ด.ญ.7 ขวบผจญนรกโควิด พรากชีวิตแม่-พ่อก็ป่วย ร่ำไห้นอนกับศพในคอนโด (คลิป)

ข่าว

    ด.ญ.7 ขวบผจญนรกโควิด พรากชีวิตแม่-พ่อก็ป่วย ร่ำไห้นอนกับศพในคอนโด (คลิป)

    ไทยรัฐฉบับพิมพ์

    29 ก.ค. 2564 05:29 น.

    ทุบสถิติอีกครั้งยอดติดเชื้อโควิด-19 ทำนิวไฮพุ่งถึง 16,533 ราย ดับสังเวยไวรัสมหันตภัยไปอีก 133 ศพ ศบค.เผยยังมีตายคาบ้านอีก 5 ศพ สวนทางกับที่นายกรัฐมนตรีเคยลั่นวาจาจะไม่ ให้มีใครตายคาบ้านอีก กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ส่งหนังสือแจ้งแนวทางการฉีดวัคซีนถึงผู้ว่าฯทุกจังหวัดพื้นที่สีแดง 13 จังหวัด ให้ฉีดแอสตราเซเนกา 2 เข็ม ส่วนจังหวัดอื่นฉีดไขว้ ด้านคนต่างจังหวัดยังแห่มาฉีดวัคซีนที่ศูนย์ฉีดวัคซีนบางซื่อกันล้นหลาม ผอ.ศูนย์ฉีดวัคซีนกลางบางซื่อพบแก๊งขายสิทธิ์ฉีดวัคซีนผ่านเครือข่ายโทรศัพท์ เรียกรับเงินคนละ 500-1,000 บาท เผยทำมาแล้ว 3 วัน วันละ 1,500 คน ศักดิ์สยามสั่งดำเนินคดีเด็ดขาด ประธานราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทยคาดผู้ป่วยอาจถึง 2 แสนคนเร็วๆนี้ นายกฯเรียกประชุม 12 จังหวัดแดงเข้ม ถาม ผวจ.จังหวัดไหนเชื้อลด ไม่มีใครตอบ สลดใจตายโควิดคาบ้านอีกรายทิ้งลูก 7 ขวบเฝ้าศพแม่ ส่วน 2 หนูน้อยกำพร้าที่บางโฉลงโชคยังดี เชื้อโควิดยังไม่ลงปอด มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ในพระบรมราชูปถัมภ์รับตัวส่งเรียน โควิดพรากชีวิต “เกชา เปลี่ยนวิถี” ดาราอาวุโสที่รับบทดาวร้ายตลอดชีวิตการแสดง

    สถานการณ์วิกฤติโควิด-19 ยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นทุกวัน ในขณะที่การแก้ไขปัญหานี้ของรัฐบาล ยังเชื่องช้าไม่ทันการณ์ ส่งผลให้ยอดผู้ติดเชื้อรายวันพุ่งสูงลิ่วและยังมีผู้เสียชีวิตคาบ้านอีกหลายศพ สวนทางกับที่นายกรัฐมนตรีเคยประกาศผ่าน ศบค.ว่าจะไม่ให้มีใครตายคาบ้านอีก รวมทั้งผู้ป่วยโควิด-19 ที่รักษาตัวในโรงพยาบาลบุษราคัมก็ยังสิ้นลมหายใจคาโรงพยาบาลไปอีกหลายศพเช่นกัน

    ติดเชื้อ 1.6 หมื่นตายคาบ้าน 5 ศพ

    เมื่อวันที่ 28 ก.ค. ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. รายงานว่า มีผู้ติดเชื้อใหม่ 16,533 ราย เป็นการติดเชื้อในประเทศ 16,321 ราย มาจากระบบเฝ้าระวังและระบบบริการ 13,447 ราย มาจากการค้นหาเชิงรุกในชุมชน 2,874 ราย จากเรือนจำและที่ต้องขัง 202 ราย เป็นผู้มาจากต่างประเทศ 10 ราย ทำให้มียอดผู้ติดเชื้อสะสม 543,361 ราย รักษาอยู่ 178,270 ราย อาการหนัก 4,325 ราย ใส่เครื่องช่วยหายใจ 995 ราย มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม 133 ราย เป็นชาย 65 ราย หญิง 68 ราย อยู่ใน กทม. 45 ราย โดยพบว่ามีผู้เสียชีวิตที่บ้านถึง 5 ราย อยู่ใน กทม. 1 ราย ฉะเชิงเทรา 1 ราย สมุทรปราการ 3 ราย ทำให้มีผู้เสียชีวิตสะสม 4,397 ราย ส่วนยอดการฉีดวัคซีนวันที่ 27 ก.ค. ฉีดใหม่ 327,389 โดสยอดสะสม 16,427,059 โดส

    คลัสเตอร์ใหม่ยังผุดไม่หยุด

    ศบค.รายงานอีกว่า สำหรับ 10 จังหวัดผู้ติดเชื้อมากที่สุด กทม. 3,997 ราย สมุทรสาคร 1,147 ราย สมุทรปราการ 1,088 ราย ชลบุรี 864 ราย กาญจนบุรี 585 ราย นนทบุรี 520 ราย นครปฐม 476 ราย ฉะเชิงเทรา 447 ราย อุบลราชธานี 313 ราย และปทุมธานี 308 ราย ขณะที่ยังพบคลัสเตอร์ใหม่ในหลายพื้นที่ เป็นการพบที่ จ.ชลบุรี 3 คลัสเตอร์ คือแคมป์ก่อสร้าง อ.ศรีราชา พบผู้ป่วย 67 ราย บริษัทอุปกรณ์ยานยนต์ อ.ศรีราชา พบผู้ป่วย 61 ราย แคมป์ก่อสร้าง อ.หนองใหญ่ พบผู้ป่วย 14 ราย ชุมชนตำบลแสนตอ อ.ท่ามะกา จ.กาญจนบุรี พบผู้ป่วย 428 ราย โรงงานเสาเข็ม อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี พบผู้ป่วย 8 ราย โรงงานแปรรูปไก่ อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี พบผู้ป่วย 59 ราย ขณะที่ จ.ราชบุรี พบ 2 คลัสเตอร์ใหม่ คือโรงงานแปรรูปไก่ อ.เมือง พบผู้ป่วย 27 ราย และรีสอร์ต อ.สวนผึ้ง พบผู้ป่วย 22 ราย

    “อนุทิน” ปัด สธ.–กทม.ไม่ขัดแย้ง

    นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.สาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ประเด็นการกระจายวัคซีนป้องกันโควิด-19 ของพื้นที่กรุงเทพมหานคร ที่มีกระแสข่าวความขัดแย้งระหว่าง กทม.และกระทรวงสาธารณสุขว่า ไม่มีปัญหาความขัดแย้งอะไร เพียงแต่เกิดการตีความที่ไม่ตรงกัน นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค ยืนยันว่า มีการจัด ส่งวัคซีนทั้งหมดไป กทม.ตามที่ได้ประสานมา จากนั้นพื้นที่จะต้องไปจัดสรรจำนวนที่ต้องส่งมอบตามหน่วยงานตามพื้นที่ต่างๆ และต้องจัดสรรไว้สำหรับคนที่ลงทะเบียนผ่าน “หมอพร้อม” จนถึงการฉีดใน รพ.หรือ รพ.เอกชนใน กทม. เรื่องมีอยู่เท่านี้ การกระจายวัคซีนจะมี ศบค.เป็นผู้พิจารณาและรับทราบข้อมูลทั้งหมด คุยเข้าใจกันดี เชื่อว่าทุกคนแบกความเครียดเหมือนกันหมดขอให้เดินหน้าทำงานกันต่อ

