ฝนถล่มน้ำท่วม 4 อำเภอตาก สะพานพัง-จมพิษณุโลก

ข่าว

ฝนถล่มน้ำท่วม 4 อำเภอตาก สะพานพัง-จมพิษณุโลก

ไทยรัฐฉบับพิมพ์

29 ก.ค. 2564 05:09 น.

ฝนถล่มหนักต่อเนื่อง ทำให้แม่น้ำเมยล้นทะลักท่วมขยายวงไป 4 อำเภอ บ้านเรือนราษฎรได้รับผลกระทบนับพันหลังคาเรือน ฝ่ายปกครอง ทหารและหน่วยกู้ภัยเร่งลงพื้นที่ช่วยเหลือชาวบ้านขนย้ายทรัพย์สิน ที่ อ.แม่น้ำมาด น้ำจากภูเขาไหลลงลำห้วยแม่ละเมา ระบายสู่แม่น้ำเมยไม่ได้ ทำให้ล้นเอ่อท่วมบ้านเรือนประชาชนกว่า 1 เมตร ทหารพรานนำเรือช่วยขนย้ายชาวบ้านพื้นที่เสี่ยงไปอยู่ที่ปลอดภัย กำแพงเพชรคอสะพานเก่ากว่า 30 ปีพังถล่ม รถราไม่สามารถผ่านได้ พิษณุโลกน้ำท่วม 2 อำเภอ 46 หมู่บ้าน กรมอุตุนิยมวิทยาเตือนยังมีฝนตกหนักในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก อาจเกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากได้

สถานการณ์น้ำท่วมพื้นที่ชายแดน จ.ตาก หลังเกิดฝนตกต่อเนื่องร่วม 1 สัปดาห์ ทำให้แม่น้ำเมยเอ่อล้นท่วมตลาดริมเมย ต.ท่าสายลวด อ.แม่สอด ระดับน้ำสูงเกือบ 1 เมตร พ่อค้าแม่ค้าต้องเร่งขนย้ายสินค้าไปไว้ในที่ปลอดภัย ขณะที่บ้านเรือนประชาชนริมแม่น้ำเมยยังไม่ได้รับผลกระทบมากนัก แต่สถานการณ์กลับทวีความรุนแรงขึ้นเนื่องจากคืนที่ผ่านมาฝนตกตลอดทั้งคืน โดยเมื่อตอนสายวันที่ 28 ก.ค. ระดับน้ำในแม่น้ำเมยเพิ่มสูงกว่าเมื่อวานร่วม 1 เมตร ทำให้น้ำท่วมสูงเกือบ 2 เมตร โดยเฉพาะหมู่บ้านเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำเมยน้ำท่วมสูง 50-100 ซม. การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคอำเภอแม่สอดต้องตัดกระแสไฟฟ้าในพื้นที่น้ำท่วมสูงป้องกันอันตราย ขณะที่เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอแม่สอด ทหาร พร้อมหน่วยกู้ภัยแม่สอด นำเรือเข้า ช่วยเหลือชาวบ้านที่ติดค้างอยู่ภายในบ้านตลอดแนวตลิ่ง

ขณะที่พื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำเมยใน อ.แม่ระมาด อ.ท่าสองยาง และ อ.พบพระ ได้รับผลกระทบถูกน้ำท่วมไปตามๆกัน โดยเฉพาะพื้นที่ อ.แม่ระมาด มีบ้านเรือนประชาชนได้รับผลกระทบ 670 หลังคาเรือน ประมาณ 1,500 คน โดยเฉพาะหมู่บ้านวังผา หมู่ 4 ต.แม่จะเรา น้ำฝนจากภูเขาไหลลงลำห้วย-แม่ละเมา เป็นลำห้วยขนาดใหญ่ไหลผ่านหลายตำบล ไม่สามารถระบายลงแม่น้ำเมยได้เนื่องจากน้ำล้นตลิ่ง ทำให้น้ำในลำห้วยแม่ละเมาล้นทะลักท่วมสะพานข้ามลำห้วยและถนนทางเข้าออกหมู่บ้าน จนรถเล็กไม่สามารถผ่านได้ และน้ำยังไหลท่วมบ้านเรือนประชาชนติดแนวลำห้วยแบบฉับพลันร่วม 100 หลังคาเรือน ระดับน้ำสูง 80-150 ซม. เจ้าหน้าที่ทหารพราน ฉก.ทพ.ที่ 35 ลุยน้ำเชี่ยวกรากเข้าไปช่วยเหลือชาวบ้านขนย้ายทรัพย์สินไว้ที่สูง นำเรืออพยพชาวบ้านในพื้นที่เสี่ยงไปไว้ในที่ปลอดภัย

