้องเกษตรกรอิ่มใจ"

ถือเป็นวิบากกรรมความเดือดร้อนของเกษตรกรไทย โดยเฉพาะชาวไร่ ชาวนา ชาวสวน ที่ต้องเผชิญกับโรคระบาดโควิด-19 แล้วยังต้องประสบกับปัญหาราคาพืชผลตกต่ำจนสร้างความเดือดร้อนเป็นวงกว้างทั่วทุกภูมิภาค อีกทั้งตลาดทั้งในประเทศและส่งออกถูกปิดตัว รวมถึงพ่อค้าคนกลางก็หายไปอีก

จนก่อให้เกิดสินค้าล้นตลาด ไม่มีสถานที่รับซื้อ ต้องกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ ขาดรายได้ที่จะมาต่อยอดในการเพาะปลูก ทำให้พี่น้องชาวสวนหลายคนต้องเป็นหนี้สิน สุดท้ายที่ดินทำกินเหล่านี้อาจต้องโดนยึดตกไปอยู่ในกำมือนายทุน

...

และวิกฤติการระบาดของโควิด-19 ต่อเนื่องมาถึงระลอกนี้ ที่ยังทวีความรุนแรง เกษตรกรเป็นอีกอาชีพที่ได้รับผลกระทบตลอดช่วงระยะเวลา 2 ปี แม้จะมีผลผลิตจำนวนเพิ่มมากขึ้น แต่ไม่สามารถนำออกสู่ตลาดเพื่อจำหน่ายได้

เพราะช่องทางการจัดจำหน่ายไปยังผู้บริโภคทางไกลติดขัดและล่าช้า เนื่องจากการประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และการประกาศเคอร์ฟิว ห้ามการเดินทางข้ามพื้นที่ตอนกลางคืน

บางรายขนส่งสินค้าให้กับผู้บริโภคทางไกลด้วยตัวเองก็ต้องหยุด เนื่องจากต้องปฏิบัติตามภาครัฐที่ขอให้ประชาชนงดการเดินทางข้ามจังหวัด

ตัวเกษตรกรก็ห่วงและกังวลในเรื่องโอกาสที่อาจจะติดเชื้อโควิด-19 หากต้องเดินทางขนส่งผลผลิตให้กับผู้บริโภคที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยง เมื่อผลผลิตที่ออกมาขายไม่ได้ ไม่มีผู้รับซื้อ ผลผลิตจึงเกิดการเน่าเสียหาย

ประกอบกับสภาวะเศรษฐกิจ ทั้งภาคธุรกิจ ร้านค้า ตลาดสด และสถานบริการหลายแห่งปิดตัวลง ปริมาณการสั่งซื้อก็ลดจำนวนตามมา จนสร้างความเดือดร้อนต่อเกษตรกรไทยชาวรากหญ้า ที่หวังเพียงให้ผลผลิตที่ออกมาได้รอดพ้นภาวะวิกฤติไปให้ได้

ขณะที่ความทุกข์ยากของเกษตรกร ที่ต้องเผชิญกับปัญหาความเป็นจริง แต่อีกมุมก็ยังยิ้มได้ เมื่อ "ทหาร" อาสาเข้ามากู้วิกฤติผลผลิต โดย "กระทรวงกลาโหม" สั่งการให้ "เหล่าทัพ" เข้าช่วยเหลือเร่งด่วน ทั้งช่วยรับซื้อ ช่วยเก็บเกี่ยวพืชผล เนื่องจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้การจ้างแรงงานยังเป็นอุปสรรค ทหารจึงพร้อมใจสนับสนุนรับซื้อ นำไปจำหน่าย และกระจายผลผลิตให้

ทั้งการเปิดพื้นที่หน้าค่ายทหารให้เป็นตลาดซื้อ-ขายสินค้าเกษตร หวังแบ่งเบาความเดือดร้อนพี่น้องเกษตรกรช่วงวิกฤติ ให้ลืมตาอ้าปาก มีรายได้เข้ามาจุนเจือ และต่อยอดในอาชีพต่อไปได้

ทบ.ขานรับ ช่วยพยุงผลผลิตทางการเกษตรให้เกษตรกรมีแรงฮึดสู้

พล.อ.ณรงค์พนธ์ จิตต์แก้วแท้ ผบ.ทบ. สั่งการให้หน่วยทหารในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ เข้าให้ความช่วยเหลือรับซื้อพืชผลทางการเกษตร รวมถึงผลไม้ที่ออกตามฤดูกาลในแต่ละพื้นที่ ตามศักยภาพของหน่วย เพื่อให้เกษตรกรได้มีรายได้เข้าสู่ครอบครัว และช่วยบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น

...

โดยให้ทุกหน่วยช่วยเหลืออุดหนุนรับซื้อพืชผลทางการเกษตรจากชาวบ้านที่เป็นเกษตรกรโดยตรงถึงในพื้นที่ ทั้งพืชผัก ผลไม้ต่างๆ เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนและเพิ่มรายได้ให้กับพี่น้องเกษตรกรในช่วงการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 มีรายได้เข้ามาประทังชีวิต

"ทหารจะนำผลผลิตในแต่ละหน่วยที่จัดซื้อมาประกอบเลี้ยงให้กับกำลังพลภายในหน่วยได้รับประทานพืชผักสดใหม่ที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย รวมถึงนำไปแจกจ่ายให้กับประชาชนผู้ยากไร้ ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ทั้งยังเป็นการสร้างขวัญกำลังใจ และพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างประชาชนกับเจ้าหน้าที่รัฐ ด้วยการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน"


ทัพภาค 1 ลุยถึงไร่ เข้าถึงสวน จัดซื้อผลผลิตช่วยเกษตรกร


ส่วนพื้นที่ภาคกลาง พล.ท.เจริญชัย หินเธาว์ แม่ทัพภาคที่ 1 จัดเจ้าหน้าที่สูทกรรมของแต่ละหน่วย ไปซื้อผลผลิต ไข่ไก่ ไข่เป็ด เนื้อสัตว์ต่างๆ โดยตรงจากไร่ชาวสวน เกษตรกรในพื้นที่โดยตรง เพื่อนำมาประกอบเลี้ยงให้กับทหารกองประจำการ ตามมาตรการช่วยเหลือเกษตรกร

...

รวมทั้งหน่วยเฉพาะกิจต่างๆ ทุกพื้นที่ เข้าไปรับซื้อผลไม้ตามฤดูกาลของชาวเกษตรกรชาวสวน เพื่อนำผลไม้ที่ซื้อไปแจกจ่ายให้กับกำลังพลที่ปฏิบัติงาน ทั้งในจุดตรวจ ด่านตรวจ และนำมาแจกจ่ายเป็นอาหารพิเศษให้กับกำลังพลภายในหน่วยได้บริโภค ทั้งนี้หน่วยทหารยังได้สอบถามนโยบายการช่วยเหลือ ซึ่งเกษตรกรทุกรายดีใจ และมีความพึงพอใจมาตรการช่วยเหลือของทหารเป็นอย่างมาก

ทภ.2 นำพืชผลทางการเกษตรที่จัดซื้อแจกจ่าย ประกอบเลี้ยง


สำหรับพื้นที่ภาคอีสานส่วนใหญ่จะประกอบอาชีพเกษตรกร ทาง พล.ท.ธเนศ วงศ์ชะอุ่ม แม่ทัพภาคที่ 2 จึงเร่งปฏิบัติตามโครงการ "หน่วยทหาร จ่ายตลาด ช่วยเกษตรกร ฟื้นฟูเศรษฐกิจ" เน้นย้ำการช่วยเหลือ โดยให้หน่วยขึ้นตรงทุกหน่วยช่วยเหลือ อุดหนุน รับซื้อพืชผลทางการเกษตรจากเกษตรกรถึงในพื้นที่ โดยไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง

"สินค้าของเกษตรกรทุกอย่าง ส่งให้ทหารนำไปประกอบอาหารเลี้ยงให้กับกำลังพลทหารกองประจำการภายในหน่วยได้รับประทานพืชผัก ผลไม้สดใหม่ ที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ตามฤดูกาล และผักสวนครัวปลอดสารพิษจากเกษตรกรตามหมู่บ้านต่างๆ ใน 20 จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เป็นการช่วยบรรเทาความเดือดร้อนโดยตรงให้กับพี่น้องเกษตรกร"

...