    บริหารวัคซีนตามสถานการณ์

    ผู้สื่อข่าวถามว่า ขณะนี้ฉีดวัคซีนมาระยะหนึ่ง แล้ว แต่ทำไมยังเกิดปัญหาความเข้าใจไม่ตรงกันอยู่ นายอนุทินตอบว่า การจัดสรรวัคซีนเป็นไปตามความจำเป็นของพื้นที่ สัดส่วนประชากร อย่างเช่นที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนดว่าเดือน มิ.ย.-ก.ค. ต้องฉีดให้ผู้สูงอายุ ผู้ป่วย 7 กลุ่มโรคเรื้อรัง เพื่อลดอัตราการติดเชื้อแล้วมีอาการรุนแรง จนถึงขั้นเสียชีวิต นโยบายจะปรับเปลี่ยนตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้น การสู้กับโรค ต้องปรับตามสถานการณ์อยู่ตลอด เมื่อถามถึงภาพความแออัดที่ศูนย์ฉีดวัคซีนสถานีกลางบางซื่อเมื่อวันที่ 27 ก.ค. นายอนุทิน ตอบว่า ช่วงเวลานั้นให้บริการกลุ่มผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไปเป็นหลัก เราต้องเร่งฉีดให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ จึงเปิดให้วอล์กอิน ถึง 31 ก.ค. ประชาชนมารับบริการเป็นจำนวนมาก แต่ในเดือน ส.ค.จะฉีดให้ประชาชนทั่วไป ผ่านการลงทะเบียนจองตามปกติ ความแออัดจะลดน้อยลง แต่สำหรับผู้สูงอายุมากกว่า 75 ปี ยังเข้ามาฉีดได้ ขอย้ำว่า ศูนย์ฉีดวัคซีนกลางบางซื่อ เป็นหน่วยสนับสนุนเก็บตกผู้ที่ไม่ได้รับวัคซีนจากกลุ่มต่างๆ บุคลากรสาธารณสุขที่เข้าไปช่วยเหลือทำงานอย่างเต็มที่

    “บิ๊กตู่” ถก 12 ผวจ.สีแดงเข้ม

    ต่อมา เวลา 13.00 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ผอ.ศบค.เรียกประชุมผู้ว่าราชการจังหวัดในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด หรือสีแดงเข้ม 12 จังหวัด ยกเว้น กทม.ผ่านระบบซูมจากบ้านพักกรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ (ร.1 ทม.รอ.) หารือถึงแนวทางแก้ปัญหาแพร่ระบาดโควิด-19 รวมทั้งมาตรการให้ความช่วยเหลือผู้ป่วย การตั้ง รพ.สนาม การสื่อสารทำความเข้าใจกับประชาชน โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและ รมว.สาธารณสุข พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย นายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม นายกฯย้ำให้จังหวัดนำเสนอปัญหา ข้อติดขัด เพื่อจะได้แก้ไขปัญหาได้ทันท่วงที เฝ้าระวังการระบาดข้ามจังหวัด เพิ่มเตียงให้เพียงพอ ทั้งนี้ในที่ประชุม ผวจ.ฉะเชิงเทรารายงานว่าจำเป็นต้องใช้ระบบบับเบิ้ลแอนด์ซีลโรงงาน แคมป์แรงงานแหล่งระบาดหนักและมีคนงานข้ามจังหวัด เช่น สมุทรปราการ ต้องใช้มาตรการฉีดวัคซีน จัดหาที่พัก จนไปถึงระดับสูงสุดคือปิด 14 วัน ที่ประชุมเห็นพ้องว่าจังหวัดที่มีความเสี่ยงในเรื่องของโรงงานให้ใช้ระบบบับเบิ้ลแอนด์ซีล

    สั่ง มท.–สธ.ตั้งเตียงแดงเพิ่ม

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ประชุมเน้นย้ำถึงการตรวจหาเชื้อด้วยวิธี Antigen Test Kit หรือ ATK เพื่อความรวดเร็ว ถ้าผลบวกก็เข้าสู่การรักษา กระทรวงสาธารณสุขรายงานแนวโน้มส่วนใหญ่ผู้ป่วยเหลืองไปสู่สีแดงเพิ่มสูงขึ้นจึงจำเป็นต้องมีเตียง วัคซีนและระบบการตรวจที่เพียงพอ ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวแสดงความกังวลถึงสถานที่ตรวจโควิดของเอกชน เมื่อตรวจแล้วหลายแห่งไม่ทำอะไรต่อ จึงมอบนโยบายให้ไปแก้ปัญหา นอกจากนี้ยังสั่งการให้เพิ่มเตียงผู้ป่วยสีแดง โดยสั่งการให้ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย บูรณาการงานร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข

    ไม่มีใครตอบ จว.ไหนติดเชื้อลด

    ระหว่างการหารือ นายกฯถามที่ประชุมว่า 2-3 วันนี้ มีพื้นที่ไหนการแพร่ระบาดลดลงมาบ้าง ไม่มีผู้ว่าราชการจังหวัดใดตอบคำถาม พล.อ.ประยุทธ์จึงกล่าวย้ำว่า ต้องเสนอกันว่าปัจจุบันหายกลับบ้านจำนวนเท่าไหร่ จะโยงไปว่าเตียงต้องว่าง แล้วจะได้เชื่อมโยงในการรับผู้ป่วยใหม่เข้ามาแทนที่ นอกจากนี้ยังให้แต่ละจังหวัดประเมินสถานการณ์แต่ละสัปดาห์ โดยแสดงความเป็นห่วงบรรดาหมู่บ้าน จัดสรรต่างๆ สั่งการให้เจ้าหน้าที่เข้าไปดูแลและสำรวจประชากรในหมู่บ้านนั้นๆ รวมทั้งแนะนำให้ผู้ว่าราชการจังหวัดได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์แก้ปัญหา พูดคุยกัน จะได้นำผลสำเร็จไปจัดการแก้ไขปัญหาให้เกิดผลเป็นรูปธรรมบ้าง

    หวังอย่างน้อยอีก 1 เดือนดีขึ้น

    พล.อ.ประยุทธ์ได้กล่าวชื่นชมการทำงานที่ศบค.สาธารณสุขจังหวัด ทำงานร่วมกันได้อย่างราบรื่น แต่ละภารกิจมีคณะกรรมการรับผิดชอบนำเสนอ ศบค. และ ผอ.ศบค.ตัดสินใจ พร้อมกับระบุด้วยว่า “ผมหวังว่าสถานการณ์จะดีขึ้น 4-6 สัปดาห์ จากหลักฐานทางการแพทย์ในปัจจุบันแต่ยอมรับว่าเป็นห่วงการใช้ ATK ของประชาชน ว่ามีความเข้าใจการใช้มากน้อยขนาดไหน” ในส่วนของงบประมาณ นายกฯกล่าวว่า หากขาดงบประมาณ เช่นในเรื่องการเพิ่มเตียง อุปกรณ์การแพทย์ ให้เสนอเข้ามาได้ทันที ในส่วนการดำเนินงานของ Call center ศูนย์พักคอย ชุดตรวจหาผู้ป่วยในพื้นที่ Hospitel CI HI รพ.สนาม ขอให้ทำผังให้เข้าใจ วัคซีนจะกระจายไปยังจังหวัดและสาธารณสุขจังหวัดดำเนินการจัดสรร