ที่ จ.กำแพงเพชร ที่มีฝนตกติดต่อกันหลายวัน จู่ๆสะพานข้ามคลองวังอ้อ รอยต่อระหว่างหมู่ที่ 11 บ้านวังเพชร หมู่ 11 กับบ้านใหม่ศรีอุบล หมู่ 8 ต.นิคมทุ่งโพธิ์ทะเล อ.เมืองกำแพงเพชร เป็นสะพานเก่าอายุกว่า 30 ปี เกิดพังเสียหาย คอสะพานฝั่งบ้านวังเพชรพังถล่มลงมา ขณะมีคนขี่รถ จยย.ผ่านมาทำให้ทั้งคนทั้งรถร่วงตกลงไปในคลอง พลเมืองดีช่วยเหลือนำคนเจ็บส่ง รพ.นิคมทุ่งโพธิ์ เหตุที่เกิดขึ้นส่งผลให้รถทุกชนิดไม่สามารถผ่านได้ ต้องอ้อมทางไปกว่า 5 กิโลเมตร

ที่ จ.พิษณุโลก ฝนที่ตกหนักติดต่อกันหลายวันทำให้น้ำในแม่น้ำแควน้อย ล้นทะลักท่วมบ้านเรือนประชาชนในพื้นที่ อ.นครไทย และ อ.ชาติตระการ รวม 46 หมู่บ้าน พื้นที่การเกษตรเสียหายกว่า 2,000 ไร่ พล.ต.ทวีศักดิ์ วงศ์ทวีทรัพย์ ผบ.พลพัฒนาที่ 3 กองทัพภาคที่ 3 ค่ายสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ อ.วังทอง นำเครื่องอุปโภคบริโภคแจกจ่ายช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบที่บ้านเหนือ หมู่ 1 และบ้านโนนจันทร์ หมู่ 11 ต.นครไทย ระดับน้ำท่วมสูง 30-150 ซม. โดยนางมยุรี ทองสน ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 11 เปิดเผยว่า น้ำในแม่น้ำแควน้อยเริ่มล้นตลิ่งท่วมบ้านเรือนประชาชนตั้งแต่วันที่ 23 ก.ค. กระทั่งเมื่อคืนน้ำสูงร่วม 2 เมตร และน้ำเริ่มลดระดับลงตอนเช้ามืด มีบ้านเรือนถูกน้ำท่วมรวม 16 หลัง ในพื้นที่หมู่ 11 จำนวน 9 หลัง และพื้นที่หมู่ 1 จำนวน 7 หลัง

กรมอุตุนิยมวิทยารายงานว่า ร่องมรสุมพาดผ่านประเทศเมียนมา ตอนบนของภาคเหนือ ประเทศลาว และเวียดนามตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยยังคงมีกำลังแรง ทำให้ประเทศไทยยังคงมีฝนตกหนักบางแห่งในภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก ส่วนมากบริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ ตาก หนองคาย บึงกาฬ สกลนคร นครพนม กาฬสินธุ์ ยโสธร มุกดาหาร อำนาจเจริญ ศรีสะเกษ อุบลราชธานี นครสวรรค์ อุทัยธานี กาญจนบุรี ราชบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนักและฝนที่ตกสะสม อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากได้ สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันตอนบนตั้งแต่จังหวัดพังงาขึ้นมามีกำลังแรง คลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ส่วนอันดามันตอนล่างมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้า คะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในระยะนี้

ที่ จ.กาญจนบุรี ตำรวจ สภ.ทองผาภูมิ ร่วมกับทหาร ฉก.ลาดหญ้า ตชด. และฝ่ายปกครอง ตรวจสอบเหตุน้ำท่วมถนนสาย 323 อ.ทองผาภูมิ-สังขละบุรี หมู่ 4 บ้านอู่ล่อง ต.ท่าขนุน ถูกน้ำท่วมสูง 10-30 ซม. ระยะทางร่วม 300 เมตร หลังเกิดฝนตกหนักตั้งแต่ช่วงเช้า เพื่ออำนวยความสะดวกผู้ใช้รถใช้ถนน ขณะที่ปลัดเทศบาลตำบลท่าขนุน ประสานนายอานนท์ ถนอมวงษ์ ส.อบจ.กาญจนบุรีส่งรถแบ็กโฮตัดหินเปิดทางน้ำไหลเพื่อเร่งระบายน้ำออกจากผิวจราจร ขณะเดียวกันกลุ่มจิตอาสาสังขละบุรี กว่า 20 คน ร่วมกันซ่อมแซมสะพานข้ามลำห้วยซองเกเลีย บ้านโจ่คีพื่อ ม.1 ต.ไล่โว่ อ.สังขละบุรี ที่ได้รับความเสียหายจากเหตุน้ำท่วมสะพานเมื่อคืนวันที่ 26 ก.ค. ทำให้ กระแสน้ำพัดพาท่อนไม้และสวะมาติดสะพาน เพื่อให้ชาวบ้าน 11 ครอบครัวใช้เดินทางเข้าออกหมู่บ้าน

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ฝนตกฝนตกหนักน้ำท่วมน้ำท่วมหนักฝนตกน้ำท่วมสถานการณ์น้ำท่วมฝนถล่มข่าวหน้า1ข่าววันนี้ข่าวทั่วไป

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
Sonp logo
inet logo
วันเสาร์ที่ 18 กันยายน 2564 เวลา 22:20 น.
ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์