ไลฟ์สไตล์
100 year

ปฏิบัติการปิดล้อม ล่าโจรใต้ 72 ชม. เหิมสู้ ไร้เจรจา ไม่มอบตัว

ไทยรัฐออนไลน์
8 ก.ค. 2564 09:09 น.
SHARE
  • เหตุการณ์ปิดล้อมจับแกนนำผู้ก่อเหตุใน จชต. ที่สายบุรี จ.ปัตตานี นำไปสู่การปะทะระหว่าง จนท.ทหาร ตำรวจ กับโจรใต้ ส่งผลให้คนร้ายถูกวิสามัญไป 2 คน หนีรอดไป 4 ราย
  • ผบ.ฉก.ปัตตานี ลงพื้นที่บัญชาการเหตุการณ์ ยึดการปฏิบัติตามขั้นตอนภายใต้หลักมนุษยธรรม โดยใช้มาตรการจากเบาไปหาหนัก เพื่อให้คนร้ายเจรจา จนนำไปสู่การมอบตัว
  • เวลาล่วงเลยกว่า 72 ชม. 4 คนร้ายยังปักหลักหลบซ่อนตัวในป่า พร้อมยิงปะทะเป็นระยะ คาดเป็นการยิงเพื่อเปิดทางหนีเข้าป่าทึบ แม้ทหารจะนำผู้นำศาสนาในพื้นที่มาช่วยเกลี้ยกล่อม
  • คนร้ายอีกกลุ่มปฏิบัติการลอบวางระเบิดทหารชุดปฏิบัติการจรยุทธ์ ร้อย ร.2531 อ.เทพา จ.สงขลา ส่งผลให้ทหารดับ 1 เจ็บ 3 นายกฯ สั่งการให้ติดตามผู้กระทำผิดมาดำเนินการตามกฎหมายโดยเร็ว


สถานการณ์จังหวัดชายแดนภาคใต้ (จชต.) กลับมาระอุอีกครั้ง หลังแกนนำผู้ก่อเหตุหลายกลุ่มพยายามสร้างศักยภาพ เพิ่มอำนาจการต่อรอง และสร้างความหวาดกลัวให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่ เพื่อมุ่งหวังการสร้างสถานการณ์และก่อเหตุสะเทือนความรู้สึก โดยเลือกเป้าหมายการทำร้ายเจ้าหน้าที่รัฐ โดยเฉพาะทหาร ตำรวจ ครู และจนท.ฝ่ายปกครอง

ข่าวแนะนำ

และนับตั้งแต่ต้นปี 2564 ได้เกิดหลายเหตุการณ์ทั้ง ลอบวางระเบิด จนท.ทหารพราน ร้อย ทพ.4904 บ้านตันหยงมัส อ.ระแงะ จ.นราธิวาส และเหตุลอบวางระเบิดแล้วยิงถล่มซ้ำ ทหารพราน ร้อย ทพ.4513 บริเวณเชิงเขาหลังหมู่บ้านแฮ ม.4 ต.บองอ จ.นราธิวาส ส่งผลทำให้เจ้าหน้าที่ทหารพรานเสียชีวิต 2 นาย ได้รับบาดเจ็บ 1 นาย หรือลอบวางระเบิดเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนศรีสาคร ระหว่างเดินทางเข้าตรวจสอบเสาสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่ หรือการปาไปป์บอมบ์ใส่ฐานปฏิบัติการเจ้าหน้าที่ ก่อกวน รวมทั้งยิงพี่น้องชาวไทยพุทธ

ล่าสุดเมื่อ 5 ก.ค.64 ก่อเหตุยิงปะทะเจ้าหน้าที่ และโยนระเบิดใส่ทหาร ตำรวจ ส่งผลให้บาดเจ็บ 3 นาย ระหว่างที่เข้าปิดล้อมจับกุม ในพื้นที่ ต.เตราะบอน อ.สายบุรี จ.ปัตตานี ตามหมายจับ 19 คดี โดยเจ้าหน้าที่พยายามผ่อนปรนด้วยการเจรจา และเลือกใช้มาตรการตามขั้นตอนจากเบาไปหาหนัก เพื่อมิให้ฝ่ายใดต้องสูญเสีย สุดท้ายกลับถูกฝ่ายผู้ก่อเหตุยิงใส่ จนเจ้าหน้าที่ต้องปรับแผนการปฏิบัติงาน