    โวหาวัคซีนได้ 10 ล้านโดส/เดือน

    นอกจากนี้นายกฯยังแสดงความเป็นห่วงเรื่องของตลาด หากปิดแล้วจะช่วยประชาชนและผู้ค้าอย่างไร ดังนั้นจึงจำเป็นต้องมีมาตรการ ต้องใช้อะไร ต้องให้ทำมาหากินได้ สำหรับยาฟาวิพิราเวียร์จะจ่ายไปทุกจังหวัดไม่ขาดแน่นอน ด้านนายอนุทิน กล่าวยืนยันว่า การจัดหาวัคซีนจะได้เฉลี่ย 10 ล้านโดสต่อเดือน ตั้งแต่เดือน ส.ค.เป็นต้นไป กระจายไปทุกพื้นที่ตามเป้าหมายตามที่ ศบค.มอบหมาย ในช่วงท้าย พล.อ.ประยุทธ์กล่าวสรุปถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคอาจจะยังไม่ดีขึ้นในเร็ววัน แต่เราจะพยายามควบคุมให้ดีที่สุดให้ดูสถานการณ์โลกด้วยจะเข้าใจยิ่งขึ้น

    ให้กลุ่ม ATK ต่อ 1330 กักตัวที่บ้าน

    น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ผอ. ศบค. ต้องการให้ผู้ป่วยถูกคัดแยกกักตัวให้เร็วที่สุด กระทรวงสาธารณสุขได้ออกแนวทางเวชปฏิบัติ ประชาชนที่ตรวจหาเชื้อโควิด-19 ด้วยตนเองด้วยชุดตรวจเร็ว Antigen test kit (ATK) พบผลเป็นบวกให้ติดต่อกักตัวที่บ้าน โดยแจ้งสายด่วน 1330 ต่อ 14 หรือเพิ่มเพื่อน สปสช.ในระบบไลน์ @nhso ส่วนผู้ที่ไม่สามารถดูแลที่บ้านได้ จะให้ดูแลในระบบชุมชน (Community Isolation) ศูนย์พักคอย Hospitel หรือโรงพยาบาล จะตรวจ RT-PCR ซ้ำอีกครั้งเพื่อป้องกันผลบวกลวง ขอให้ติดต่อ สปสช.เพื่อให้ผู้ป่วยเข้าถึงการบริการได้เร็วขึ้น ผู้ที่ติดเชื้อจากการตรวจด้วย ATK จัดเป็น “ผู้ติดเชื้อเข้าข่ายตามนิยามของกรมควบคุมโรค จะได้รับการดูแลรักษาเช่นเดียวกับการตรวจด้วยวิธี RT-PCR ผู้ป่วยจะได้รับเครื่องวัดอุณหภูมิ เครื่องวัดออกซิเจนในเลือดและยาที่จำเป็นในทันที มีคลินิกหรือโรงพยาบาลจะไปดูแล จะมีการเฝ้าติดตามอาการผ่านระบบ VDO Call วันละ 2 ครั้ง

    ร่อนหนังสือแจงแนวฉีดวัคซีน

    ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า เมื่อวันที่ 27 ก.ค. นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ ได้มีหนังสือแจ้งแนวทางการฉีดวัคซีนโควิด-19 ที่เป็นกลุ่มเสี่ยงเพิ่มเติม ถึงผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด ในฐานะประธานคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด ถึงการฉีดวัคซีนโควิด-19 แก่ประชาชนดังนี้ 1.วัคซีนที่จัดสรรในช่วงเดือน ก.ค.-ส.ค.64 ขอให้เร่งรัดในกลุ่มเป้าหมายทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ 3 ประเภท คือ 1.กลุ่มเป้าหมายที่มีความเสี่ยงป่วยรุนแรงและเสียชีวิต ได้แก่ ผู้ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป ผู้ที่มีโรคเรื้อรัง 7 กลุ่มโรค รวมถึงหญิงตั้งครรภ์ที่มีอายุครรภ์ 12 สัปดาห์ขึ้นไป 2.บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขด่านหน้าที่ดูแลผู้ป่วยโควิด-19 ที่ได้รับวัคซีนซิโนแวคไปแล้ว 2 เข็ม อย่างน้อย 4 สัปดาห์ขึ้นไป และต้องการฉีดกระตุ้นภูมิคุ้มกัน 3.กลุ่มเป้าหมายที่ฉีดวัคซีนซิโนแวคเข็มที่ 1 และครบกำหนดนัดรับวัคซีนแอสตราเซเนกาเข็มที่ 2

    13 จว.ฉีด AZ 2 เข็ม จว.อื่นฉีดไขว้

    ข้อความในหนังสือมีอีกว่า 2.การจัดบริการฉีดวัคซีนโควิด-19 สำหรับกลุ่มหญิงตั้งครรภ์ ให้ฉีดวัคซีนเมื่ออายุครรภ์ 12 สัปดาห์ขึ้นไป ณ คลินิกรับฝากครรภ์ของสถานพยาบาล หรือจุดให้บริการวัคซีนปกติ (หากมีความจำเป็น) 3.การให้วัคซีนโควิด-19 สลับชนิดในพื้นที่ ขอให้ถือแนวทางดังนี้ 3.1 สำหรับพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด 13 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพฯ ชลบุรี สมุทรปราการ นนทบุรี ปทุมธานี พระนครศรีอยุธยา ฉะเชิงเทรา สมุทรสาคร นครปฐม สงขลา ยะลา ปัตตานี นราธิวาส แบ่งเป็น กลุ่มผู้สูงอายุและผู้ที่มีโรคเรื้อรัง 7 กลุ่มโรค รวมถึงหญิงตั้งครรภ์ที่มีอายุครรภ์ 12 สัปดาห์ขึ้นไป ให้รับวัคซีนแอสตราฯ 2 เข็ม โดยฉีดห่างกัน 12 สัปดาห์ ทั้งนี้ สามารถฉีดวัคซีนด้วยชนิดหรือวิธีอื่นใด ตามดุลพินิจของแพทย์ ขึ้นอยู่กับชนิดของวัคซีนและปริมาณที่มี กลุ่มเป้าหมายอื่นอาจให้รับวัคซีนแอสตราฯ 2 เข็ม หรือให้รับวัคซีนซิโนแวคเป็นเข็มที่ 1 วัคซีนแอสตราฯ เป็นเข็มที่ 2 ขึ้นอยู่กับชนิดวัคซีนและปริมาณที่มี จังหวัดอื่นให้ทุกกลุ่มเป้าหมายรับวัคซีนซิโนแวคเป็นเข็มที่ 1 และวัคซีนแอสตราฯ เป็นเข็มที่ 2 โดยให้ฉีดห่างกัน 3-4 สัปดาห์

    คน ตจว.แห่ฉีดวัคซีน

    ด้าน นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ เปิดเผยว่า หลังจากศูนย์ฉีดวัคซีนกลางบางซื่อเปิดให้วอล์กอินฉีดวัคซีนสำหรับกลุ่มผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป คนอ้วนหนัก 100 กิโลกรัม และหญิงตั้งครรภ์อายุครรภ์ 12 สัปดาห์ขึ้นไป จนมีประชาชนมารับบริการเพิ่มมากขึ้น จนเกิดภาพความแออัด ฝ่ายปฏิบัติได้เร่งแก้ปัญหาโดยช่วงเย็นวันที่ 27 ก.ค. ได้ตีเส้นกำหนดจุดพักคอย ทำให้วันที่ 28 ก.ค. สถานการณ์ดีขึ้น ไม่แออัด ยกเว้นช่วง 08.00-09.00 น. ที่มีคนมารอมาก จึงขอให้ประชาชนมารับวัคซีนตามเวลาตั้งแต่ 09.00-17.00 น. ไม่ต้องมาตอน 08.00 น. พร้อมกัน มีฉีดให้แน่นอน หรือไปรับบริการฉีดวัคซีนได้ที่จุดฉีดอื่นๆของ กทม. สำหรับศูนย์ฉีดฯบางซื่อ พบว่าผู้มารับบริการกว่า 20-30% มาจากต่างจังหวัด เมื่อมาแล้วก็ต้องฉีดวัคซีนให้ประชาชนที่อยู่ต่างจังหวัดไปฉีดตามจังหวัดของตนได้ กระทรวงสาธารณสุขกระจายวัคซีนออกไปอยู่แล้ว

