"ลุงป้อม" กำชับวางแผนป้องกันฝนทิ้งช่วง สั่งหน่วยงานเก็บกักน้ำช่วยเหลือเกษตรกร พร้อมเร่งเสนอแผนระบบ Thai Water Plan เพื่อบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของประเทศให้มีความสมบูรณ์

วันที่ 28 มิ.ย. 2564 พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) ครั้งที่ 2/2564 โดยมี ดร.สมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ร่วมประชุม พร้อม VDO Conference ไปยังผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สำนักงบประมาณ เป็นต้น ณ ห้องประชุม 301 ชั้น 3 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล

พลเอกประวิตร กล่าวว่า ที่ประชุมในวันนี้ ได้รับทราบสถานการณ์น้ำและความก้าวหน้าการดำเนินงานตาม 10 มาตรการรับมือฝนปี 2564 โดยกำชับให้ทุกหน่วยงานเร่งดำเนินการตาม 10 มาตรการอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะการสื่อสารไปยังประชาชนต้องเร่งประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ให้รับทราบในวงกว้างอย่างต่อเนื่อง เพื่อประชาชนจะได้เตรียมตัวรับมือต่อสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น และให้ทุกหน่วยงานเตรียมแผนป้องกันในระหว่างที่อาจเกิดภาวะฝนทิ้งช่วง ซึ่งคาดว่าจะเกิดขึ้นในช่วงเดือนกรกฎาคมนี้

ทั้งนี้ กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) ได้ติดตามความก้าวหน้าการดำเนินการตามมาตรการดังกล่าว โดยคาดการณ์พื้นที่เสี่ยงภัยแล้งเนื่องจากฝนน้อยกว่าค่าปกติ พบว่าในเดือนสิงหาคม จะมีพื้นที่เสี่ยงมากที่สุด จำนวน 1,603 ตำบล 272 อำเภอ 34 จังหวัด และได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานจัดหาแหล่งน้ำสำรองและเก็บกักน้ำไว้ให้มากที่สุด รวมทั้งเร่งเตรียมความพร้อมแผนงาน/โครงการในการแก้ไขปัญหา หากจะต้องพิจารณาเสนอของบประมาณเพิ่มเติม เพื่อให้ทันต่อสถานการณ์ภัยด้านน้ำต่างๆ

นอกจากนั้น ในวันนี้ที่ประชุมยังได้เห็นชอบร่างกฎกระทรวง ฉบับที่ .. (พ.ศ. ....) ออกตามความใน พ.ร.บ.ทรัพยากรน้ำ พ.ศ. 2561 แก้ไขเพิ่มเติมกฎกระทรวงการได้มาซึ่งกรรมการลุ่มน้ำ ผู้แทน อปท. กรรมการลุ่มน้ำผู้แทนองค์กรผู้ใช้น้ำ และกรรมการลุ่มน้ำผู้ทรงคุณวุฒิ ในคณะกรรมการลุ่มน้ำ พ.ศ. 2564 ตามความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกาที่ระบุว่าเมื่อพ้นกำหนดสองปีนับแต่วันที่พระราชบัญญัติทรัพยากรน้ำ พ.ศ.2561 บังคับใช้ (มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 27 ม.ค. 2562) การปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการลุ่มน้ำเดิมต้องสิ้นสุดลง

ดังนั้น เพื่อให้การขับเคลื่อนการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำดำเนินการได้อย่างต่อเนื่อง จึงจำเป็นต้องแก้ไขกฎกระทรวงดังกล่าว เพื่อให้มีคณะกรรมการลุ่มน้ำชุดแรกโดยเร็ว โดยวันนี้ได้มอบหมายให้ สทนช. นำร่างกฎกระทรวงที่แก้ไข เสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบ และประกาศในราชกิจจานุเบกษา โดยเมื่อกฎกระทรวงฉบับแก้ไขประกาศใช้แล้ว จะได้ดำเนินการสรรหาคณะกรรมการลุ่มน้ำทุกลุ่มน้ำให้ทันในต้นปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 ต่อไป

ทางด้าน ดร.สมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) กล่าวเพิ่มเติมว่า ที่ประชุมยังได้เห็นชอบให้หน่วยงานของรัฐและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ที่จะเสนอขอรับงบประมาณตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ.2566 เป็นต้นไปจัดทำแผนปฏิบัติการด้านทรัพยากรน้ำ ประจำปี 2566 และแผนปฏิบัติการด้านทรัพยากรน้ำ 5 ปี (2566 - 2570) ผ่านระบบ Thai Water Plan (TWP) ซึ่งเป็นระบบที่ สทนช.ได้พัฒนาขึ้นเพื่อใช้เป็นฐานข้อมูลในการเสนอขอตั้งงบประมาณ พิจารณาแผนงาน/โครงการ สามารถตรวจสอบหน่วยงานที่รับผิดชอบ ลดความซ้ำซ้อนของแผนงาน/โครงการในแหล่งน้ำเดียวกัน โดยให้เชื่อมโยงกับระบบ Thai Water Plan ซึ่งจะทำให้การจัดทำแผนปฏิบัติการด้านบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของประเทศมีความสมบูรณ์ ครอบคลุมในทุกมิติ สะดวกและรวดเร็ว มีความโปร่งใส สามารถใช้งบประมาณได้อย่างคุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชน.