เผยแบบจำลอง 3-4 เดือนข้างหน้า ไม่ล็อกดาวน์เข้ม ป่วย 4 หมื่นต่อวัน ดับ 500 ศพ

ข่าว

    เผยแบบจำลอง 3-4 เดือนข้างหน้า ไม่ล็อกดาวน์เข้ม ป่วย 4 หมื่นต่อวัน ดับ 500 ศพ

    ไทยรัฐออนไลน์

    31 ก.ค. 2564 10:58 น.

    โฆษกกระทรวงสาธารณสุข เผยผลการใช้แบบจำลองคณิตศาสตร์ หากไม่ล็อกดาวน์เข้มข้น คาดการณ์ 14 ก.ย.64 จะพีกสุด มีผู้ติดเชื้อเกิน 4 หมื่นราย/วัน ตาย 500 ศพ

    วันที่ 31 กรกฎาคม 2564 นายแพทย์รุ่งเรือง กิจผาติ ที่ปรึกษาระดับกระทรวง (รก.11) และโฆษกกระทรวงสาธารณสุข โพสต์ข้อความถึงสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ว่า สถานการณ์โรคโควิด-19 ทั่วโลกกลับมาระบาดรุนแรงขึ้นอีกครั้ง สถานการณ์ประเทศไทยเริ่มทรงตัว

    • มาตรการต่างๆ เพื่อลดการติดเชื้อและเสียชีวิต ต้องดำเนินการอย่างเข้มข้น
    • กำกับนโยบายให้ยาฟาวิพิราเวียร์โดยเร็วที่สุด ซึ่ง 2 เดือนจากนี้จะมียาประมาณ 80 ล้านเม็ด จัดส่งไปสำรองที่ภูมิภาค เพื่อให้การดูแลผู้ป่วยทั้งในโรงพยาบาล และผู้ป่วยที่แยกกักตัวที่บ้านและชุมชน
    • หน่วยปฏิบัติการเชิงรุกในชุมชน CCR Team ดูแลรักษาพยาบาล ตรวจคัดกรองด้วย Antigen Test Kit (ATK) ฉีดวัคซีนกลุ่มเปราะบาง
    • กทม.ฉีดครอบคลุมแล้ว 61.67% เฉพาะผู้สูงอายุใน กทม.ฉีดแล้ว 70%
    • เดือนสิงหาคมที่จะมีวัคซีนอีก 10 ล้านโดส จะปรับการจัดสรรให้ต่างจังหวัดเพิ่มมากขึ้น

    นอกจากนี้ยังได้คาดการณ์สถานการณ์โรคโควิด-19 โดยใช้แบบจำลองคณิตศาสตร์ SEIR ใน 3-4 เดือนข้างหน้าหากไม่มีการล็อกดาวน์อย่างเข้มข้น คาดการณ์ได้ ดังนี้

    • ผู้ติดเชื้อรายใหม่อาจเกิน 4 หมื่นรายต่อวัน สูงสุดวันที่ 14 กันยายน 2564 และเสียชีวิตมากกว่า 500 รายต่อวัน
    •  หากมีมาตรการล็อกดาวน์ โดยผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายรวมถึงประชาชนให้ความร่วมมือกันอย่างเต็มที่ และระยะเวลานานขึ้นจะช่วยลดการติดเชื้อและผู้เสียชีวิตลงได้
    • หากการล็อกดาวน์เข้มข้น ร่วมกับการค้นหาผู้ป่วยและฉีดวัคซีนในกลุ่มเสี่ยง จะยิ่งช่วยลดการติดเชื้อและเสียชีวิตลงได้อีก
    • มาตรการล็อกดาวน์ในช่วงต้นจะยังไม่เห็นตัวเลขผู้ติดเชื้อลดลงมากนัก แต่จากนั้น 2-4 สัปดาห์จะเห็นผู้ติดเชื้อลดลงชัดเจน โดยจะมีการประเมินเป็นระยะและเสนอ ศบค.พิจารณาต่อไป

    สำหรับกระจายวัคซีนเดือนสิงหาคม จะเน้นกลุ่มเสี่ยง 608 ได้แก่ ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป, 7 โรคเรื้อรัง, หญิงตั้งครรภ์ 12 สัปดาห์ และ อสม.