    จับขายสิทธิ์ฉีดวัคซีน

    ขณะเดียวกัน พญ.มิ่งขวัญ วิชัยดิษฐ ผอ.สถาบันโรคผิวหนัง ในฐานะ ผอ.ศูนย์ฉีดวัคซีนกลางบางซื่อ เปิดเผยถึงพฤติกรรมของแก๊งเรียกรับเงินขายสิทธิ์ฉีดวัคซีนโควิด-19 ว่า ขณะนี้ศูนย์ฉีดวัคซีนกลางบางซื่อ ฉีดวัคซีนให้ประชาชนที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป หญิงตั้งครรภ์ 12 สัปดาห์ขึ้นไป และผู้มีน้ำหนักตัว 100 กิโลกรัมขึ้นไป แบบวอล์กอิน ส่วนการนัดหมายผ่านองค์กร มีแค่กระทรวงการต่างประเทศ แต่สังเกตว่า 2-3 วันที่ผ่านมามีการนัดหมายผ่านเครือข่ายโทรศัพท์ทรูเข้ามาฉีดวัคซีนประมาณวันละ 500 คน ทั้งที่ศูนย์ไม่มีการนัดหมายผ่านเครือข่ายโทรศัพท์ จึงให้เจ้าหน้าที่จับตาเป็นพิเศษและตรวจสอบพบข้อมูลการใช้ที่ผิดปกติจำนวน 10 ยูสเซอร์ ในวันที่ 28 ก.ค. พบว่าผู้ใช้เลขหมาย 10 ยูสเซอร์นี้ มีการนัดหมายให้คนมาฉีดวัคซีนรวมกว่า 2,000 สิทธิ์ จึงปล่อยให้ผู้ที่นัดหมายจากเครือข่ายดังกล่าวมารับวัคซีนประมาณ 500 คน แล้ว ยกเลิกนัดหมายสิทธิ์ เพื่อให้คนที่มีนัดที่เหลือเดินเข้ามา สอบถามกับเจ้าหน้าที่ จึงสอบถามไปว่ามีการติดต่อกันอย่างไร ทำให้ทราบว่ามีการแฮ็กข้อมูลผ่านเครือข่ายโทรศัพท์และเรียกรับเงินคนละ 500-1,000 บาท

    เชื่อทำเป็นขบวนการ

    พญ.มิ่งขวัญกล่าวต่อว่า จากการสอบถามผู้ที่ถูกยกเลิกนัด พบวิธีการ 3 รูปแบบ คือติดต่อแบบตัวต่อตัวและจ่ายเงินสดหรือโอนเงินให้หน่วยงานหรือบริษัทติดต่อให้และเพื่อนของเพื่อนช่วยติดต่อ ทั้งนี้ ผู้ที่ให้ข้อมูลกับศูนย์ฉีดวัคซีนบางซื่อ จะกันไว้เป็นพยาน โดยศูนย์จะลงทะเบียนให้ใหม่และฉีดวัคซีนให้ เพราะเห็นใจว่าถูกหลอกลวง แต่มีบางคนที่ไม่ให้ข้อมูลเดินหลบออกจากพื้นที่ไป ได้รายงานเหตุการณ์ให้ผู้บังคับบัญชาทราบแล้วทั้งกระทรวงคมนาคมและกระทรวงสาธารณสุข พร้อมแจ้งความเรียบร้อย ขอเตือนประชาชนว่าการฉีดวัคซีนที่ศูนย์ฯบางซื่อ ไม่มีการเรียกรับเงิน ที่ผ่านมามีข่าวการเรียกรับเงินออกไปมากมาย ส่วนตัวเชื่อว่ามี ได้สั่งเจ้าหน้าที่คอยตรวจสอบ ครั้งนี้จับได้ลอตใหญ่ เชื่อว่าทำเป็นขบวนการ

    ศักดิ์สยามสั่งดำเนินคดี

    ขณะที่นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เปิดเผยว่า ได้รับรายงานจาก พญ.มิ่งขวัญว่า เจ้าหน้าที่ได้จับทุจริตผู้ที่เข้ามารับการฉีดวัคซีน ที่บางซื่อ โดยพบว่ามีบุคคลแฮ็กระบบ ผ่านบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และเข้าร่วมลงทะเบียนบุคคลให้เข้ามารับวัคซีนมีการนำโควตาไปขายสิทธิ์ ทำมาแล้ว 3 วัน วันละ 1,500 คน เจ้าหน้าที่ได้สอบถามผู้ที่ซื้อสิทธิ์ที่มาฉีดวัคซีน สารภาพว่ามีการจ่ายค่า หัวสิทธิ์ในการมาฉีดวัคซีนถึงหัวละ 500-1,000 บาท กระทรวงคมนาคมในฐานะเจ้าของพื้นที่และกระทรวงสาธารณสุขสั่งการให้ดำเนินคดีให้ถึงที่สุด เนื่องจากถือว่าเป็นคดีฉ้อโกง ผู้เสียหายคือกรมการแพทย์ และสั่งให้ตรวจสอบผู้ประกอบการโทรศัพท์เคลื่อนที่ทุกระบบที่มาเข้าร่วม เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายแบบนี้อีก คนที่ซื้อสิทธิ์มาถ้าให้ความร่วมมือให้ปากคำ ให้หลักฐานการโอนเงิน การติดต่อกับตัวกลาง กระทรวงสาธารณสุขจะกันเป็นพยานและจะฉีดวัคซีนให้ แต่ถ้าไม่ให้ความร่วมมือทางเจ้าหน้าที่จะไม่ฉีดวัคซีนให้และต้องเป็นผู้ต้องหาต่อไปและจะสอบเพิ่มเติมว่า มีเจ้าหน้าที่รัฐร่วมรู้เห็นหรือไม่ หากมีจะต้องรับโทษตามมาตรา 157 ประมวลกฎหมายอาญา

    เปิดจองฉีดผ่านแอป “วัคซีนบางซื่อ”

    ขณะเดียวกัน ศูนย์ฉีดวัคซีนกลางบางซื่อได้เปิดแอปพลิเคชัน วัคซีนบางซื่อ เปิดจองคิวฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด- 19 โดสแรก โดยให้ลงทะเบียน ล่วงหน้าผ่านเครือข่ายโทรศัพท์มือถือ สำหรับประชาชนทั่วไปอายุตั้งแต่ 18 ปี วันละ 10,000 โดส ผู้สูงอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป ผู้ป่วย 7 กลุ่มโรคเรื้อรัง วันละ 10,000 โดส เริ่มจองพร้อมกัน วันที่ 29 ก.ค. เวลา 09.00 น. มีระยะเวลาฉีดวัคซีน 1-31 ส.ค. ผู้ที่ประสงค์จะเข้าฉีดวัคซีนดำเนินการตามช่องทางดังกล่าวได้