โดย พล.ต.คมกฤช รัตนฉายา ผบ.ฉก.ปัตตานี ต้องลงไปที่เกิดเหตุ เพื่อบัญชาการเหตุการณ์ในพื้นที่ จนนำไปสู่การวิสามัญ 2 คนร้าย และปิดล้อมพื้นที่ ขณะที่หัวหน้าระดับแกนนำที่เหลืออีก 3-4 ราย หลบหนีไปในป่า ไม่ยอมจำนน และไม่ขอเจรจา พร้อมที่จะต่อสู้ ให้จับตาย จนนำไปสู่ความตึงเครียดกว่า 72 ชม. แม้ฝ่ายทหารจะปรับวิธีเพื่อให้คนร้ายออกมามอบตัวโดยดี ทั้งมีการเชิญผู้นำศาสนาเข้ามาช่วยเจรจา และเจ้าของโรงเรียนสอนศาสนาเอกชนแห่งหนึ่งที่กลุ่มคนร้ายเข้าไปใช้เป็นแหล่งกบดานหลบซ่อนตัวมาเกลี้ยกล่อมอีกทาง แต่คนร้ายก็ไม่มีทีท่าจะยอมมอบตัว

กระทั่ง พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ท.เกรียงไกร ศรีรักษ์ แม่ทัพภาคที่ 4 พล.ต.ท.รณศิลป์ ภู่สาระ ผบช.ภาค 9 และผู้บังคับบัญชาทุกหน่วย ต้องเดินทางลงพื้นที่เหตุปะทะ และรับฟังการรายงานสถานการณ์ที่เกิดขึ้น โดยคนร้ายที่เสียชีวิต 2 ศพ คือ นายคูไมดี รีจิ อายุ 33 ปี มีหมายจับ 2 หมาย ทั้งลอบยิงในพื้นที่ อ.สายบุรี และร่วมกันปล้นร้านทอง อ.นาทวี จ.สงขลา และเป็น 1 ใน 29 เป้าหมายกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงคนสำคัญในพื้นที่ จ.ปัตตานี

ต่อมาเมื่อช่วงค่ำ 6 ก.ค. คนร้ายอีกกลุ่มได้ก่อเหตุลอบวางระเบิด ทหารชุดปฏิบัติการจรยุทธ์ ร้อย ร.2531 บริเวณขนำตรงข้ามบ่อปลา หมู่ 7 บ้านลางา ต.บ้านนา อ.จะนะ จ.สงขลา แรงระเบิดทำให้ ส.อ.นิติพจน์ เพ็ชรรัตน์ สังกัด ร.25 พัน.3 เสียชีวิต และบาดเจ็บทันที 3 นาย ประกอบด้วย พลทหารจรัส ด้วงช่วย พลทหารมาวิน ใสวิน พลทหารซันสุริ เดาะเลาะ ซึ่ง "กองทัพภาคที่ 4" ต้องส่งเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด หรือ อีโอดี ตชด.437 และเจ้าหน้าที่ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 9 เข้าตรวจสอบ พบเป็นระเบิดแสวงเครื่องประกอบในถังแก๊สปิคนิค น้ำหนัก 20-25 กก. จุดชนวนด้วยวิทยุสื่อสาร แรงระเบิดทำให้เกิดเป็นหลุมลึก 70 ซม. กว้าง 3 เมตร 

และจากการประเมินคาดว่า กลุ่มที่ก่อเหตุลอบวางระเบิดในครั้งนี้เป็นกลุ่มของ นายจีรศักดิ์ เพ็งเล๊าะ และนายศรัทธา อาแว แกนนำกลุ่มก่อความไม่สงบที่มีประวัติโชกโชนทั้งวางระเบิดในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ และวางระเบิดที่กรุงเทพฯ และกลุ่มแนวร่วมที่เคลื่อนไหวในชื่อกลุ่มหน้าขาว ซึ่งเป็นเด็กใหม่ที่ถูกชักชวนมาก่อเหตุรุนแรง โดยมีผู้ร่วมก่อเหตุลอบวางระเบิดในครั้งนี้อย่างน้อย 5 คน ปฏิบัติการในพื้นที่จะนะมาถึงเทพา

เบื้องต้น พล.ท.เกรียงไกร ศรีรักษ์ แม่ทัพภาคที่ 4 ในฐานะผอ.รมน.ภาค 4 กำชับกองกำลังทหาร และหน่วยเฉพาะกิจ ตลอดจนตำรวจภูธรภาค 9 ตชด. ให้ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ โดยยึดบูรณาการร่วมกำลัง 3 ฝ่าย เพื่อขยายผลการบังคับใช้กฎหมายต่อกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง ที่เกิดเหตุการณ์ปะทะในพื้นที่บ้านบือแนบาแด อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี และก่อเหตุลอบวางระเบิดมุ่งหวังต่อชีวิตเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ อ.เทพา จ.สงขลา

