"กล่องต้องรอด" ช่วยผู้ป่วยโควิด-19 ระหว่างรอเตียง กักตัวรักษาที่บ้าน

ข่าว

    "กล่องต้องรอด" ช่วยผู้ป่วยโควิด-19 ระหว่างรอเตียง กักตัวรักษาที่บ้าน

    ไทยรัฐออนไลน์

    27 ก.ค. 2564 17:40 น.

    สหทัยมูลนิธิ ห่วงเคสสาวตั้งครรภ์ แม่-เด็กเล็ก ติดโควิด เตรียมจัดทำ กล่องต้องรอด ช่วยเหลือผู้ป่วยรอการส่งต่อ กักตัวรักษาที่บ้าน คาดจัดส่งได้ช่วงสิงหาคม

    จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ทางศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) ได้เปิดเผยยอดผู้ติดเชื้อรายใหม่ในช่วงเดือนกรกฎาคม 2564 พบว่าในแต่ละวันมียอดผู้ติดเชื้อมากถึงหลักหมื่นราย และมีผู้เสียชีวิตมากถึงหลักร้อยต่อวัน กระจายในหลายจังหวัดทั่วประเทศไทย ซึ่งกรุงเทพฯยังพบผู้ติดเชื้อมากที่สุด หลายครอบครัว พ่อแม่ติดเชื้อ ลูกติดเชื้อ อยู่ระหว่างการรอเตียง

    จากการสอบถาม คุณบุญล้อม กานต์ศักดิ์สราญ หัวหน้างานสวัสดิการครอบครัว สหทัยมูลนิธิ ดูแลผู้ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 เปิดเผยว่า การระบาดระลอกที่ผ่านมา เดิมเราทำงานทั้งเชิงป้องกัน และให้ความช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ที่อยู่ในความดูแลของเราประมาณ 220 คน ในพื้นที่กรุงเทพฯ เช่น ช่วยเหลือคนยากไร้ คนตกงาน มีการให้ถุงกำลังใจ หรือถุงยังชีพ ช่วยกันประคับประคองกัน และมีการส่งถึงกำลังใจ หรือถุงยังชีพให้

    กระทั่งการระบาดระลอกนี้พบว่ามีผู้ติดเชื้อโควิด-19 ประมาณ 9 ครอบครัว แบ่งเป็นผู้ใหญ่ 16 ราย เด็ก 13 ราย บางรายเข้าสู่ระบบการรักษาแล้ว บางรายรักษาหาย และอีกกลุ่มหนึ่งระหว่างรอการรักษา มีตั้งแต่เด็กเล็ก อายุ 1 ขวบกว่า ชั้นประถมไปจนถึงมัธยม

    ส่วนผู้ที่ยังไม่ติดเชื้อ ในรอบนี้เรายังคงดูแลในเรื่องของความเป็นอยู่ เช่น คนตกงาน คนถูกลดเงินเดือน ลดวันทำงาน ซึ่งมีอยู่ในความดูแลเกือบ 60 ครอบครัว

    คุณบุญล้อม เล่าอีกว่า สำหรับผู้ติดเชื้อโควิด-19 อีกกลุ่มหนึ่งที่น่าเป็นห่วงคือ คุณแม่ตั้งครรภ์และมีโรคประจำตัว ซึ่งเป็นเคสแรกที่เจอในการระบาดระลอกนี้ และเป็นเรื่องที่สะเทือนใจมาก

    กลุ่มคุณแม่ที่เป็นโรคประจำตัว เช่น หืด หอบ ต้องระวังเป็นพิเศษ ตนเชื่อว่าทุกครอบครัวคงไม่อยากอยู่ในสภาวะแบบนี้ ตอนที่คุณแม่รายนี้ทราบผลว่าติดโควิด-19 ขณะนั้นตั้งครรภ์ได้ประมาณ 7 เดือน ได้เข้าแอดมิดที่ รพ. ซึ่งหมอได้พยายามประคับประคอง แต่การช่วยชีวิตไม่สามารถทำได้มาก เพราะการให้ยาจะส่งผลกระทบต่อทารกในครรภ์ โดยในกรณีนี้จะต้องเสี่ยงผ่าตัดเด็กออกก่อนเพื่อให้การรักษาแม่ เมื่อนำเด็กออกมาแล้ว หมอได้ให้การรักษาแม่เต็มที่ แต่สุดท้ายแม่เสียชีวิต ส่วนเด็กทางมูลนิธิได้ฝาก รพ.ไว้ หากเด็กแข็งแรงดีแล้ว ทางมูลนิธิจะรับเด็กคนนี้เข้ามาดูแลต่อ

    ส่วนตอนนี้กลุ่มที่น่าเป็นห่วงไม่แพ้กัน คือ แม่และลูกเล็กติดโควิด ยังไม่สามารถเข้าถึงระบบ เด็กมีไข้ เราจึงช่วยประสาน โทรให้คำแนะนำการปฏิบัตตัวแก่คุณแม่ เพื่อเป็น Home Isolation ซึ่งสิ่งจำเป็นอีกอย่างคือ เรื่องของจิตใจ เราจึงต้องโทรหาเขาเพื่อให้เขาตั้งสติได้

