สงครามโควิด ทำไมต้องบุก "เร็ว-แรง" ? ฟังเหตุผล "หมอ" เมื่อ "เดลตา-เบตา" จ่อกลืนประเทศ!

ข่าว

    สงครามโควิด ทำไมต้องบุก "เร็ว-แรง" ? ฟังเหตุผล "หมอ" เมื่อ "เดลตา-เบตา" จ่อกลืนประเทศ!

    ไทยรัฐออนไลน์

    29 มิ.ย. 2564 03:03 น.

    • สงครามโควิด ทำไมต้องบุก "เร็ว-แรง" เมื่อ "เดลตา-เบตา" จ่อเข้ามาเป็นสายพันธุ์ในประเทศ
    • จะเกิดอะไรขึ้นถ้า "เดลตา-เบตา" เข้ามาเป็นโควิดสายพันธุ์หลักในประเทศไทย
    • สงครามโควิด ทำไมต้องบุก "เร็ว-แรง" ชี้เหตุต้องรับวัคซีนเข็ม 2 สั้นแค่ไหน หลัง "เดลตา-เบตา" จ่อกลืนประเทศ

    แนวโน้มสถานการณ์แพร่ระบาดโควิดฯในไทยส่อ "โคม่า" เมื่อเชื้อไวรัสมรณะลุกลามชีวิตรวดเร็วกว่า "พัฒนาการ" การแก้ปัญหาของรัฐบาลเสียอีก ล่าสุดตัวเลขการตายทำสถิติ "นิวไฮ" เกินครึ่งร้อยต่อวัน ส่วนตัวเลขติดเชื้อรายวันไต่ระดับกว่า 4 พันราย ผู้ป่วยสะสมทั่วประเทศพุ่งทะลุกว่า 2 แสนคนไปแล้ว มี "คลัสเตอร์ใหม่" ผุดเป็นดอกเห็ด กระจัดกระจายอยู่ตามพื้นที่สีแดงทั้งใน กรุงเทพฯ ปริมณฑล และ 4 จังหวัดภาคใต้ !!!

    กว่าครึ่งปีที่โควิดระลอก 3 ระบาดภายในประเทศ และยังไม่มีท่าทีว่าจะควบคุมได้ ล่าสุดมีการยืนยันแล้วว่า ประเทศไทยกำลังเผชิญหน้าอยู่กับโควิดฯครบทุกสายพันธุ์ นั่นคือ สายพันธุ์อังกฤษ (อัลฟา) สายพันธุ์อินเดีย (เดลตา) สายพันธ์ุแอฟริกา (เบตา) และสายพันธ์ุบราซิล ที่พบในสถานกักตัวของทางภาครัฐ 

    "ซึ่ง 90% ของสายพันธุ์ที่ระบาดอยู่ในประเทศไทยนั้น เป็นสายพันธุ์อังกฤษ (อัลฟา) 10% เป็นสายพันธุ์อินเดีย (เดลตา) และเกือบ 1% เป็นสายพันธุ์แอฟริกาใต้ (เบตา) โดยสายพันธุ์เดลตาที่พบส่วนใหญ่ยังพบใน "กลุ่มคนงาน" ที่มีอายุน้อย แรงงานที่อยู่เป็นกลุ่มก้อน และจะค่อยๆ เพิ่มขึ้นทีละน้อย นับตั้งแต่เริ่มพบมาเป็นเวลากว่าเดือน และคงจะใช้เวลาประมาณ 3-4 เดือน จึงจะมาเป็นไวรัสส่วนใหญ่ต่อไป"

    สงครามโควิด ทำไมต้องบุก "เร็ว-แรง"

    ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา หรือหมอดื้อ หัวหน้าศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ย้ำชัดเกี่ยวกับ "สงครามโควิดฯ" จะเกิดอะไรขึ้น ถ้ามีสายพันธุ์ "เดลตา" หรือ "เบตา" เข้ามาเป็นสายพันธุ์หลักในประเทศไทย โดยที่สายพันธุ์ปกติยังไม่สามารถควบคุมได้ด้วยซ้ำ และทำไมต้องบุก "เร็ว-แรง" ? นั่นเป็นเพราะความสามารถในการแพร่กระจายของโควิดฯเก่งขึ้นเรื่อยๆ ตามการผันตัวของรหัสพันธุกรรมในตำแหน่งสำคัญ ที่เอื้ออำนวยให้มีการติดเชื้อเก่งขึ้น สร้างไวรัสปริมาณมากขึ้น และหลบเลี่ยงภูมิคุ้มกันเก่งขึ้น ประกอบกับความเบื่อบ้าง ความไม่ใส่ใจวินัย รวมทั้งจากความจน ความท้อแท้ของคน และความหดหู่สิ้นหวัง

    "เดลตา" กระจายทั่ว-ไม่รู้ต้นตอ จับตา "เบตา" รุนแรงกว่า!

    ศ.นพ.ธีระวัฒน์ ระบุต่อว่า สายพันธุ์เดลตา (อินเดีย) ที่พบที่หลักสี่ เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม และเป็นในชุมชนแล้ว (แม้จะเป็นในแคมป์คนงาน) ต้องถือว่าเป็นการแพร่ทั่วไปแล้ว เพราะไม่สามารถสืบทั้งต้นตอและทิศทางการแพร่กระจายได้ชัดเจน และทางการประกาศยืนยันในเวลาต่อมาว่ากระจายทั่วไปจริง ทั้งนี้ต้องไม่ลืมสายเบตา หรือแอฟริกา ที่พบในลักษณะเดียวกันในภาคใต้ในชุมชนเช่นกัน ที่ควรจะรุนแรงมากกว่า และจากที่ห้องปฏิบัติการของเราพบสายเดลตาเนิ่นนานจากตัวอย่าง เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม แล้ว

    ทำไมต้องฉีดวัคซีน 2 เข็ม ในเวลาสั้นที่สุด?

    ศ.นพ.ธีระวัฒน์ ระบุต่อว่า การดึงวัคซีนเข็มที่สองให้ห่างออกไปนั้น เป็นเหตุผลจากการไม่มีวัคซีนเป็นประการสำคัญ แต่ด้วยสถานการณ์ที่มีสายของไวรัสที่พิสูจน์แล้วว่า สามารถหลบเลี่ยงวัคซีนได้เก่งมากขึ้นเรื่อยๆ นั้น ทำให้ปฏิเสธไม่ได้ว่าเข็มที่ 2 เช่น จาก "แอสตราเซเนกา" ต้องติดกับเข็มที่ 1 ในเวลาสองเดือนด้วยซ้ำ และวัคซีนเชื้อตายไม่ว่า "ซิโนแวค" หรือ "ซิโนฟาร์ม" ควรต้องเป็นในเวลา 3-4 สัปดาห์ เพื่อพยุงให้ระดับภูมิคุ้มกันที่ยับยั้งไวรัสได้อยู่สูงในระดับ 68% ทั้งนี้โดยหวังว่าจะสามารถจับไวรัสที่ผันแปรไปเหล่านี้ได้บ้าง และทำให้มีการติดเชื้อหลังฉีดวัคซีนครบ 2 เข็มไม่มากจนเกินไป และไม่มีอาการหนักมากจนเกินไป

    ข้อมูลที่น่าสนใจ เกี่ยวกับความสามารถของไวรัส "เดลตา" ที่ถูกนำเสนอและความเห็นจาก ดร.อนันต์ จงแก้ววัฒนา สรุปได้ว่า "แม้ว่าพบคนติดเชื้อได้หลังจากหลังรับวัคซีนครบ 2 เข็มประมาณ 6% แต่ในจำนวนที่ติดเชื้อแล้วมีอาการหนัก ต้องเข้าโรงพยาบาล คือ 11% ผู้ป่วยที่เสียชีวิตจากการติดไวรัสสายพันธุ์เดลตา ทั้งหมด 42 ราย ในอังกฤษ ที่ใช้วัคซีนไฟเซอร์และแอสตราเซเนกา มีถึง 12 ราย หรือ 28.5% เป็นผู้ป่วยที่ได้รับวัคซีนครบ 2 เข็มแล้ว ถ้ารวมอีก 7 ราย ที่ได้วัคซีน 1 เข็ม ตัวเลขของผู้ป่วยเสียชีวิตที่ได้วัคซีนครบ 1 เข็ม สูงถึง 45.2%"

    ทำไมยังคงต้องรีบฉีด ทั้งทางที่ "เดลตา" เริ่มเล็ดรอด?

    ศ.นพ.ธีระวัฒน์ ระบุอีกว่า ต้องไม่ลืมว่า "ไวรัสสายปกติ" นั้น วัคซีนยังสามารถป้องกันการติดได้ดีพอสมควร ยังมีอยู่มากและทำให้คนที่ติดเชื้ออยู่มีอาการหนักในห้องไอซีมากมายขณะนี้ ทั้งนี้ถ้าดูตัวเลขผู้ป่วยในไอซียูตามตัวเลขทางการ ที่สอดท่อจะดูเหมือนไม่มากไม่กี่ 100 ราย แต่ในความเป็นจริงที่รอเข้าไอซียู แต่เข้าไม่ได้เพราะ "เตียงเต็ม" ยังมีอยู่อีกมาก และยื้ออยู่โดยการให้ออกซิเจนปริมาณสูงประทังเอาไว้ และจะเกิดอะไรขึ้นถ้ามีสาย "เดลตา" หรือ "เบตา" เข้ามาเป็นสายพันธุ์หลักในประเทศไทย โดยที่สายพันธุ์ปกติยังควบคุมไม่ได้ด้วยซ้ำ

    เรียบเรียงโดย : หงเหมิน
    กราฟิก : Varanya phae-araya

    อ่านเพิ่มเติม...

    อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    โควิดโควิด-19สายพันธุ์โควิดสายพันธุ์อินเดียสายพันธุ์อังกฤษเดลตาเบตาspecial contentข่าวทั่วไป

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันจันทร์ที่ 25 ตุลาคม 2564 เวลา 11:11 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์