เมื่อหมอต้องแย่งวัคซีนไฟเซอร์ฯที่ได้รับบริจาค

ข่าว

เมื่อหมอต้องแย่งวัคซีนไฟเซอร์ฯที่ได้รับบริจาค

ลม เปลี่ยนทิศ

    29 ก.ค. 2564 05:15 น.

    วันนี้ วัคซีนไฟเซอร์ไบโอเอนเทค 1.54 ล้านโดส ที่รัฐบาลสหรัฐฯบริจาคให้ประเทศไทย มูลค่า 30 ล้านดอลลาร์ จะบินมาถึงประเทศไทยที่สนามบินสุวรรณภูมิ เพื่อนำไปฉีดเป็นเข็มที่ 3 กระตุ้นภูมิให้กับบุคลากรทางการแพทย์ด่านหน้า รวมทั้งประชาชนกลุ่มเสี่ยงด้วย วัคซีนบรรจุมาในตู้คอนเทนเนอร์อุณหภูมิ –60 กว่าองศาเซลเซียส วัคซีนไฟเซอร์ฯ 1.54 ล้านโดสนี้ เป็นส่วนหนึ่งจากวัคซีนไฟเซอร์ฯ 500 ล้านโดส ที่รัฐบาลสหรัฐฯบริจาคให้ประเทศทั่วโลก เมื่อคิดเป็นสัดส่วนแล้วก็แค่ 0.308% เท่านั้นเอง ไม่ได้มากมายอะไร ต้นเดือน ก.ค. สหรัฐฯก็เพิ่งบริจาควัคซีนไฟเซอร์ฯให้มาเลเซีย 1 ล้านโดส

    วัคซีนไฟเซอร์ฯ เป็นวัคซีนชนิด mRNA (messenger Ribonucleic Acid) สารตัดต่อพันธุกรรม สิงหาคมนี้จีนก็จะเริ่มผลิตวัคซีน mRNA ตัวเดียวกับไฟเซอร์ฯ เพื่อฉีดเป็นเข็มที่ 3 กระตุ้นภูมิให้คนจีนกว่า 1,400 ล้านคน ที่ฉีดวัคซีน ซิโนแวค ซิโนฟาร์ม สองเข็มแล้ว

    สิ่งที่ไม่น่าเชื่อที่เกิดขึ้นก็คือ การต่อสู้แย่งชิงวัคซีนไฟเซอร์ฯ 1.54 ล้านโดสนี้ เป็นไปอย่างเข้มข้นมาก เช้าวันที่ 27 ก.ค. มีเครือข่ายบุคลากรทางการแพทย์หลายกลุ่ม นำโดย กลุ่มหมอไม่ทน ไปยื่นหนังสือต่อ นายไมเคิล ฮีธ อุปทูตสหรัฐฯที่สถานทูตสหรัฐฯ เรียกร้องให้สถานทูตสหรัฐฯตรวจสอบการจัดสรรวัคซีนไฟเซอร์ฯ 1.54 ล้านโดสนี้ เพราะ กลัวว่ากลุ่มบุคลากรทางการแพทย์จะไม่ได้ฉีดวัคซีนไฟเซอร์ฯเป็นเข็มที่ 3 เพื่อกระตุ้นภูมิเห็นข่าวแล้วไม่รู้จะร้องไห้หรือเศร้าใจดี ประชาชนผู้เสียภาษีไม่มีสิทธิเลือกอะไรทั้งสิ้น แม้แต่วันจองฉีดวัคซีนก็ถูกเบี้ยว ไม่มีใครรับผิดชอบต้องไปวอล์กอินแย่งกันฉีดอย่างแออัด ไม่มีการเว้นระยะห่างอย่างที่เห็นที่สถานีกลางบางซื่อ ซึ่งก็ไม่มีสิทธิเลือกวัคซีน