    สร้างแพลตฟอร์มรายงานผู้ติดเชื้อ

    อีกด้านหนึ่ง นพ.ธนรักษ์ ผลิตพัฒน์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข เขตสุขภาพที่ 5 แถลงว่ากรมควบคุมโรค โดย นพ.ยงเจือ เหล่าศิริถาวร ร่วมกับทีมงานจากทุกกรมพัฒนาแพลตฟอร์ม “Dashboard โควิด 19” ผ่านเว็บ ไซต์กรมควบคุมโรค https://ddc.moph.go.th/covid19-dashboard/  เป็นการรายงานสถานการณ์ผู้ติดเชื้อโควิด-19 อัปเดตรายวัน ทั้งข้อมูลภาพรวม รายพื้นที่ ข้อมูล scoreboard การกระจายรายจังหวัด สรุปเคส 30 วันย้อนหลัง แนวโน้มตามกลุ่มเสี่ยงและแนวโน้มตามมิติต่างๆ เพื่อประโยชน์สำหรับผู้เกี่ยวข้องในการติดตามสถานการณ์และสืบค้นข้อมูลนำไปใช้งาน ส่วนข้อเรียกร้องที่ให้มีการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับ การจัดสรรวัคซีนทุกแง่มุม โดยส่วนตัวมองว่าเป็นไปได้ เรื่องเหล่านี้คงไม่ได้เป็นความลับ เชื่อว่ากรมควบคุมโรคคงพิจารณาเรื่องนี้

    ล็อกดาวน์คนยังไม่อยู่บ้าน

    นพ.ธนรักษ์กล่าวด้วยว่า จากการติดตามมาตรการล็อกดาวน์การระบาดระลอกนี้พบว่า คนยังออกนอกบ้านค่อนข้างมาก เทียบกับ เม.ย.63 คนยังอยู่บ้านเกือบ 20% แต่รอบนี้คนอยู่บ้านไม่ถึง 10% คงต้องรอดูผลของการที่คนยังออกนอกบ้านพอสมควรว่าจะมีผลกระทบกับการแพร่เชื้อมากน้อยแค่ไหน จะทำให้สถานการณ์ดีขึ้นหรือไม่ รอบนี้ความกังวลการติดเชื้อของคน ยังดูเหมือนว่าไม่ใกล้ตัวก็ไม่กลัว จะกังวลต่อเมื่อเป็นกลุ่มเสี่ยง ภาครัฐจึงพยายามจำกัดให้คนออกนอกบ้านน้อยลงเพื่อให้ความปลอดภัยสูงสุด การระบาดเวลานี้กระจายไปทั่วประเทศ หากทุกฝ่ายเข้าใจสถานการณ์ ร่วมมือปฏิบัติตามมาตรการต่างๆ รวมถึงเร่งฉีดวัคซีนให้เร็วและกว้างขวางเรายังเห็นแสงสว่างปลายอุโมงค์มากกว่าการระบาดระลอกปีที่แล้ว

    คาดผู้ป่วยทะลุ 2 แสนเร็วๆนี้

    วันเดียวกัน พล.อ.ท.นพ.อนุตตร จิตตินันทน์ ประธานราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทย โพสต์เฟซบุ๊ก ส่วนตัวความสรุปว่า New High รายใหม่ 16,533 ขนาดยังไม่รวมที่ตรวจแอนติเจน ตอนนี้มีผู้ป่วยรักษาตัวอยู่ 178,270 ถ้าแบบนี้คงทะลุ 2 แสนในเร็วๆนี้ ผู้ป่วยอาการหนักและใช้เครื่องช่วยหายใจยังพุ่งไม่หยุด ผู้ป่วยใช้เครื่องช่วยหายใจกำลังจะถึงพันคนในเร็ววันนี้ คงจะเห็นตัวเลขผู้เสียชีวิตเกินร้อยแบบนี้ไปอีกสักพัก ดูแล้วมาตรการควบคุมโรคที่ออกมายังไม่ได้ผลดีเท่าที่ควร น่าจะ ต้องมีมาตรการอื่นๆที่เข้มข้นมากกว่านี้ไหม ระบบการดูแลรักษาตอนนี้คงไม่ต้องอธิบายอะไรกันอีก การที่ รพ.ต่างๆไม่สามารถรับผู้ป่วยได้ทันเวลาแม้อาการหนัก การที่ผู้ป่วยบางรายต้องเสียชีวิตที่บ้าน การที่บ้าง รพ.ต้องตัดสินใจใช้การรักษาพยาบาลแบบประคับประคองบางราย เพื่อเปิดเตียงให้กับผู้ที่มีความหวังมากกว่า แสดงถึงความหนักหนาสาหัสของระบบการรักษาพยาบาลจริงๆ ตอนนี้ทุกคนคงต้องป้องกันตัวเองอย่างเต็มที่ อยู่บ้านให้มากที่สุด อย่าไว้ใจใคร คิดเสมอว่าทุกคนมีโอกาสแพร่เชื้อให้กับเราได้ ขอเป็นกำลังใจให้กับบุคลากรทางการแพทย์ และคนไทยทุกคน

    กำชับหามาตรการรองรับปิดตลาด

    เวลา 16.30 น. นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยผลการหารือระหว่าง นายกฯ กับ ผวจ. 12 จังหวัดสีแดงเข้มว่า นายกฯได้ฝากให้ ผวจ. หากมีคำสั่งปิดสถานที่หรือปิดตลาดก็ขอให้มีมาตรการรองรับผลกระทบที่จะเกิดกับประชาชนด้วย ส่วนการแก้ปัญหาเตียงผู้ป่วย ผวจ.และนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสามารถจัดตั้ง รพ.สนาม ให้ทีมหมอและพยาบาลที่มีอยู่สามารถดูแลได้เพิ่มเติมรองรับผู้ป่วยสีเหลืองหรือสีแดงเพิ่มมากขึ้น ทั้งสนับสนุนภาคเอกชนจัดตั้ง รพ.สนามภายในโรงงาน ยืนยันว่า เวชภัณฑ์ต่างๆ ทั้งยารักษา ยาฟาวิพิราเวียร์ ออกซิเจน และถังออกซิเจน ยังมีเพียงพอ จังหวัดไหนขาดเหลือยื่นของบฯตามลำดับขั้นตอนได้

    จี้ ผอ.ศบค.สั่งปรับระบบจ่ายยา

    นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคก้าวไกล ให้สัมภาษณ์ว่า ขอเรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผอ.ศบค. เร่งสั่งการให้ระบบการจ่ายยาฟาวิพิีราเวียร์และระบบการดูแลรักษาผู้ป่วยเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว เป็นมาตรฐานเดียวกัน ไม่ใช่ รพ.ต่างสังกัดก็ต่างทำแบบที่เป็นอยู่ ถึงจะเป็นผู้ติดเชื้อจากชุดตรวจ ATK ก็ตาม การจ่ายยายังคงต้องรอคอยงานเอกสารธุรการการลงทะเบียน และการตรวจยืนยันด้วยวิธี RT-PCR กินระยะเวลาการรอคอยที่ยาวนาน ทำให้ผู้ป่วยกลุ่มสีเขียว โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุและกลุ่มที่มีโรคประจำตัว มีอาการหนักขึ้น เสี่ยงอย่างยิ่งที่จะเสียชีวิต

