กรมควบคุมโรคแนะวิธีกักตัวที่บ้านให้คนรอบข้างปลอดภัย

ข่าว

กรมควบคุมโรคแนะวิธีกักตัวที่บ้านให้คนรอบข้างปลอดภัย

ไทยรัฐฉบับพิมพ์

24 ก.ค. 2564 09:54 น.

นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า จากที่มีรายงานผู้ป่วยรายใหม่จากทั่วประเทศจนถึงขณะนี้ พบว่า ผู้ที่สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยโควิด-19 มีอัตราการติดเชื้อร้อยละ 11.83 ซึ่งยังอยู่ใน อัตราที่สูงโดยเชื้อที่เป็นปัญหาหลักของไทยขณะนี้ คือสายพันธุ์เดลตา และอัลฟา ที่ติดต่อกันได้ง่าย

กรมควบคุมโรคจึงขอความร่วมมือประชาชนที่มีประวัติสัมผัสกับผู้ติดเชื้อโควิดระหว่างที่ใช้ชีวิตประจำวัน ขอให้กักตัวเองที่บ้านเป็นเวลา 14 วัน เป็นช่วงที่เชื้อฟักตัวเพื่อสังเกตอาการว่าติดเชื้อหรือไม่ สามารถดำเนินการได้ทั้งในบ้าน ทาวน์เฮาส์ อาคารชุด เช่น หอพักคอนโดมิเนียม อพาร์ตเมนต์ต่างๆ ทั้งประเภทอยู่คนเดียวหรืออยู่ร่วมกับครอบครัวหรือพักร่วมกับผู้อื่น

อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวต่อว่า วิธีปฏิบัติตนในการกักตัวที่บ้านควรทำดังนี้ 1.ให้จัดสถานที่พัก เน้นแยกที่พักให้เป็นสัดส่วนเช่น ห้องนอน ที่นอน หากแยกไม่ได้ อาจใช้แผ่นกระดาษหรือพลาสติก กั้นห้องเพื่อแบ่งสัดส่วนชั่วคราว เปิดหน้าต่างให้อากาศถ่ายเทสะดวก แยกของใช้ส่วนตัว แยกห้องน้ำ หากแยกไม่ได้ ให้ใช้เป็นคนสุดท้ายและทำความสะอาดด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อทันที

2.เน้นการดูแลอนามัยส่วนบุคคล โดยล้างมือทุกครั้งก่อนและหลังสัมผัสสิ่งของที่ต้องใช้ร่วมกับคนอื่น ใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลา ไม่คลุกคลีกับคนอื่น แยกซักเสื้อผ้าเอง แยกทานอาหาร กรณีใช้ชักโครก ให้ปิดฝาทุกครั้งก่อนกดชักโครก

3.เฝ้าระวังอาการป่วยตนเองระหว่างกักตัว โดยใช้ปรอทตรวจวัดไข้ทุกวัน และสังเกตอาการผิดปกติ หากพบว่ามีไข้เกิน 37.5 องศาเซลเซียส และมีอาการไอ มีน้ำมูก เจ็บคอ หายใจลำบาก หอบเหนื่อย ตาแดง จมูกไม่ได้กลิ่นหรือลิ้นไม่รับรส มีผื่นขึ้น ปวดหัว ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ท้องเสีย อาเจียน ขอให้แจ้งเจ้าหน้าที่สาธารณสุขใกล้บ้านหรืออาสาสมัครสาธารณสุข (อสม.) ทันที หรือปรึกษาสายด่วนควบคุม โรค โทร.1422.

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

โควิด-19สถานการณ์โควิดโควิดวันนี้ยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19กักตัวกักตัว 14 วันข่าววันนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
Sonp logo
inet logo
วันจันทร์ที่ 20 กันยายน 2564 เวลา 13:23 น.
ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์