สธ.เผย ประสิทธิผลใช้จริง “ซิโนแวค” ยังป้องกันติดเชื้อกว่า 90% ปอดอักเสบ 85% ในสายพันธุ์อัลฟา ส่วน "เดลตา" ประสิทธิผลใช้จริงคงตัว แต่ต้องปรับฉีดวัคซีนสูตรผสม เพื่อเพิ่มภูมิคุ้มกันมากขึ้น เร่งจัดหาวัคซีนรูปแบบอื่นเข้ามาเพิ่ม

วันที่ 19 ก.ค. 64 ที่ ศูนย์แถลงข่าวสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 กระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี นายแพทย์ทวีทรัพย์ ศิรประภาศิริ นายแพทย์ทรงคุณวุฒิ กรมควบคุมโรค แถลงข่าวประสิทธิผลวัคซีนโควิด-19 ว่า จากการศึกษาประสิทธิผลวัคซีนโควิด-19 สถานการณ์จริงในประเทศไทย 4 การศึกษา ดังนี้

1. จ.ภูเก็ต เป็นการศึกษาติดตามผู้สัมผัสเสี่ยงสูงในช่วง เมษายน-พฤษภาคม 2564 จำนวนกว่า 1,500 ราย พบการติดเชื้อ 124 ราย เมื่อเปรียบเทียบเปอร์เซ็นต์การติดเชื้อระหว่างผู้รับวัคซีนและไม่ได้รับวัคซีน พบว่าประสิทธิผลช่วยป้องกันการติดเชื้ออยู่ที่ 90.7%

2. จ.สมุทรสาคร เป็นการติดตามผู้สัมผัสเสี่ยงสูงเช่นกันกว่า 500 ราย ช่วงเมษายน 2564 พบติดเชื้อ 116 ราย ประสิทธิผลป้องกันติดเชื้ออยู่ที่ 90.5%

3. จ.เชียงราย เป็นการศึกษากรณีพบการติดเชื้อในบุคลากรสาธารณสุข ช่วงเดือนมิถุนายน 2564 โดยศึกษาบุคลากรกว่า 500 ราย พบการติดเชื้อ 40 ราย และยังได้ติดตามความรุนแรงเรื่องปอดอักเสบ เมื่อเปรียบเทียบข้อมูลพบว่า ประสิทธิผลของซิโนแวค 2 เข็มป้องกันการติดเชื้ออยู่ที่ 88.8% และป้องกันปอดอักเสบอยู่ที่ 84.9% ส่วนบุคลากร ที่ได้รับแอสตราเซเนกา 1 เข็มครบ 14 วัน ป้องกันการติดเชื้ออยู่ที่ 83.8%

และ 4. กรมควบคุมโรค ใช้ฐานข้อมูลติดตามบุคลากรสาธารณสุขที่ติดเชื้อทั้งประเทศและข้อมูลการรับวัคซีน ช่วงเวลาตั้งแต่ 1 พฤษภาคม - 30 มิถุนายน 2564 พบว่า ประสิทธิผลอยู่ที่ 71% ช่วงเดือนพฤษภาคมที่มีการระบาดเป็นสายพันธุ์อัลฟา และประสิทธิผลอยู่ที่ 75% ช่วงเดือนมิถุนายนที่เริ่มมีการระบาดของสายพันธุ์เดลตาแทนที่อัลฟาประมาณ 20-40%

ผลการศึกษาทั้งหมดตั้งแต่ช่วง เมษายน - พฤษภาคม ซึ่งเป็นสายพันธุ์อัลฟาเกือบทั้งหมด พบว่า ประสิทธิผลของซิโนแวคหากได้ครบ 2 เข็ม ยังมีประสิทธิผลดีพอสมควร คือ ป้องกันติดเชื้อประมาณร้อยละ 90 และป้องกันปอดอักเสบได้ร้อยละ 85% ส่วนประสิทธิผลต่อสายพันธุ์เดลตา ข้อมูลที่ศึกษาโดยกรมควบคุมโรคในขณะนี้ ถือว่ายังคงที่คือร้อยละ 75 ที่ไม่ต่างจากเดิมที่ร้อยละ 71 วัคซีนที่ประเทศไทยใช้อยู่ปัจจุบันถือว่ามีความปลอดภัย และมีประสิทธิผลสูง โดยเฉพาะสายพันธุ์อัลฟา ส่วนการเปลี่ยนแปลงสายพันธุ์ที่ระบาดมีสัดส่วนของสายพันธุ์เดลตาที่สูงขึ้นรวดเร็ว ข้อมูลการศึกษาภาคสนามกรมควบคุมโรคยังไม่พบว่าประสิทธิผลของวัคซีนลดลง

อย่างไรก็ตาม จากการศึกษาทางห้องปฏิบัติการพบว่า การฉีดเข็มกระตุ้น และการฉีดสลับประเภทของวัคซีนในกรณีที่เดิมเป็นการใช้วัคซีนเชื้อตายแบบ “ซิโนแวค” จะสามารถเพิ่มระดับภูมิคุ้มกันให้ได้สูงกว่าเดิมได้รวดเร็วและ สูงมากขึ้น จึงทำให้มีการปรับนโยบายวิธีการฉีดวัคซีนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้กับวัคซีนที่มีอยู่ให้สูงขึ้น โดยบุคลากรสาธารณสุขที่ฉีดวัคซีนครบแล้วมีการเพิ่มเข็มกระตุ้น และประชาชนทั่วไป ใช้การฉีดสลับประเภทในกรณีที่เดิมได้รับวัคซีนซิโนแวค ทั้งนี้เพื่อสามารถรับมือการระบาดของสายพันธุ์เดลตาล่วงหน้าได้มีประสิทธิภาพกว่าเดิม โดยไม่ได้หมายความว่าวัคซีนเดิมไม่มีประสิทธิผลแต่ประการใด

นายแพทย์ทวีทรัพย์กล่าวต่อว่า ในสถานการณ์ที่ทั่วโลกยังมีความจำกัดของวัคซีน ประเทศไทยยังมีความจำเป็นและควรใช้วัคซีนซิโนแวคต่อไป เนื่องจากวัคซีนซิโนแวคเองถือว่ายังมีประสิทธิผลดี ดังผลการศึกษาประสิทธิผลในประเทศ และยังสามารถจัดหาได้เร็ว ปริมาณพอสมควรได้โดยไม่ต้องรอถึงไตรมาส 4 หรือปีหน้า ที่อาจทำให้ไม่ทันการณ์ต่อการป้องกันควบคุมการระบาดในขณะนี้ สถานการณ์การขาดแคลนวัคซีนเป็นไปเช่นเดียวกับประเทศอื่นๆ ทั่วโลก ประเทศไทยมีความพยายามในการจัดหาวัคซีนอย่างต่อเนื่อง และล่าสุดสามารถตกลงที่จะนำวัคซีน mRNA คือ วัคซีนไฟเซอร์ เข้ามาเพิ่มเป็นวัคซีนหลักอีกชนิดหนึ่งของประเทศไทย จำนวน 20 ล้านโดส โดยบริษัทคาดว่า สามารถจัดส่งให้ช่วงไตรมาส 4 คือ หลังตุลาคม 2564 เป็นต้นไป.