    ติงอย่าอำมหิตปิดยอดติดเชื้อ

    นายวิโรจน์กล่าวว่า อีกเรื่องหนึ่งที่น่าเป็นกังวลเกี่ยวกับหนังสือ สธ 0211.021/15965 ในข้อที่ 5 เนื้อหาในคำสั่งนี้เหมือนมีเจตนาที่จะไม่บันทึกผลตรวจจากชุดตรวจ ATK ในสารบบเลย อาจเข้าข่ายเป็นพฤติกรรมปกปิดอำพรางจำนวนผู้ติดเชื้อที่แท้จริง ขอเสนอให้ สธ.ทำระบบรายงานการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ให้ชัดเจน โดยแบ่งเป็น 3 กลุ่ม 1.ผลตรวจด้วยวิธี RT-PCR 2.ผลตรวจด้วย ATK อย่างเดียว และ 3.ผลตรวจ RT-PCR จากชุดตรวจ ATK เพื่อที่ประชาชนจะได้ทราบถึงอัตราการเกิด False Positive แต่ถ้ารัฐบาลยังคงปกปิดอำพราง จะเป็นการก่อกรรมทำเข็ญกันแบบไม่สิ้นสุด คนตัวเล็กตัวน้อยต้องล้มตายเป็นจำนวนมากอย่างที่ไม่ควรจะเป็น นี่ไม่ใช่ความโชคร้ายแต่เกิดจากความ บกพร่องอำมหิตของรัฐบาล

    จี้ อย.เร่งอนุมัติ CovidNudge

    อีกด้านหนึ่ง นายชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า สถานการณ์โควิด-19 ปัจจุบันยังคงรุนแรง ประชาชนต้องต่อคิวรอตรวจหาเชื้อด้วยวิธี RT-PCR ทำให้เกิดปัญหาคอขวดในการรับเข้ารักษา นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯเคยเสนอให้รัฐบาลนำเทคโนโลยี CovidNudge RT-PCR test มาใช้ในการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ซึ่งเป็นเทคโนโลยีมีงานวิจัยรองรับว่ามีความแม่นยำ 99.9%เทียบเท่าการตรวจแบบ RT-PCR แต่สะดวกกว่าเพราะตรวจที่กระพุ้งแก้ม ขนาดเล็ก รู้ผลได้รวดเร็วภายใน 90 นาที ขณะนี้ CovidNudge อยู่ระหว่างขั้นตอนการขึ้นทะเบียนอุปกรณ์การตรวจเชื้อโควิด-19 กับองค์การอาหารและยา (อย.) มาหลายเดือนแล้ว อยากสอบถาม อย.ว่า สามารถเร่งรัดดำเนินการขึ้นทะเบียนอุปกรณ์ CovidNudge ได้เร็วขึ้นหรือไม่ เพื่อให้ประชาชนได้รับการตรวจหาเชื้อได้อย่างรวดเร็วในครั้งเดียว ลดภาระการตรวจหาเชื้อซ้ำ แก้ปัญหาคอขวดผู้ติดเชื้อรอการตรวจ RT-PCR ในปัจจุบันได้ดียิ่งขึ้น

    ใช้พื้นที่แขวงฯทำ รพ.สนาม

    นายสราวุธ ทรงศิวิไล อธิบดีกรมทางหลวง เปิดเผยว่า กรมฯได้จัดตั้งโรงพยาบาลสนาม ปรับปรุงสถานที่จัดเป็นศูนย์พักคอยช่วยเหลือผู้ป่วยโควิด-19 ตามนโยบายของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม โดยใช้พื้นที่ว่างของแขวงทางหลวงต่างๆที่เหมาะสมจัดตั้งโรงพยาบาลสนาม เช่น แขวงทางหลวงฉะเชิงเทรา ขณะที่แขวงทางหลวงอุบลราชธานีที่ 1 สนับสนุนน้ำสะอาด 6 พันลิตร สำหรับผู้ป่วยโควิด-19 ที่โรงพยาบาลสนามมหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี วิทยาเขตบ้านยางน้อย อำเภอเขื่องใน ปรับปรุงบริเวณและถนนทางเข้าศูนย์พักคอยผู้ป่วยโควิด-19 (โรงพยาบาลสนาม) ที่สนามกีฬาโรงพยาบาลโขงเจียม อำเภอโขงเจียม ส่วนแขวงทางหลวงอุบลราชธานีที่ 2 และแขวงทางหลวงนครราชสีมาที่ 2 สนับสนุนสถานที่ตั้งศูนย์พักคอย ที่สำนักงานโครงการก่อสร้างถนนวงแหวนรอบเมืองนครราชสีมา (ด้านเหนือ) ตำบลนากลาง อำเภอสูงเนิน จังหวัดนครราชสีมา สำนักงานทางหลวงที่ 10 (นครราชสีมา) เตรียมความพร้อมตั้งโรงพยาบาลสนามจังหวัดนครราชสีมาแห่งที่ 3 (หอพัก 88 ยูนิต) ในอำเภอเมืองนครราชสีมา

    สลดลูก 7 ขวบนอนเฝ้าศพแม่

    ขณะที่สถานการณ์โควิด-19 ยังวิกฤติแทบทุกพื้นที่ของไทย ส่งผลให้มีเรื่องเศร้าสลดใจเกิดขึ้นเกือบทุกวัน ทั้งเรื่องคนป่วยรอเตียง คนตายคาบ้าน เช่นรายนี้ ผู้เป็นแม่เสียชีวิตด้วยโควิด-19 คาบ้านทิ้งลูกน้อยวัย 7 ขวบนอนเฝ้าศพแม่เป็นที่สะเทือนใจและน่าเวทนาแก่ผู้พบเห็น โดยเมื่อเวลา 22.00 น. วันที่ 27 ก.ค. ร.ต.อ.นครินทร์ จำปานิล รองสารวัตร สอบสวน สภ.สำโรงเหนือ จ.สมุทรปราการ ไปสอบสวนเหตุหญิงเสียชีวิตในห้องพักที่ชั้น 8 อาคารคอนโดแห่งหนึ่งย่านถนนเทพารักษ์ ต.เทพารักษ์ อ.เมืองสมุทรปราการ เมื่อเจ้าหน้าที่ไปถึงพบ ด.ญ.มณีรัตน์ กะรัตน์ หรือน้องพลอย อายุ 7 ขวบ ลูกสาวของผู้เสียชีวิตนั่งร้องไห้อยู่ที่หน้าอาคารและเล่าอย่างไร้เดียงสาว่า พ่อไม่สบายไปอยู่โรงพยาบาล ปล่อยให้ตนอยู่กับแม่ 2 คน เมื่อเช้าหลังตื่นนอนไปเรียกแม่ให้ต้มมาม่าให้กิน แต่แม่ไม่ยอมตื่นไม่ยอมพูดคุยด้วย จึงลงมาแจ้ง รปภ.อาคารชุดว่า ปลุกแม่แล้วแม่ไม่ตื่น เมื่อ รปภ.เข้าไปดูพบว่าแม่เสียชีวิตแล้ว

    รู้ตัวติดโควิดต้มยากินแต่ไม่รอด

    ขณะที่เจ้าหน้าที่กำลังสอบถามน้องพลอย มีญาติฝ่ายแม่อยู่ที่จังหวัดอุบลราชธานี โทรศัพท์มาหาน้องพลอยและให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ว่า พ่อน้องพลอยชื่อนายมนตรีทำงานบริษัทฮอนด้าและติดโควิด ถูกส่งไปกักตัวที่โรงแรมย่านหัวลำโพงตั้งแต่วันที่ 24 ก.ค. ผู้ตายมีอาชีพขายหน้ากากอนามัยกับน้ำยาแอลกอฮอล์ตามตลาดนัดและติดโควิด ก่อนหน้านี้ได้โทร.มาบอกว่าสามีติดโควิดและตัวเองไปหาที่ตรวจเชื้อตามโรงพยาบาลหลายแห่งแต่หมอไม่ยอมตรวจให้ ต่อมาเจ้าหน้าที่ซึ่งสวมชุด PPE เข้าไปตรวจสอบในห้อง พบศพนางมยุรี กะรัตน์ อายุ 43 ปี นอนเสียชีวิตอยู่บนที่นอน ในห้องเต็มไปด้วยข้าวของที่วางกระจัดกระจาย ปลายเท้าพบกระทะไฟฟ้ายังมีการต้มสมุนไพร ใกล้กันพบห่อยาหลายชนิดทั้งยาแก้ไอ ยาแก้อักเสบ ยาแก้ปวดและยาอื่นๆหลายห่อวางกองอยู่ ลักษณะคล้ายกับว่าผู้เสียชีวิตน่าจะรู้ตัวว่าติดโควิด จึงพยายามหายามากินและสูดดมสมุนไพรต้มฆ่าเชื้อ กักตัวเองอยู่ในห้อง ให้ลูกสาวมานอนที่ห้องรับแขก กระทั่งเสียชีวิตคาที่นอน จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อทั่วห้องก่อนนำร่างผู้เสียชีวิตบรรจุลงในถุงซิปล็อก 3 ชั้น นำส่งชันสูตรที่สถาบันนิติเวช