โครงการดังกล่าว มทภ.2 เผยว่า ประสบความสำเร็จในการสร้างขวัญกำลังใจให้เกษตรกรรับรู้ว่าทหารเป็นที่พึ่งของประชาชนในทุกโอกาส และพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างประชาชนกับเจ้าหน้าที่รัฐ ที่จะร่วมกันฝ่าวิกฤตการณ์โควิด-19 ในรอบนี้ไปด้วยกัน

นอกจากนี้ได้จัดกำลังพลลงพื้นที่รับซื้อผลผลิตจากเกษตรกรโดยตรง เพื่อช่วยเกษตรกรฟื้นฟูเศรษฐกิจ บรรเทาความเดือดร้อน จากที่ไม่สามารถนำพืชผลทางการเกษตรที่ปลูกไว้ออกจำหน่ายตามแหล่งรับซื้อ หรือท้องตลาดได้ตามปกติ ทำให้ขาดรายได้ โดยให้หน่วยทหารในพื้นที่ต่างๆ ขึ้นตรงกับกองทัพภาคที่ 2 เข้าให้ความช่วยเหลือตามศักยภาพของหน่วย ด้วยการรับซื้อพืชผลทางการเกษตร รวมถึงผลไม้ที่ออกตามฤดูกาลในแต่ละพื้นที่

เหมาไข่ไก่ล้นสต๊อก ช่วยเกษตรกร แจกกำลังพลตามแนวชายแดน

สำหรับกองทัพภาคที่ 3 โดย พล.ท.อภิเชษฐ์ ซื่อสัตย์ แม่ทัพภาคที่ 3 ส่งหน่วยทหารเข้าดำเนินการช่วยเหลือและอุดหนุนผลผลิตพืช ผัก ผลไม้ รวมทั้งไข่ไก่ล้นสต๊อก จากโครงการทหารพันธ์ุดี "ชุมชนเบิกบาน อาหารปลอดภัย" โดยรับซื้อไข่ไก่จาก โครงการ "แหล่งเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง การเลี้ยงไก่ไข่พระราชทาน" จังหวัดตาก เนื่องจากสถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 และอยู่ในช่วงของการปิดภาคการศึกษาของโรงเรียนและสถานศึกษา

โดยให้หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 35 ได้มีนโยบายนำไข่ไก่ที่ได้ซื้อไปมอบให้กับกำลังพลที่ปฏิบัติภารกิจป้องกันชายแดน ครอบครัวของกำลังพลที่มีบ้านอยู่ในพื้นที่ตามแนวชายแดน รวมถึงประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อ ไวรัสโควิด-19 เพื่อบำรุงขวัญให้กับกำลังพล และเป็นการลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือนของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19

ใต้ผลไม้ล้นตลาด มทภ.4 ควักกระเป๋าซื้อมังคุดแจกกำลังพล-ปชช.

ด้าน พล.ท.เกรียงไกร ศรีรักษ์ แม่ทัพภาคที่ 4 ลงพื้นที่ด้วยตัวเอง บุกเข้าถึงสวน ช่วยรับซื้อผลไม้ที่ผลผลิตราคาตกต่ำ ทั้งที่ปีนี้ในพื้นที่ภาคใต้ผลไม้ตามฤดูกาลออกมาจำนวนมาก โดยได้รับซื้อมังคุด ทุเรียน เงาะ ลองกอง จากเกษตรกรทุกวัน หมุนเวียนกันทุกหน่วย จนกว่าสถานการณ์ผลไม้ล้นตลาดจะคลี่คลายลง เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนแก่เกษตรกรชาวสวนในภาคใต้

"ผมสั่งการหน่วยทหารในพื้นที่รับผิดชอบ 22 ค่าย ให้สำรวจความเดือดร้อนของเกษตรกร โดยเฉพาะชาวสวนมังคุด ให้เปิดค่ายยื่นมือช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน เพราะปีนี้ผลผลิตมังคุดดีเกินคาด ออกผลมาปริมาณมาก ทำให้ประสบปัญหามังคุดล้นตลาด ราคาตกต่ำ ประกอบกับสถานการณ์โควิด-19 ทำให้ปริมาณการซื้อลดลง และไม่สามารถส่งออกได้ตามปกติ โดยเฉพาะเมื่อผลผลิตได้เวลาเก็บเกี่ยว แต่ไม่มีแรงงานจำนวนมากพอควรมาช่วยเก็บแล้ว ผลผลิตก็เน่าเสียคาต้น ทำให้ต้องปล่อยทิ้งคาสวน"