    ก่อนหน้านี้ นพ.รุ่งเรือง กิจผาติ โฆษกกระทรวงสาธารณสุข ออกมาแถลงยืนยันว่า วัคซีนไฟเซอร์ฯที่ได้รับบริจาค 1.54 ล้านโดส จะเริ่มฉีดต้นเดือนสิงหาคม โดยจะแบ่งให้ กลุ่มบุคลากรทางการแพทย์ด่านหน้าไม่น้อยกว่า 500,000 โดส ที่เหลือจัดสรรให้กับกลุ่มเสี่ยงและพื้นที่เสี่ยงอื่นๆ นพ.รุ่งเรือง ยํ้าว่า บุคลากรด่านหน้าทุกคนต้องได้รับวัคซีนเข็มที่ 3 เพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกัน ขณะนี้ บางส่วนที่ฉีดวัคซีนซิโนแวค 2 เข็ม ฉีดเข็ม 3 เป็นแอสตราเซเนกา ผลการศึกษาพบว่า มีระดับภูมิคุ้มกันขึ้นสูงกว่าการฉีดเข็ม 1 ซิโนแวค เข็ม 2 แอสตราเซเนกา หรือ แอสตราเซเนกา 2 เข็ม หรือ ไฟเซอร์ฯ 2 เข็ม หรือ ซิโนแวค 2 เข็ม

    แต่ดูเหมือน เครือข่ายบุคลากรทางการแพทย์ จะไม่เชื่อในคำแถลงของ นพ.รุ่งเรือง กิจผาติ โฆษกกระทรวงสาธารณสุข

    ในแถลงการณ์ที่กลุ่มยื่นต่อสถานทูตสหรัฐฯระบุว่า ขณะนี้มีบุคลากรทางการแพทย์จำนวนมาก ต้องเข้ารับการฉีดวัคซีนแอสตราเซเนกาเป็นบูสเตอร์โดสเข็ม 3 ด้วยความไม่มั่นใจในการเข้ามาถึงของวัคซีนไฟเซอร์ฯ การถูกทำให้เชื่อว่าจะไม่มีวัคซีนไฟเซอร์ฯเข้ามา และการคาดการณ์ว่าไฟเซอร์ฯจะเข้ามาไม่พอสำหรับบุคลากรทั้งหมด

    ฟังแล้วก็อึ้ง ส่วนตัวผมไม่เชื่อว่าแถลงการณ์นี้จะมาจากแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ด่านหน้าที่เสียสละอย่างมากในการดูแลรักษาผู้ป่วยโควิด แต่สิ่งที่เกิดขึ้นสะท้อนให้เห็นถึงความไม่เชื่อมั่นในตัวผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงสาธารณสุข ตัวอย่างล่าสุดวันที่ 25 ก.ค. มีการจัดสรรวัคซีนแอสตราเซเนการอบ 2 จำนวน 550,000 โดส เมื่อเจาะลึกลงเนื้อในก็พบว่า 10 จังหวัดแรกที่ได้รับจัดสรรวัคซีนมากที่สุด มี “จังหวัดบุรีรัมย์” เข้ามาอีกแล้ว ได้รับจัดสรรมาก เป็นอันดับ 8 มากกว่า เชียงใหม่ ซึ่งเป็นเมืองท่องเที่ยวและเมืองใหญ่อันดับสองรองจากกรุงเทพฯ แถมยังมี ตำรวจบุรีรัมย์ โพสต์การฉีดวัคซีนแอสตราฯ เข็ม 3 อวดชาวโลกด้วย

    สิ่งเหล่านี้เมื่อเกิดขึ้นบ่อยๆ ทำให้บุคลากรทางการแพทย์ไม่เชื่อถือผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข เช่นเดียวกับ ประชาชนคนไทย ที่มีความรู้สึก ไม่เชื่อถือกระทรวงสาธารณสุขและรัฐบาล ในเรื่องการจัดซื้อวัคซีนและการจัดสรรวัคซีน บาปกรรมช้าเร็วก็ตามทัน.

    “ลม เปลี่ยนทิศ”

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    โควิด-19สถานการณ์โควิดวัคซีนโควิดจองวัคซีน pfizerวัคซีนไฟเซอร์ลม เปลี่ยนทิศหมายเหตุประเทศไทย

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันเสาร์ที่ 18 กันยายน 2564 เวลา 11:27 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์