"ย้ำหน่วยให้ดำเนินการตามขั้นตอน โดยใช้กำลังเท่าที่จำเป็น ทำความเข้าใจต่อพี่น้องประชาชนในพื้นที่ให้เข้าใจสถานการณ์ และต้องกันผู้ไม่เกี่ยวข้องออกจากพื้นที่เพื่อความปลอดภัย รวมถึงอาจมีการปิดกั้นเส้นทางเข้าออกด้วย เพื่อความสะดวกในการปฏิบัติภารกิจของกำลังเจ้าหน้าที่ และสิ่งสำคัญกองทัพต้องอาศัยความร่วมมือเชิญผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น ผู้นำศาสนาในพื้นที่ รวมทั้งญาติของผู้ก่อเหตุรุนแรง เข้าเจรจาเกลี้ยกล่อมให้ยอมเข้ามอบตัว และให้มีการปฏิบัติอย่างรัดกุม"

โดยกองทัพภาคที่ 4 ตระหนักเพื่อไม่ให้เกิดการสูญเสียของทั้ง 2 ฝ่าย ถึงแม้เหตุการณ์การปิดล้อมครั้งนี้จะยังไม่ยุติลง ก็ขอให้กำลังเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายอาศัยความร่วมมือกันปฏิบัติการร่วม ปิดทุกช่องทางการหลบหนี และห้ามไม่ให้บุคคลภายนอก หรือผู้ไม่เกี่ยวข้องเข้า-ออกบริเวณดังกล่าวโดยเด็ดขาด เพราะอาจเกิดอันตรายได้

"ที่สำคัญ เจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ ทุกนาย ต้องมีความเข้มแข็งและอดทน ไม่ย่อท้อต่อภารกิจ เข้าประชิดปิดล้อม ทุกแผนต้องปฏิบัติด้วยความระมัดระวัง เพื่อให้ได้ตัวผู้ก่อเหตุมาให้ได้ และจบปฏิบัติการครั้งนี้โดยเร็ว หากมีความจำเป็นให้ใช้อาวุธเป็นมาตรการสุดท้ายเพื่อป้องกันตนเองเท่านั้น" แม่ทัพภาคที่ 4 ระบุ

ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ทันทีที่ได้รับรายงานสถานการณ์ ได้ต่อสายตรงไปยังพื้นที่ พร้อมแสดงความเสียใจกับครอบครัวทหารที่เสียชีวิตและบาดเจ็บจากเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดในพื้นที่จนเป็นเหตุให้กำลังพลของชุดปฏิบัติการ ร้อย ร.2531 ที่อยู่ระหว่างปฏิบัติหน้าที่รักษาความปลอดภัยและสนับสนุนดูแลควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในพื้นที่หมู่บ้านลางา เสียชีวิต 1 นาย และบาดเจ็บ 3 นาย และในเหตุการณ์ทหารปิดล้อมจับกุมแกนนำตามหมายจับพื้นที่จะนะ จนทหารได้รับบาดเจ็บ 3 นายเช่นกัน

พร้อมสั่งการไปยัง "กองทัพบก" เพื่อมอบหมายให้ "กอ.รมน.ภาค 4" เข้ามาช่วยดูแลรักษาพยาบาลผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ รวมทั้งช่วยเหลือดูแลครอบครัวผู้ที่เสียชีวิต และสนับสนุนจัดพิธีทางศาสนาอย่างสมเกียรติ พร้อมทั้งให้เร่งตรวจสอบพยานหลักฐาน ติดตามผู้กระทำผิดมาดำเนินการตามกฎหมายโดยเร็ว

ทั้งยังได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานด้วยความระมัดระวัง และสร้างความเข้าใจกับประชาชนในแต่ละพื้นที่ เพื่อร่วมกันดูแลความปลอดภัย

เมื่อเวลาล่วงเลยเข้าสู่วันที่ 4 ของการปิดล้อม คนร้ายยังไม่มีทีท่าจะรับข้อเสนอการเจรจา ยังอาศัยความชำนาญพื้นที่หลบหนีเข้าสู่ป่าลึก โดย พล.ต.คมกฤช รัตนฉายา ผบ.ฉก.ปัตตานี บอกด้วยว่า การปิดล้อมครั้งนี้เนื่องจากชุดจรยุทธ์ออกลาดตระเวนภายในป่าสวนยางพร้อมกับการติดตามกลุ่มคนร้ายที่หลบหนีจากเหตุปะทะ ปรากฏว่าได้เกิดการปะทะกับกลุ่มคนร้ายนี้ และได้มีการยิงตอบโต้กันร่วม 10 ชม. จนถึงขณะนี้ยังมีการตอบโต้อย่างต่อเนื่อง ซึ่ง ฉก.ได้นำผู้นำศาสนาและผู้นำชุมชน เข้าไปใกล้ๆ ให้มากที่สุด เพื่อทำการเจรจาพูดคุย