    นอกจากนี้ยังมีเคสของครอบครัวสมาชิก 4 คนติดเชื้อทั้งหมด ได้แก่ ผู้สูงอายุ 2 คน วัยทำงาน อายุ 40 ปี 1 คน เด็กประถมอีก 1 คน ยังไม่มีเตียง ยังไม่เข้าสู่ระบบการรักษา ตอนนี้อยู่แบบ Home Isolation ซึ่งเราได้โทรคุย แนะนำให้เขาจัดโซนภายในบ้าน และอัปเดตอาการตลอด รวมไปถึงกรณีผู้สูงอายุเป็นผู้ป่วยติดเตียง

    คุณบุญล้อม กล่าวอีกว่า ในสถานการณ์ขณะนี้ ตนคิดว่า 9 ครอบครัวที่เป็นผู้ป่วยโควิด อาจจะเป็นจุดเริ่มต้น ดังนั้นจึงมีการวางแผนเตรียมความพร้อม กรณีที่มีผู้ป่วยเพิ่มขึ้นและต้องกักตัวแบบ Home Isolation หรือระหว่างรอเตียง หรือรอใครก็ได้ที่เข้ามาช่วยดูแล โดยการจัดทำ "กล่องต้องรอด" ซึ่งได้ระดมทุนจากผู้ใหญ่ใจดี ขณะนี้ กล่องต้องรอด อยู่ระหว่างการจัดซื้อ คาดว่าจะจัดส่งได้ในช่วงต้นเดือนสิงหาคม 2564

    โดยในกล่องจะแยกเป็นของสำหรับผู้ใหญ่ หากครอบครัวมีสมาชิกที่เป็นเด็ก ก็จะมีส่วนของเด็กด้วย เช่น ยาลดไข้ หน้ากากอนามัย Rapid Antigen Test เครื่องวัดออกซิเจน ปรอทวัดอุณภูมิ เป็นต้น

    นอกจากนี้ กล่องต้องรอด ยังเป็นการเตรียมความพร้อมไปถึงเคสอื่นๆ ที่ไม่ได้อยู่ในความดูแลของเราแต่ต้องการความช่วยเหลือด้วย เนื่องจากบางเคสตั้งแต่ติดโควิด-19 ก็ได้รับเพียงถุงยังชีพครั้งแรก แต่หลังจากนั้นไม่ได้ ทำให้อาหารอาจจะไม่เพียงพอ

    คุณบุญล้อม กล่าวว่า ในการทำงานที่ผ่านมาสิ่งที่ตนอยากฝากคือ อยากให้ระบบสาธารณสุขมีการจัดระบบและประสานงานกันจะทำให้ผู้ป่วยเข้าถึงระบบมากกว่านี้ ยกตัวอย่าง ผู้ป่วยโควิด-19 อยู่ในย่านลาดพร้าว เราได้โทรประสานให้ทราบว่ามีการทำ Home Isolation เพื่อให้บริการสาธารณสุขที่อยู่ใกล้เข้าไปดูแล แต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบแล้วพบว่า สิทธิของผู้ป่วยอยู่ที่วัดธาตุทอง ซึ่งอยู่ไกลจากที่พักของเด็กมาก ยิ่งทำให้คนเข้าไม่ถึงบริการ ในสถานการณ์แบบนี้ตนจึงอยากให้มีการส่งต่อ หรือทำอย่างไรเพื่อให้คนเข้าถึงบริการให้ได้มากที่สุด

    นอกจากนี้ จากข้อมูลของโครงการ ไทยแคร์ พบว่ามีเด็กไปขึ้นทะเบียนว่าเป็นผู้ได้รับผลกระทบถึง 300-400 คน แต่ยังไม่มีระบบเข้าถึงเด็กกลุ่มนี้ เราจึงคิดว่าจะร่วมเป็นอาสาสมัครเพื่อลองคุยกับเด็กกลุ่มนี้ว่าเราสามารถช่วยอะไรได้บ้าง

    และขอเชิญชวนอาสาสมัครมาช่วยกัน ไม่ว่าจะเป็น อาสาทำงาน อาสาในการรับโทรศัพท์ หรือหากไม่สามารถลงมือทำได้ สามารถเป็นอาสาสนับสนุน เช่น การบริจาคเพื่อจัดทำถุงยังชีพ หรือ กล่องต้องรอด สำหรับผู้ที่สนใจสามารถสอบถามรายละอียดได้ที่ แฟนเพจ สหทัยมูลนิธิ

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    โควิด19กล่องต้องรอดสหทัยมูลนิธิถุงกำลังใจช่วยคนป่วยช่วยเหลือคน

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันจันทร์ที่ 27 กันยายน 2564 เวลา 09:08 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์