    2 หนูน้อยกำพร้าใจเข้มแข็ง

    ส่วนกรณี 2 หนูน้อย คือน้องออมสิน อายุ 11 ขวบ และน้องกระปุก อายุ 9 ขวบ ที่ต้องกำพร้าแม่แต่วัยเยาว์ด้วยโควิด-19 ในสภาพตายคาบ้านที่ ต.บางโฉลง อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ ที่เป็นเรื่องบีบคั้นหัวใจของผู้ทราบข่าวนั้น นส.สุภชา พรหมศร หัวหน้าบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดสมุทรปราการ เผยว่า ตอนนี้บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดสมุทร-ปราการ ดูแลเด็กทั้ง 2 ไว้และนำเข้ารักษาโควิดที่โรงพยาบาล ผลตรวจหาเชื้อเด็กทั้งสองคนพบว่า อยู่ในขั้นสีเขียวคือยังไม่ลงปอด แต่ยังต้องรักษาตัวอีก 28 วัน สภาพจิตใจของเด็กเข้มแข็งมากและมีกำลังใจมากขึ้นแล้ว

    มูลนิธิฯรับอุปถัมภ์เรียน

    นส.สุภชาเผยอีกว่า เมื่อวันที่ 27 ก.ค. ได้รับการประสานจากองคมนตรี ที่แจ้งมาทางเจ้าหน้าที่มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ว่า มูลนิธิฯรับเด็กทั้ง 2 คนไว้เป็นนักเรียนในพระบรมราชานุเคราะห์ โดยจะได้รับการศึกษาไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆและเรียนได้สูงที่สุดตามความสามารถของเด็ก นอกจากนี้ ยังได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้จิตอาสาพระราชทานเข้ามาอำนวยความสะดวก ดูแลเรื่อง อาหารการกินต่างๆถึงบ้านเช่าของเด็ก นับตั้งแต่วันที่เด็กยังรอเตียง จนกระทั่งได้เตียงเข้ารับการรักษาโควิด-19

    โควิดพราก “เกชา เปลี่ยนวิถี”

    วันเดียวกัน มีข่าวเศร้าของคนวงการบันเทิง เมื่อดาราอาวุโสชื่อดัง ผู้มีชื่อเสียงเป็นที่จดจำจากบทเจ้าพ่อในภาพยนตร์เรื่อง “เพชรตัดเพชร” และรับบทผู้ร้ายมาตลอดชีวิตการแสดง คือ “เกชา เปลี่ยนวิถี” อายุ 95 ปี พ่อของนางแบบสาว “แอนนา-นาตาชา เปลี่ยนวิถี” ได้เสียชีวิตจากโควิด-19 ที่โรงพยาบาลจังหวัดอุทัยธานี ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจากนายชาดา ไทยเศรษฐ์ รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย และ ส.ส.อุทัยธานี เกี่ยวกับการป่วยของนายเกชา เปลี่ยนวิถี ว่าตนมีศักดิ์เป็นหลานเพราะนายเกชาเป็นน้องชายของย่า ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 15 ก.ค. นายเกชาเดินทางมาเยี่ยมหลานๆ โดยเข้าแสดงตนตามระบบคัดกรองโควิด-19 ของจังหวัดอุทัยธานีเหมือนบุคคลทั่วไป ต่อมามีอาการไข้จึงไปตรวจที่โรงพยาบาลอุทัยธานี พบว่าติดเชื้อโควิด-19 จึงต้องเข้ารับการรักษา คณะแพทย์และพยาบาลได้รักษาจนหายขาดปลอดเชื้อ เตรียมตัวที่จะกลับบ้าน แต่มาเสียชีวิตโดยนอนหลับไม่ตื่นเมื่อช่วงเช้าวันที่ 28 ก.ค. การเสียชีวิตครั้งนี้ น่าจะมาจากโรคประจำตัวและเป็นไปตามอายุขัยเนื่องจากมีวัยถึง 95 ปีแล้ว

    ฝังร่างสุขสงบนิรันดร์ที่บ้านเกิด

    ต่อมาที่กุโบร์ เมราชา แดนมะตาม อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี แอนนา-นาตาชา พร้อมญาติพี่น้องนำร่างของเกชา เปลี่ยนวิถี หรือ “อิหม่ามเกชา แดนมะตาม” ผู้เป็นพ่อ มาทำพิธีทางศาสนาอิสลาม โดยฝังไว้ที่กุโบร์บ้านโป่ง อยู่ใกล้กับกุโบร์ของบรรพบุรุษแดนมะตาม ญาตินายเกชาเผยว่า การนำร่างนายเกชามาฝังไว้ที่กุโบร์บ้านโป่ง เป็นความปรารถนาของนายเกชาที่สั่งเสียไว้ก่อนจะจากไป เพราะนายเกชาเกิดที่นี่และเคยบอกไว้ว่า ถ้าตายไปให้นำร่างมาฝังไว้ที่กุโบร์บ้านโป่ง ข้างๆกุโบร์ของบรรพบุรุษ ในช่วงที่นายเกชาร่างกายแข็งแรงจะเดินทางมาทำบุญที่มัสยิดบ้านโป่งอยู่เป็นประจำ ทั้งนี้ บรรยากาศพิธีฝังศพเป็นไปอย่างเรียบง่าย แต่เต็มไปด้วยความโศกเศร้าของญาติที่มาร่วมพิธี

    ดับคา รพ.บุษราคัมเฉลี่ย 2-5 ศพ/วัน

    ส่วนที่โรงพยาบาลบุษราคัม อาคารอิมแพคชาเรนเจอร์ เมืองทองธานี อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ที่มีกระแสข่าวว่ามีผู้ป่วยล้น รพ.และเสียชีวิตจำนวนไม่น้อยต่อวัน เจ้าหน้าที่ไม่อนุญาตให้บุคคลภายนอกเข้าไปที่บริเวณรักษาผู้ป่วย แม้กระทั่งญาติที่มาเยี่ยมยังให้ฝากของกินของใช้ไว้ที่ชั้นล่างเพื่อป้องกันการแพร่เชื้อโรค ผู้สื่อข่าวไปดูสถานการณ์และสอบถามเจ้าหน้าที่นายหนึ่งที่มาปฏิบัติหน้าที่รักษาความปลอดภัยในพื้นที่ รพ.บุษราคัม ได้รับการเปิดเผยว่าช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมามีผู้ป่วยทั้งสีเขียว สีเหลือง สีแดง เข้ามารักษามากถึง 3,700 คน โดยถูกส่งตัวมาจาก รพ.ต่างๆจนเตียงเต็ม สัปดาห์ที่ผ่านมามีผู้ป่วยขั้นวิกฤติเพิ่มมากขึ้น เจ้าหน้าที่สาธารณสุขต้องส่งต่อผู้ป่วยไปที่ รพ.พระนั่งเกล้า มีบางรายเสียชีวิตคาเตียงใน รพ.บุษราคัมเฉลี่ย 2-5 รายต่อวัน ขณะที่เจ้าหน้าที่ที่คอยดูแลผู้ป่วยมีไม่เพียงพอ ผู้ป่วยโควิดที่รักษาใกล้หายแล้วต้องมาช่วยดูแลคนป่วยด้วยกัน เช่น แจกอาหาร บางครั้งถึงกับช่วยเข็นศพ ผู้เสียชีวิตออกมา เพราะห้ามเจ้าหน้าที่ที่มีหน้าที่รับศพเข้าไปเนื่องจากเป็นพื้นที่อันตรายของเชื้อโรค ขณะที่ยอดผู้ติดเชื้อของ จ.นนทบุรี ในวันที่ 28 ก.ค. มากถึง 512 ราย