"ฝ่ายทหารได้ใช้ความนุ่มนวลให้มากที่สุด เพราะเจ้าหน้าที่ได้ทำการปิดล้อมตั้งแต่เวลา 06.30 น. ของวันที่ 5 ก.ค.64 จนถึงวันนี้เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการทางยุทธวิธี กระชับวงล้อมเข้าไปอย่างต่อเนื่อง คาดว่าจะมีกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงในที่หมายดังกล่าวประมาณ 6-7 คน ถูกวิสามัญแล้ว 2 และตลอดเวลาของการปฏิบัติภารกิจ มีการเจรจาให้ผู้ก่อเหตุรุนแรงที่หลบซ่อนอยู่ภายในได้ออกมามอบตัว ด้วยการปฏิบัติยังคงดำเนินการตามขั้นตอนภายใต้หลักมนุษยธรรม ด้วยความระมัดระวัง โดยใช้มาตรการจากเบาไปหาหนัก"



สำหรับสถานที่จุดปะทะ ถือว่าเป็นฐานปฏิบัติการของคนร้าย หรือเป็นฐานหลักที่เมื่อก่อเหตุแล้วก็จะหลบซ่อนตัวที่นี่ หลังจากยึดฐานพบอุปกรณ์หลายอย่างในการดำรงชีพ สำหรับคนร้ายกลุ่มนี้คาดว่าเป็นบุคคลที่มีหมายสำคัญ และเป็นแกนนำคนสำคัญ จึงไม่ยอมที่จะออกมามอบตัว ซึ่งเจ้าหน้าที่เราก็ต้องปลอดภัยไว้ก่อน และใช้กำลังเท่าที่จำเป็น และหลีกเลี่ยงความรุนแรงให้มากที่สุด

"การเปิดฉากของคนร้ายที่ยิงใส่เจ้าหน้าที่เป็นระยะ อาจเป็นการยิงเพื่อให้เจ้าหน้าที่ไขว้เขว เพื่อที่จะใช้วิธีพรางเพื่อเคลื่อนย้ายหลบหนีออกจากจุดซ่อนตัวไปอีกจุด โดยการกระทำหลายต่อหลายครั้ง เพื่อแยกกันหลบหนีออกจากป่าที่หนาทึบ เพราะรู้ว่าเจ้าหน้าที่ก็ยากต่อการเดินเท้าเข้าตรวจสอบ เพราะเกรงจะเกิดอันตรายจากกลุ่มคนร้ายที่ซุ่มคอยอยู่"

ดังนั้นทหารต้องปรับแผนมาใช้โดรนบินตรวจจับความร้อนดูการเคลื่อนไหวแทน เพื่อช่วยตรวจจากทางอากาศ และดูสภาพภูมิประเทศที่คาดว่าจะเป็นจุดซ่อนตัวของคนร้าย จนพบความเคลื่อนไหวของคนร้ายชัดเจน แต่คนร้ายมีความพยายามจะยิงโดรนให้ร่วงอยู่หลายครั้ง

อย่างไรก็ตาม กว่า 72 ชม. ในการปิดล้อมเพื่อจับกุมแกนนำกลุ่มผู้ก่อเหตุในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เจ้าหน้าที่ได้วิสามัญไปแล้ว 2 หลบหนีเข้าป่าอีก 4 จึงทำให้สถานการณ์ยังคงตึงเครียด เพราะคนร้ายไม่ต้องการเจรจา ไม่ยอมมอบตัว อาจทำให้การปฏิบัติการของฝ่ายทหารต้องใช้มาตรการที่หนักขึ้น และเด็ดขาด เพื่อให้หยุดสถานการณ์ที่ยืดเยื้อโดยเร็ว และไม่ว่าจะจบลงด้วยการมอบตัว หรือวิสามัญก็ตาม แต่โอกาสรอดของ "คนร้าย" ในครั้งนี้ก็เหลือน้อยแล้ว.

ผู้เขียน  : ยุทธจักรเขียว

กราฟิก  : Varanya Phae-araya

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

สถานการณ์ใต้special contentไฟใต้ปะทะใต้กองทัพภาคที่4สายบุรีเทพาผบ.ฉก.ปัตตานี4จชต.เหตุการณ์ใต้ข่าวทั่วไป

ข่าวแนะนำ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันอังคารที่ 27 กรกฎาคม 2564 เวลา 10:32 น.