กรมควบคุมโรค เผย แนวทางบริหารฉีดวัคซีน "ไฟเซอร์"และ "แอสตราเซเนกา"

ข่าว

    กรมควบคุมโรค เผย แนวทางบริหารฉีดวัคซีน "ไฟเซอร์"และ "แอสตราเซเนกา"

    ไทยรัฐออนไลน์

    11 ก.ค. 2564 18:45 น.

    กรมควบคุมโรค เผย แนวทางบริหารวัคซีน "ไฟเซอร์" และ "แอสตราเซเนกา" ที่ได้รับบริจาคจากต่างประเทศ เน้นฉีด บุคลากรทางการแพทย์ด่านหน้า ผู้สูงอายุและกลุ่มผู้ป่วย 7 โรคเรื้อรัง 

    วันที่ 11 ก.ค. นายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ประเทศไทยได้รับแจ้งข่าวการบริจาควัคซีนไฟเซอร์จากประเทศสหรัฐอเมริกา จำนวน 1.5 ล้านโดส และได้รับบริจาควัคซีนแอสตราเซเนกาจากประเทศญี่ปุ่นแล้ว จำนวน 1.05 ล้านโดส เพื่อช่วยบรรเทาสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในประเทศไทย

    โดยกรมควบคุมโรค เตรียมดำเนินการกระจายวัคซีนแอสตราเซเนกาไปยังพื้นที่เป้าหมายตามแนวทางที่ ศบค. กำหนด คือ พื้นที่ที่มีการระบาด และพื้นที่ที่เปิดให้ท่องเที่ยว โดยคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดจะเป็นผู้บริหารจัดการในพื้นที่ต่างจังหวัด ส่วนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร จะบริหารจัดการผ่านโรงพยาบาลในพื้นที่ และกระทรวงการต่างประเทศจะเป็นผู้ประสานหลักในการฉีดวัคซีนให้กับชาวต่างชาติ

    สำหรับแนวทางการบริหารจัดการวัคซีนไฟเซอร์ จำนวน 1.5 ล้านโดส จะฉีดให้กับ 4 กลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ 1. บุคลากรทางการแพทย์ด่านหน้าที่ดูแลรักษาผู้ป่วยโควิด-19 (Booster Dose จำนวน 1 เข็ม) 2. ผู้สูงอายุและกลุ่มผู้ป่วย 7 โรคเรื้อรัง 3. ชาวต่างชาติที่อาศัยในประเทศไทย เน้นผู้สูงอายุและโรคเรื้อรัง 4. ผู้ที่มีความจำเป็นต้องฉีดวัคซีนไฟเซอร์ก่อนเดินทางไปต่างประเทศ เช่น นักเรียน นักศึกษา นักกีฬา นักการทูต โดยจะฉีด 2 เข็มห่างกัน 3 สัปดาห์ ยกเว้นกรณีบุคลากรทางการแพทย์ด่านหน้า Booster Dose 1 เข็ม

    ทั้งนี้ การจัดสรรวัคซีนให้บุคลากรทางการแพทย์ด่านหน้า เข็ม 3 จะมีการพิจารณารายละเอียดเพิ่มเติมในการประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ ในวันจันทร์ที่ 12 ก.ค. 64 นี้ ส่วนแนวทางการบริหารจัดการวัคซีนแอสตราเซเนกา จำนวน 1.05 ล้านโดส นั้น จะฉีดให้กับ 3 กลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ 1. ผู้สูงอายุและกลุ่มผู้ป่วย 7 โรคเรื้อรัง 2. ชาวต่างชาติที่อาศัยในประเทศไทย เน้นผู้สูงอายุและโรคเรื้อรัง 3. ผู้ที่มีความจำเป็นต้องฉีดวัคซีนแอสตราเซเนกาก่อนเดินทางไปต่างประเทศ เช่น นักเรียน นักศึกษา นักกีฬา นักการทูต เป็นต้น

    นายแพทย์โอภาส กล่าวเพิ่มเติมว่า แผนการบริหารจัดการวัคซีน อาจมีการปรับเปลี่ยนตามสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 ขอให้ประชาชนติดตามข้อมูลข่าวสารจากกระทรวงสาธารณสุขเป็นหลัก เพื่อลดความสับสน ทั้งนี้ ขอความร่วมมือบุตรหลาน พาผู้สูงอายุ หรือผู้ที่มีโรคประจำตัว 7 โรคเรื้อรัง ไปรับการฉีดวัคซีน เพื่อลดความรุนแรงและลดอัตราการเสียชีวิตในสถานการณ์ที่ยังคงมีการแพร่ระบาดมากขึ้นอย่างต่อเนื่องทั้งในต่างประเทศและในประเทศไทย รวมถึงให้ประชาชนปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโควิด-19 อย่างเคร่งครัด โดยสวมหน้ากาก 100% เว้นระยะห่าง ล้างมือบ่อยๆ ลดกิจกรรมนอกบ้านที่ไม่จำเป็น เมื่อกลับถึงบ้านต้องทำความสะอาดร่างกายทันที เพื่อลดโอกาสการนำเชื้อเข้ามาติดต่อสู่คนในครอบครัว สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422

    อ่านเพิ่มเติม...

    อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

      แท็กที่เกี่ยวข้อง

      โควิด-19โควิดวันนี้สถานการณ์โควิดวัคซีนโควิดโอภาส การย์กวินพงศ์กรมควบคุมโรคไฟเซอร์แอสตราเซเนกาบริหารจัดการวัคซีนผู้สูงอายุกลุ่ม 7 โรคเสี่ยงข่าวการเมืองข่าวทั่วไป

      คุณอาจสนใจข่าวนี้

      thairath-logo

      ApplicationMy Thairath

      ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
      Trendvg3 logo
      Sonp logo
      inet logo
      วันพุธที่ 8 ธันวาคม 2564 เวลา 07:17 น.
      ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
      เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์