    เอกชนโคราชไม่ทนร้องขอเยียวยา

    ที่ จ.นครราชสีมา ยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในวันที่ 28 ก.ค. พุ่งถึง 312 ราย นพ.ณรงค์ศักดิ์ ผอ.รพ.ปากช่องนานา เผยว่า ขณะนี้ในเขต อ.ปากช่อง ยังมีผู้ติดเชื้อเพิ่มสูงขึ้นวันนี้ถือว่าสูงที่สุดคือ 112 ราย ขณะเดียวกันมีการระดมฉีดวัคซีนให้ประชาชนในเขตเทศบาลเมืองปากช่อง ครั้งที่ 2 อีก 1,300 โดส ที่หอประชุมมูลนิธิสว่างวิชชาธรรมสถาน หลังฉีดเสร็จแล้วมีการแจกแตงโมให้คนละ 1 ลูก จากบริษัท ตังนำเกษตร ปากช่อง จำกัด พร้อมมีการแจกอาหารให้ทานฟรีหลายอย่าง นอกจากนี้ หอการค้าจังหวัดนครราชสีมา สภาอุตสาหกรรมจังหวัดนครราชสีมา ชมรมธนาคารจังหวัดนครราชสีมา มีมติเห็นชอบขอยื่นข้อเรียกร้องให้รัฐบาลพิจารณาการช่วยเหลือเยียวยาผู้ประกอบการและลูกจ้างในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมากับพื้นที่จังหวัดสีแดงทั้ง 53 จังหวัด ให้ได้รับการเยียวยาเหมือนจังหวัดพื้นที่สีแดงเข้มควบคุมสูงสุดและเข้มงวด เนื่องจากขณะนี้จังหวัดนครราชสีมาถูกประกาศให้เป็นพื้นที่สีแดง 1 ใน 53 จังหวัด มีมาตรการควบคุมแตกต่างจากพื้นที่สีแดงเข้มเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ทำให้ได้รับผลกระทบด้านเศรษฐกิจและการใช้ชีวิตของประชาชน เป็นจังหวัดที่มีอัตราผู้ติดเชื้อเป็นอันดับต้นๆของประเทศ แต่กลับได้รับการเยียวยาช่วยเหลือเพียงเล็กน้อย

    นครปฐมติดเชื้อทำนิวไฮ

    ที่จังหวัดนครปฐม สถานการณ์โควิด-19 รุนแรงไม่แพ้จังหวัดอื่น สาธารณสุขจังหวัดนครปฐม รายงานสถานการณ์โควิด-19 ประจำวันที่ 28 ก.ค.ว่าพบผู้ป่วยใหม่ถึง 984 ราย ทำนิวไฮของจังหวัดและเสียชีวิต 9 ศพ มากที่สุดนับแต่เกิดการระบาดของโควิด-19 ระลอกเมษายน 64

    สมุทรสาครยอดไม่ลด

    ส่วนที่ จ.สมุทรสาคร สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสมุทรสาคร รายงานพบผู้ติดเชื้อใหม่เพิ่มสูงขึ้นถึง 1,147 ราย เสียชีวิต 7 ศพ ขณะเดียวกันผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่วัดป้อมวิเชียรโชติการาม (พระอารามหลวง) ต.มหาชัย อ.เมือง จ.สมุทรสาคร ที่รับเผาศพผู้ที่ติดเชื้อโควิด-19 พบว่าที่วัดมีเตาเผาศพ 2 เตา แต่ละเตาเผาได้ต่อวันประมาณ 3 ศพ ทุกวันนี้เฉพาะการเผาศพผู้ที่ติดเชื้อโควิด-19 มีวันละ 5-6 ราย ทำให้เตาเผาเกิดการชำรุดอย่างรวดเร็วเนื่องจากมีการใช้งานที่มากเกินไป พระราชปริยัติคุณ เจ้าอาวาสวัด เผยว่า เมรุชำรุดเพราะรับเผาศพมากเกินไปทั้งศพผู้ที่ติดเชื้อโควิด-19 และไม่ติดเชื้อ ศพผู้ติดเชื้อโควิด-19 เมื่อมาถึงก็ต้องนำเข้าสู่เตาเผาทันที ดังนั้น หากมาติดๆกันจะทำให้เตาไม่ได้พักเลย จึงต้องมีการจัดเวลาเพื่อนำเข้าเผาให้แต่ละเมรุได้พักบ้าง อีกทั้งอยากให้พุทธศาสนิกชนร่วมบริจาคเป็นทุนซื้อน้ำมันเผาศพ ได้ที่บัญชีธนาคารกสิกรไทย 184-264-6134 หรือโทร.สอบถามได้ที่ 08-7666-9598

    ฉีดวัคซีนพระ 221 วัดฝั่งธนฯ

    พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทม. เปิดเผยว่า กทม. กับสำนักงานเขตบางกอกน้อยและโรงพยาบาลราชพิพัฒน์ สำนักการแพทย์ ร่วมกับวัดศรีสุดารามวรวิหาร กำหนดให้บริการฉีดวัคซีนแก่พระ สัปเหร่อ มัคนายก ตลอดจนบุคลากรอื่นๆของวัดต่างๆ เริ่มวันที่ 30 ก.ค. รวม 221 วัด ในพื้นที่กลุ่มกรุงธนเหนือ กรุงธนใต้ รวม 15 เขต ประกอบด้วย เขตคลองสาน 8 วัด เขตจอมทอง 17 วัด เขตตลิ่งชัน 29 วัด เขตทวีวัฒนา 4 วัด เขตธนบุรี 25 วัด เขตบางกอกน้อย 32 วัด เขตบางกอกใหญ่ 14 วัด เขตบางพลัด 23 วัด รวม 152 วัด เขตทุ่งครุ 4 วัด เขตบางขุนเทียน 16 วัด เขตบางบอน 3 วัด เขตบางแค 5 วัด เขตภาษีเจริญ 27 วัด เขตราษฎร์บูรณะ 7 วัด และเขตหนองแขม 7 วัด รวม 69 วัด และจะขยายการฉีดวัคซีนให้แก่พระในพื้นที่กลุ่มเขตอื่นๆต่อไป

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    โควิด-19สถานการณ์โควิดยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19วัคซีนโควิดผู้ป่วยโควิดแม่ติดโควิดตายลูกเฝ้าศพแม่Rapid Antigen Testแห่ฉีดวัคซีนกันข่าวหน้า1ข่าววันนี้สุขภาพ

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันศุกร์ที่ 24 กันยายน 2564 เวลา 00:16 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์