ฉก.นราธิวาส ช่วยชาวสวนทุเรียน อ.ระแงะ เหมารับซื้อทั้งหมด

ส่วน พล.ต.ไพศาล หนูสังข์ ผบ.พล.ร.15 ในฐานะ ผบ.ฉก.นราธิวาส เผยว่า ได้สั่งการให้กองร้อย หน่วยทหารในพื้นที่ จัดตั้งจุดรับซื้อทุเรียนแต่ละหมู่บ้าน เพื่อนำมาจัดส่งให้หน่วยนราธิวาส และสนับสนุนกำลังพลเป็นแรงงานขนย้ายผลผลิต จัดยานพาหนะขนส่งไปยังจุดรับซื้อ รวมถึงให้หน่วยทหารในพื้นที่รับซื้อทุเรียนจากเกษตรกรโดยตรง เพื่อนำไปแจกจ่ายให้กับกำลังพล ครอบครัว และประชาชน

"ทหารพร้อมเป็นที่พึ่งให้กับประชาชนในทุกโอกาส เพื่อหวังบรรเทาความเดือดร้อนของชาวสวน ตามนโยบายของกองทัพบก ในโครงการ 'ทหารอิ่มท้อง พี่น้องเกษตรกรอิ่มใจ' พร้อมลุยเข้าสวนทุเรียนใน อ.ระแงะ จ.นราธิวาส เพื่อให้กำลังใจพี่น้องเกษตรกรชาวสวนทุเรียน"

ปัจจุบันผลผลิตในพื้นที่ภาคใต้ออกสู่ตลาดจำนวนมาก และจากปัญหาการแพร่ระบาดของโควิด-19 เป็นอุปสรรคต่อการกระจายสินค้าทั้งในและต่างประเทศ อีกทั้งมีการจำกัดการเดินทางของแรงงาน ทำให้เป็นอุปสรรคต่อการเก็บเกี่ยวผลผลิต และพ่อค้า แม่ค้าเข้าไปรับซื้อสินค้าในพื้นที่ได้จำนวนน้อย ทำให้ราคาตกต่ำอย่างต่อเนื่อง

"ผมดีใจที่ได้เห็นพี่น้องเกษตรกรยิ้มได้ เมื่อเห็นทหารเข้ามาช่วยเหลือจัดซื้อทุเรียนพันธุ์พื้นบ้าน โดยทางหน่วยจะนำผลผลิตนั้นมาสู่ขั้นตอนแปรรูปเป็น ทุเรียนกวน เป็นการส่งเสริมการประกอบอาชีพให้กับกำลังพล และครอบครัวของกำลังพล เพิ่มมูลค่าจากผลผลิตในท้องถิ่น ก่อให้เกิดประโยชน์ เป็นการถนอมอาหารเก็บรักษาไว้ได้นานขึ้น ซึ่งเมื่อผ่านกระบวนการบรรจุภัณฑ์เสร็จเรียบร้อย ก็จะนำ ทุเรียนกวน สานใจ สู้ภัยโควิด ไปแจกจ่ายให้ กำลังพล และครอบครัว รวมถึงทหารใหม่ ได้นำไปฝากญาติ เป็นการ แบ่งปันสุข ทั้งผู้ให้ สู่ผู้รับ"

ดังนั้นประเทศไทยควรใช้วิกฤติโควิด-19 ให้เป็นโอกาสในการปรับเปลี่ยนแนวทางการพัฒนาภาคเกษตร เพื่อส่งเสริมให้เข้าถึงเทคโนโลยี สู่แนวทางพึ่งพาตนเอง โดยการเจาะช่องทางการตลาดให้เกษตรกรเรียนรู้ โดยนำบทเรียนนี้มาแก้ไขร่วมกับหน่วยงานรัฐ เพื่อรับมือในการแก้ปัญหาในอนาคตนั่นเอง.

ผู้เขียน : ยุทธจักรเขียว

กราฟิก : Varanya Phae-araya