    โดยวัคซีนจะใช้เพื่อควบคุมการระบาด และในพื้นที่เป้าหมายพิเศษ พื้นที่ท่องเที่ยว ใช้สูตร SA คือ ซิโนแวคเข็มแรก เว้น 3 สัปดาห์ฉีดแอสตราเซเนกาเป็นเข็มที่สอง จะมีภูมิคุ้มกันขึ้นสูงใกล้เคียงแอสตราเซเนกา 2 เข็ม พบว่ามีความปลอดภัย (แอสตราเซเนกา 2 เข็ม ต้องใช้เวลาถึง 12 สัปดาห์ในการฉีดเข็มสอง)

    ขณะที วัคซีนไฟเซอร์ที่สหรัฐอเมริกาบริจาค 1.5 ล้านโดส หลังผ่านการตรวจสอบคุณภาพและความปลอดภัย จะเริ่มส่งลอตแรกไปหน่วยบริการวันที่ 5-6 สิงหาคม และเริ่มฉีดให้กลุ่มเป้าหมายได้วันที่ 9 สิงหาคม ประกอบด้วย

    • บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขที่ดูแลผู้ป่วยโควิด 19 ทั่วประเทศ เป็นเข็มกระตุ้น 7 แสนโดส
    • ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป ผู้ป่วย 7 โรคเรื้อรังที่มีอายุ 12 ปีขึ้นไป หญิงตั้งครรภ์ 12 สัปดาห์ขึ้นไป ใน 13 จังหวัดควบคุมสูงสุดและเข้มงวด (กทม. สมุทรปราการ สมุทรสาคร นนทบุรี ปทุมธานี นครปฐม ชลบุรี ฉะเชิงเทรา พระนครศรีอยุธยา สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส) 645,000 โดส
    • คนต่างชาติในประเทศไทยที่เป็นกลุ่มเสี่ยงเช่นเดียวกับคนไทย รวมถึงคนไทยที่ต้องไปต่างประเทศและจำเป็นต้องฉีดวัคซีน เช่น นักเรียน นักศึกษา 1.5 แสนโดส
    • การศึกษาวิจัย ติดตามมาตรการ 5 พันโดส

    อย่างไรก็ตาม ในการควบคุมโรคโควิด-19 และการรักษา จะเน้นการตรวจด้วย ATK หรือชุดตรวจโควิด-19 รู้ผลรวดเร็ว จัดระบบดูแลผู้ติดเชื้อที่ไม่มีอาการที่บ้านและชุมชน โดยเชื่อมต่อกับสถานบริการ ฉีดวัคซีนให้กลุ่มเปราะบางที่เข้าถึงบริการลำบาก และการให้ยารักษาอย่างรวดเร็วเพื่อลดอาการรุนแรงและเสียชีวิต

    บุคลากรสาธารณสุขในภูมิภาคเข้ามาร่วมทีม CCR Team ระหว่างวันที่ 4-10 สิงหาคมนี้ อย่างน้อย 50 ทีม ทีมละ 10 คน เพื่อทำงานเชิงรุกในชุมชนพื้นที่ กทม. ร่วมกับศูนย์บริการสาธารณสุข กทม. 69 แห่ง ตั้งเป้าหมายตรวจคัดกรองเชิงรุกได้ 4-5 แสนราย คาดว่าจะพบผู้ติดเชื้อนำเข้าสู่ระบบการรักษาได้อย่างน้อย 7-8 หมื่นราย.

    ข้อมูลจาก แฟนเพจ โฆษกกระทรวง กระทรวงสาธารณสุข

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    โควิด-19สถานการณ์โควิดโควิดวันนี้โควิด 19 ล่าสุดยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19รุ่งเรือง กิจผาติ

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันอังคารที่ 21 กันยายน 2564 เวลา 21:46 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์